บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม  - รางวัล...

มองผ่านเลนส์คม - รางวัล...

09 ก.พ. 2554

ช่วงนี้ถือเป็นฤดูแห่งการมอบรางวัล...

 หลังจากเราเห็นภาพแห่งความสุขและการได้รับกำลังใจที่มอบให้แก่คนบันเทิงเมื่อต้นปี ให้ได้เห็นความคึกคักของทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังแวดวงมายาบ้างแล้ว

 แต่ที่พลอยให้ชื่นใจอีกเป็นรุ่นหนึ่ง คือการมอบรางวัลให้แก่ผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านความคิด ที่กลั่นกรองผ่านงานเขียนในรูปแบบต่างๆ อย่างที่ผ่านไปแล้วก็มีรางวัล "นราธิป" ที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยจัดขึ้น นับเป็นบรรยากาศที่งดงาม และอบอุ่นไม่น้อย

 วันนั้นที่คุ้นหน้าคุ้นตาวงการบันเทิงก็มี "ป้าจุ๊" จุรี โอศิริ วันนั้นคุณนพพล โกมารชุน ก็ประคองแม่ไม่ห่างเลย

 และไม่เพียงป้าจุ๊ เป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวบนเวที ทว่า บทกลอนที่ท่านเขียนและอ่านในวันนั้น ก็ทำให้คนในงานซาบซึ้งกันเป็นแถว

 ป้าจุ๊เขียนถึง "ลุงปุ้ย" สมชาย สามิภักดิ์ สามีที่จากไป...แม้เกริ่นด้วยความคิดถึง แต่ตบท้ายด้วยการฝากบอกไปว่าไม่ต้องห่วงคนทางนี้ เพราะสบายดี และดีใจที่ได้รับรางวัลในวันนี้

 นั่นคืออารมณ์ ความรู้สึกของคนวัย 80 ...
 สุดสัปดาห์ที่ผ่านก็มีการประกาศและมอบรางวัลให้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งด้านผลงานและการยอมรับพร้อมกันอีก 2 เวที

 เวทีแรกกับรางวัล "นักเขียนอมตะ"  ของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ ผู้จัดตั้งรางวัลนี้ แถมยังใจป้ำ มอบเงินรางวัลให้สูงถึง 1 ล้านบาทด้วย

  "นักเขียนอมตะ" คนที่ 5 คือ พระไพศาล วิสาโล พระนักพัฒนา และเป็นนักคิดนักเขียนคนสำคัญของบ้านเรา สำหรับรายละเอียดและผลงานของท่าน อ่านได้จากสกู๊ปข้างๆ กันนี้

 อีกเวที มาจากส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม กับรางวัลศิลปินแห่งชาติ  ซึ่งปีนี้ประกาศให้ 9 ท่าน เป็นผู้ผลิตและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในสาขาต่างๆ กัน

 ที่ฮือฮา เห็นจะเป็นชื่อของ สุรชัย จันทิมาธร หรือ "น้าหงา คาราวาน" เพราะมีชื่อรั่วออกมาเพียงคนเดียวก่อนวันประกาศผล แต่ก็ไม่มีข้อกังขาใดๆ ที่ได้รับรางวัล ส่วนอีก 2 ท่าน ในแวดวงบันเทิงก็ยิ่งเป็นที่รักและเคารพไม่ต่างกัน คือ "มี้" พิศมัย วิไลศักดิ์ และ "พ่ออี้ด" สุประวัติ ปัทมสูต   

 ก็ขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน
 และก็อยากฝากบอกไปถึงอีกรางวัลหนึ่ง ของแวดวงวรรณกรรม คือ รางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ครั้งที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ณ ห้อง 407 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ

 กนกพงศ์ เป็นนักเขียนรุ่นใหม่ ที่กล่าวได้ว่าเป็นนักเขียนเพื่อชีวิตคนสุดท้าย แต่เขาจากไปก่อนวัยอันควร กระนั้นผู้เกี่ยวข้องและรักในผลงานของเขา ได้จัดตั้ง "กองทุนกนกพงศ์ สงสมพันธุ์" และมอบรางวัลให้แก่นักเขียนที่มีผลงานเรื่องสั้นที่ดีที่สุด ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารราหูอมจันทร์

 ในวันนั้นมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย เริ่มจากเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป สนใจเชิญขยายเมล็ดพันธุ์แห่งสิตปัญญาร่วมกันได้

 การจัดตั้งและมอบ "รางวัล" ถ้าจะก่อประโยชน์และต่อยอดได้ ก็ดีอย่างนี้นี่เอง
 ขอแสดงความยินดีอีกครั้ง

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"