บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - กว่าจะรักกันได้

มองผ่านเลนส์คม - กว่าจะรักกันได้

10 ก.พ. 2554

ปิดม่านไปอย่างประสบความสำเร็จและสุดแสนประทับใจผู้ชมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำหรับละครเพลงเรื่อง “กว่าจะรักกันได้” ที่มูลนิธิสุนทราภรณ์ กับเจเอสแอล โกลบอลมีเดีย ร่วมกันจัดขึ้นที่โรงละครเอ็มเธียเตอร์ เพียง 10 รอบ ส่วนใหญ่คงได้อ่านแง่มุมต่างๆ จากละครเพลงเร

 ได้คุยกับครูพรพิรุณ นักแต่งเพลงหญิงแกร่งผู้ประพันธ์เพลง ”กว่าจะรักกันได้” ซึ่งเป็นธีมของเรื่อง กับเพลง ”ขอให้เหมือนเดิม” ที่นำมาประกอบในละคร ทราบมาว่า เธอไม่ได้ไปชมละครเรื่องนี้เลย  ครูพรเธอเล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกๆ ด้วยความที่ยังไม่รู้เรื่องโน้ตเพลงที่มีคนแต่งทำนองมาก่อน ทำให้ประโยคขึ้นต้นที่ว่า “กว่าเราจะรักกันได้ รู้ไหมยากเย็นยิ่งเอย...” นั้น ต้องออกเสียงเพี้ยนตามตัวโน้ต “รู่ไหม” ไม่ใช่ ”รู้ไหม” ซึ่งครูยังรู้สึกไม่ชอบใจมาจนทุกวันนี้ และครูยังบอกอีกว่า เพลงนี้ไม่ได้เขียนมาจากความรักของครูเอื้อกับภรรยา แต่เขียนตั้งแต่สมัยครูยังสาวๆ ตอนเรียนพยาบาล  ชอบเหลือเกินประโยคในเพลงที่ว่า “ผิดนิดเดียวเธอตัดได้ลงหรือน้ำใจ” ทำให้มาย้อนคิดว่าคนเราถ้าพลาดทำความผิดเพียงครั้งเดียว อาจลบล้างความดีงามที่ทำมาตลอดชีวิตก็เป็นได้ 

 การวางโครงเรื่องละครเพลงนี้ให้เป็นละครซ้อนละคร และใส่เพลงอย่างถูกช่วง ทำให้เรื่องนี้ มีเสน่ห์ ตรึงคนดูจนไม่อยากให้จบใน 3 ชั่วโมง อีกอย่างที่ต้องชื่นชมคนเบื้องหลัง คือ การเปลี่ยนฉากกันได้ว่องไวปานกามนิตหนุ่ม  และละครเพลงเรื่องนี้ได้ลดช่องว่างของเพลงสุนทราภรณ์ที่เด็กวัยรุ่นอาจคิดว่า ไม่เหมาะกับวัยของเขา โดยการนำนักร้องรุ่นใหม่ๆ และนักแสดงมืออาชีพ อาทิ สุเมธ องอาจ กับครูอ้วน มณีนุช ที่ร้องเพลงสะกดจิตคนดูได้นิ่งสนิท  เพลงบางเพลงอย่าง ”ถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม” ซึ่งไม่คุ้นหูมากนักสำหรับคนฟังรุ่นใหม่ กลับมีชีวิตขึ้นใหม่อย่างไพเราะโดยครูอ้วน และช่างคิดตรงท่อนท้ายที่สุเมธร้องเพลง ”ขอให้เหมือนเดิม” คลอเข้ามา แล้วเพลงทั้งคู่ก็จบลงที่คำเดียวกันคือ ”...เหมือนเดิม”  นักร้องจากเวทีเอเอฟชื่อ มิวสิก ร้องเพลง “จ้าวไม่มีศาล” ได้อย่างชวนขนลุก และเมื่อมาร้องเพลง ”ปองใจรัก” คู่กับมีน ณัฎฐนรี มะลิทอง (ดาวรุ่งสุนทราภรณ์ที่น้ำเสียงยอดเยี่ยมน่าจับตามอง) กลายเป็นฉบับที่ไพเราะมากอย่างที่คาดไม่ถึงว่า เด็กรุ่นใหม่จะถ่ายทอดอารมณ์เพลงเช่นนี้ได้  และยังต้องชื่นชมอารมณ์ขันจากศิลปินแห่งชาติ สุประวัติ ปัทมสูตร ดีใจ ดีดีดี(นิลุบล อมรวิทวัส)และวิสรรค์ ฉัตรรังสิกุล ที่สอดแทรกเสียงฮาได้เป็นระยะ โดยเฉพาะคนหลังสุดที่ต้องรับบทเป็นคนที่แสดงละครไม่เก่ง มันยากยิ่งกว่ายาก  

 เรื่องราวในละครที่ว่าถึงกลุ่มคนทำละครการกุศลเรื่อง ”จุฬาตรีคูณ” แล้วบัตรขายไม่ได้ จนกระทั่งพีอาร์หรือนักประชาสัมพันธ์ในเรื่อง (รับบทโดยสาวเก่ง "อีฟ" พุทธิดา ศิระฉายา) ต้องสร้างข่าวรักๆ ใคร่ๆ ระหว่างตัวแสดงเพื่อสร้างกระแสให้คนสนใจ ตบหน้าวงการพีอาร์และบรรดานักข่าวที่หลงตกเป็นเหยื่อฉาดใหญ่เลยทีเดียว 

 แต่เรื่องในละครตรงกันข้ามกับเรื่องจริงของละครเรื่องนี้ที่มีผู้ชมเต็มหมดแทบทุกรอบ โดยเฉพาะรอบวันท้ายๆ ที่ถึงกับมีผู้ชมไปนั่งรอซื้อตั๋วหน้างานกันเลยทีเดียว  ยิ่งไปกว่านั้นค่ายเมโทรแผ่นเสียงเทปที่ทำแผ่นซีดีเพลงจากละครเรื่องนี้ ซึ่งผลิตมา 2 แบบคือ เพลงต้นฉบับแท้ๆ กับ ฉบับที่นักร้องรุ่นหลังนำมาขับร้องใหม่นำมาที่โรงละครก็หยิบขายกันไม่ทัน ถึงขนาดต้องสั่งโรงงานผลิตแผ่นมาเพิ่ม  ใครที่พลาดชมก็ลองหาซีดีเพลงมาฟังกัน แต่อาจจะงุนงงเล็กน้อยกับการเรียงร้อยเพลง เพราะเขาจัดเพลงมาตามลำดับในเรื่องของละคร  ละครเพลง ”กว่าจะรักกันได้” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมปิดท้าย 100 ปี  ชาตกาลครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้อย่างสวยงาม และเท่าที่ฟังเสียงจากผู้ชมจำนวนมากยังอยากให้มีละครหรือกิจกรรมอีกเป็นระยะๆ โดยเชื่อว่า หากทำผลงานคุณภาพออกมาแล้ว ผู้ชมจะเป็นกระบอกเสียงเล่าลือกันปากต่อปากโดยไม่ต้องอาศัยข่าวฉาวอย่างแน่นอน

"