
มองผ่านเลนส์คม - นักเขียน กวี เพื่อประชาธิปไตย
วันนี้เป็นวันที่ 9 เมษายน หนึ่งวันหลังดีเดย์ 8 เมษาของกลุ่มเสื้อแดงที่ประกาศต่อต้านอมาตยาธิปไตย
เขียนต้นฉบับก่อนวันที่ 8 เมษายน ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น ม็อบคุมอารมณ์ไม่อยู่ หรือ มีการต่อต้านอย่างรุนแรงจากประชาชนฝ่ายตรงข้าม หรือ จะมีการปราบปรามจากฝ่ายรัฐถึงขั้นเลือดตกยางออกหรือไม่
ก่อนหน้านี้ไม่นาน มีกลุ่มนักเขียน กวี เพื่อประชาธิปไตย นำโดย คำสิงห์ ศรีนอก วัฒน์ วรรยางกูร และไม้หนึ่ง ก กุนที เป็นอาทิ ร่วมกันออกแถลงการณ์สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย
โดยมีเสียงกล่าวหาปกติจากคนสนับสนุนเสื้อเหลืองฝ่ายพันธมิตรฯ ว่านักเขียนกลุ่มนี้เป็นคอมมิวนิสต์อยากดัง คิดกำเริบเสิบสานล้มสถาบันหลักของชาติ
ความจริง คนกล่าวหาควรมีโอกาสเปิดใจอ่านคำสัมภาษณ์ของวัฒน์ วรรลยางกูร โดยเฉพาะที่ลงในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 5 เมษายน 2552
บ่อยครั้ง ความรุนแรงแบบบ้าคลั่งซึ่งหาทางสมานฉันท์ไม่เจอในบ้านเมืองนี้ เกิดขึ้นเพราะฝ่ายผูกขาดความดีและความถูกต้องเอาแต่ก่นด่าอีกฝ่ายว่าเลวแบบเหมารวม ต้องกำจัดทิ้ง
วัฒน์ วรรลยางกูร บอกว่าเขาไม่ใช่นักวิชาการหรือคนใส่เสื้อกั๊กหน้าร้อน และไม่ใช่คนรักทักษิณ แต่เป็นคนไทยหัวใจลูกทุ่ง ซึ่งมีชีวิตอยู่กับบ้านนอกมาตลอด จึงเห็นว่าม็อบเสื้อแดงคือพัฒนาการชาวบ้านที่ตื่นตัวเรียกร้องประชาธิปไตย
คนจำนวนไม่น้อยในสังคมไทยคิดเหมือนกับวัฒน์ คนเหล่านี้อาจไม่ใช่เสื้อแดงแต่สนับสนุนเสื้อแดงเพราะรักประชาธิปไตย และความเป็นธรรม ทั้งยังตระหนักว่าชาวบ้านที่ยากจนทรัพย์สินและชื่อเสียง มิใช่เศษคนต่ำต้อยกว่าลิงบาบูน และมิใช่โสเภณีขายตัวเพื่อเงินอย่างที่คนไม่ใช่เสื้อแดงมักเหยียดหยาม
ความคิดของบรรดาคนดังในสังคมรวมถึงคอลัมนิสต์และบรรณาธิการสื่อกระแสหลักจำนวนมาก ซึ่งมีชีวิตสะดวกสบายในสังคมทุนนิยมบริโภคนิยมที่ว่า ชาวบ้านโง่ เงินไม่มา กาไม่เป็น ทักษิณเป็นต้นน้ำของปัญหาทั้งหมด หากต้นน้ำหมด ปลายน้ำก็หมด เป็นความคิดด้านเดียว
สนับสนุนความเห็นของวัฒน์ที่ว่าอยากเห็นมิติใหม่ของสองสี ที่ไม่ใช่แดงตายด้าน เหลืองตายด้าน ถึงเวลาแล้วที่จะเลิกคิดตื้นๆ ว่าอีกฝ่ายรับเงินมาเคลื่อนไหวทำลายชาติ แต่ควรยอมรับและเคารพความบริสุทธิ์ใจในความเชื่อของทั้งสองฝ่าย แล้วปรับเปลี่ยนเข้าหากันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
ประชาชนสามัญ ล้วนต้องการชีวิตสุขสงบอย่างสามัญในสังคมประชาธิปไตย ที่ความเป็นคนของประชาชนได้รับการยอมรับนับถือ
"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"



