
"ผ่านจุดที่แย่ที่สุดมาแล้ว"เสียงจาก"พิงค์กี้"สาวิกา
มีข่าวมาไม่หยุดหย่อน สำหรับนักแสดงสาวหน้าแขกอย่าง "พิงค์กี้" สาวิกา ไชยเดช ที่นอกจากจะมีความสามารถเรื่องการแสดง การร้องและเต้นที่โดดเด่นแล้ว ในช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา ข่าวต่างๆ ของเธอก็โด่งดังไม่แพ้ผลงาน โดยเฉพาะเรื่องเป็นมือที่สามของ "ธัญญ่า" ธัญญาเรศ และ
ชีวิตในวันนี้ของ"พิงค์กี้"
@ ผ่านเรื่องต่างๆ มา ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นอย่างไรบ้าง
ก็ดี นี่ก็เข้าปีใหม่แล้ว มีงานใหม่ๆ ที่เราได้ทำ ปีที่ผ่านมาแม้จะมีเรื่องไม่ดีผ่านเข้ามา คิดว่าปีใหม่นี้น่าจะสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง กี้ถือว่าปีที่แล้วถือว่าเป็นปีชงของเราเลยก็ว่าได้ เพราะเบญจเพสพอดี จริงๆ แล้วปีที่ผ่านมาไม่ได้เจออุบัติเหตุหรือเจ็บไข้ได้ป่วยอะไร แต่เจอข่าวหนักๆ มาก (หัวเราะแหยๆ) ถือว่าช่วงการทำงานปีที่แล้ว ถือว่าหนักมาก เพราะกี้ต้องไปทำงานต่างประเทศ ที่อินเดีย เพราะเหมือนการเริ่มใหม่ หนักที่สุดในชีวิต หนักในหลายๆ ด้าน แต่กำลังใจเราดี เราได้กำลังใจจากคุณแม่ พี่น้อง แล้วก็เพื่อนๆ หลายๆ คน เรียกได้ว่าเราได้กำลังที่ดี คิดซะว่ามันเป็นกรรมที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป กี้เองก็เชื่อเรื่องนี้ ถ้าถามว่าเราต้องทำบุญเยอะขึ้นไหม ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นอิสลาม เราก็ทำบุญอะไรแบบนี้ไม่ได้ แต่ถ้าคนรอบข้างเราเดือดร้อน โดยเฉพาะญาติๆ ถ้าไม่สะดวกเรื่องอะไร เราช่วยได้ก็ช่วยเขาอยู่แล้ว
@ เพราะเรื่องส่วนตัวที่ผ่านมา ทำให้พิงค์กี้พลาดโอกาสที่ทำอะไรหลายๆอย่าง รู้สึกน้อยใจไหม
ถือว่าเป็นเคราะห์ของเราก็แล้วกัน คิดซะว่าตราบใดที่เราเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ มีคุณภาพ เวลาก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเราเอง แล้วตอนนี้คนที่ติดตามผลงานเราก็ยังมี หลายคนก็ยังถามว่า เมื่อไหร่เราจะเล่นละคร เมื่อไหร่จะกลับมา เราก็คิดถึงแล้ว อยากกลับมาเล่น คิดว่าในเร็วๆ ต้องมีแน่นอน
@ รู้สึกอย่างไรที่ยังมีแฟนคลับชื่นชอบและรอคอยผลงานของเราอยู่
จริงๆ แล้วบางที สื่อเราสมัยนี้ มันเป็นอะไรที่จากนิดหนึ่งก็กลายเป็นเรื่องอะไรก็ไม่รู้ บางทีก็ต้องใช้วิจารณญาณในการเสพสื่อบ้าง แล้วตัวกี้เองก็ยอมรับว่าไม่ได้เป็นคนที่พูดมาก เราเป็นคนเงียบ เลยทำให้ข้อมูลบิดเบือนไป ถือว่าเราก็ตั้งใจทำงานไปก็แล้วกัน และถือว่ากำลังใจจากคนรอบข้างก็ยังมีอยู่ เท่านั้นก็พอแล้ว
@ ถ้ามองในด้านดีจากเรื่องที่เกิดขึ้น พิงค์กี้ได้อะไรจากสิ่งเหล่านั้น
ถือว่ามันไม่มีอะไรยั่งยืน ชีวิตเรามีขึ้นมีลง ไม่มีใครที่จะยืนอยู่จุดสูงสุดตลอดเวลา ก็ต้องมีลงบ้าง ล้มบ้าง กี้เชื่อว่าชีวิตคนเราไม่มีแย่ไปทั้งหมดหรอก เชื่อว่าสิ่งดีๆ มันต้องมีอยู่แล้ว
@ ช่วงที่ผ่านมา ตัวพิงค์กี้เองก็มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง พอมาถึงวันนี้ดูเหมือนเป็นช่วงขาลง รู้สึกอย่างไร
พักเฉยๆ เราไม่ได้ขาลง เพราะเราเองก็ยังมีงานทำอยู่ แต่เราไม่ได้บอกใครเท่านั้น เราทำงานอยู่ เราดูแลครอบครัว เราเลี้ยงพ่อแม่ พี่น้องของเราอยู่แล้ว แค่นั้นคือสิ่งที่กี้รู้ เรามีงานที่เราทำอยู่ งานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็มีอยู่แล้ว อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเราอยู่ในช่วงขาลง
ว่าด้วยข่าวค(ร)าวของพิงค์กี้
@ หลังจากหมดสัญญากับช่อง 7 ก็หันมาเซ็นสัญญากับช่อง 3 ตอนนี้มีข่าวว่ากลับไปเซ็นสัญญากับกันตนา กับตุ๊กตา (จิตรลดา ดิษยนันท์) ข่าวจริงๆ เป็นอย่างไร
ตอนนี้ก็อิสระอยู่ ไม่ได้ขึ้นตรงกับใคร ใครที่ให้เราเล่น เราก็สามารถเล่นได้ทุกช่อง ส่วนโปรเจกท์กับกันตนานั้น จะมีเร็วๆ นี้ แต่รอให้ทางผู้ใหญ่ออกมาพูดดีกว่า คิดว่าน่าจะเป็นเดือนหน้าคงได้เห็นกันว่าเป็นเรื่องไหน
@เห็นว่าฉายทางโมเดิร์นไนน์ทีวี เล่นกับสเตฟาน เรื่องอิเหนา
นั่นแหละ ถามกันเยอะเหลือเกินว่าจะเป็นอย่างไร แต่ขออุบไว้ก่อน ว่าจะเป็นแบบไหน เพราะเป็นโปรเจกท์ที่น่าตื่นเต้นมาก คิดว่าน่าจะเป็นแถลงข่าวประมาณเดือนหน้า แต่ยังไม่ทราบว่าวันไหนอย่างไร
@ ได้กลับมาร่วมงานกับกันตนารู้สึกอย่างไรบ้าง
กับกันตนากี้ก็ได้ร่วมงานมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก คนในค่ายก็ดีกับกี้มากๆ เหมือนเป็นครอบครัว ตั้งแต่เรา 9-10 ขวบ ตั้งแต่ละครแก้วจอมแก่น ตั้งแต่เราเด็กๆ พอได้มาร่วมงานกับกันตนาอีกครั้งก็รู้สึกสบายใจ เหมือนกลับมาบ้านเดิมของเรา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พี่ตุ๊กตาไม่ได้พูดอะไร พี่เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วเขาเข้าใจว่าข่าวก็คือข่าว เขาให้กี้ตั้งใจทำงาน เขาโฟกัสเรื่องงานมากที่สุด กับข่าวต่างๆ ที่ผ่านมา ถือว่าเราก็ตัดสินใจด้วยตัวเอง กับทางช่อง 3 เราก็เป็นขอถอนตัวออกมาเอง นายประวิทย์ มาลีนนท์ ท่านก็เมตตา แล้วก็ดีกับกี้มาก แต่เพื่อความสบายใจของทุกคนก็เลยต้องถอนตัวออกมา แล้วก็ไม่ได้เซ็นสัญญาต่อ
@ ทางช่อง 3 สมรักษ์ ณรงค์วิชัย ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการช่อง 3 ให้สัมภาษณ์ว่า พิงค์กี้เป็นนักแสดงที่มีคุณภาพและมีสปิริตมาก ที่ตัดสินใจยกเลิกสัญญา เพื่อที่จะให้ทุกคนสบายใจ
เราก็ทำดีที่สุดแล้ว เราก็คิดว่าการที่เราถอนตัวออกมา คงทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย ยุติ มันเป็นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในตอนนั้น แล้วเราก็อุตส่าห์ปลีกตัวไปใช้ชีวิตของเราเงียบๆ ตอนนี้ก็ถือว่าเรากำลังเริ่มต้น และยังไม่ได้ขึ้นตรงกับใคร กับเรื่องการถอนตัว จริงๆ เราจะไม่ถอนก็ได้นะ แต่ด้วยช่วงนั้นมีข่าวที่แรงมาก พอเราทำงานที่โน่น (อินเดีย)เสร็จ ปิดกล้องปุ๊บก็บินกลับมาเมืองไทยตอนเช้าเราก็ขอถอนตัว พอตอนเย็นก็มีงานแถลงข่าวที่วุ่นวายไปหมด ตอนนั้นถือว่าเราทำดีที่สุดแล้ว
@ เรียกว่าเสียดายโอกาสไหมที่ไม่ได้ทำงานกับทีวีซีน (ช่อง 3)
เรียกว่าเรามีโอกาสได้เจอผู้ใหญ่หลายๆ คนก็แล้วกัน เพราะคนบันเทิงก็อยู่กันเท่านี้ อยู่กันเหมือนพี่น้อง ไม่ว่าจะเล่นช่องอื่นหรือที่ไหน เดี๋ยวก็วนเวียนมาเจอกัน คิดมากไปก็เท่านั้น โอกาสที่จะกลับมาทำงานกับช่อง 3 ในอนาคตนั้นก็เป็นเรื่องที่กี้ไม่ทราบ ตอนนี้ขอโฟกัสเรื่องใกล้ๆ เดือนนี้ เดือนหน้าก่อน
@ ช่วงที่ข่าวหนักมากๆ จนมีกระแสว่ากี้อาจจะไปอยู่ที่อินเดียถาวรนั้น
บางทีคนเราก็อยากที่จะอยู่เงียบๆ ถ้าเราสบายไม่สนใจเรื่องข่าวก็คงดีกว่านี้ แต่เรื่องความคิดที่ว่าเราจะไปอยู่อินเดียถาวรเลยนั้นคงไม่ เพราะที่นี่ก็คือบ้านเรา ส่วนที่โน่น กี้บอกตรงๆ ว่ากี้ต้องทำงานหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบทหรืออะไรก็ตาม เราต้องเตรียมพร้อมตลอด จริงๆ อยู่ที่โน่นก็ดี เพราะเราไม่ต้องบินไปบินมา แต่งานที่นี่ตอนนี้ก็ยังมีหลายๆ คนที่ติดต่อให้เราไปเล่นละครเหมือนกัน แต่เราต้องเลือกได้ทีละเรื่อง เพราะเราก็ต้องรอที่จะไปอินเดีย เพราะกี้เองก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างได้
@ งานที่อินเดียเป็นอย่างไรบ้าง
ได้เรื่องการทำงานหนึ่งล่ะ คือถ้าเราอยู่เมืองไทยเราไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนั้น ก็จะมีมุมหลายมุม ทั้งเรื่องการสื่อสาร บท ที่แตกต่างจากบ้านเรา แล้วยังมีเรื่องภาษาซึ่งยาก เพราะมันก็ไม่ใช่ภาษาเรา นอกจากนี้กี้ยังต้องเรียนแอ็กติ้ง ซึ่งมันก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งต่างจากที่เราเคยเรียนมา ส่วนเรื่องผู้คนเอย วัฒนธรรมเอย อาหารเอยเรียกได้ว่าทุกอย่างมันเป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องแปลก แต่คนอินเดียก็น่ารัก แล้วก็มีจิตใจดีมากๆ ที่โน่นแม้เราจะทำงานหนัก แต่เราก็อบอุ่น เราสบายใจ
เก่าไปใหม่มา
@ พูดถึงเรื่องคลื่นลูกเก่าลูกใหม่ในวงการ รู้สึกอย่างไรที่มีนักแสดงใหม่ๆ เข้ามา
กี้ไปเรื่อยๆ ของกี้ก็รักษาระดับของเราไปเรื่อยๆ ผลงานเรื่องร้องเรื่องเต้น คงต้องให้เห็นในหนัง (อินเดีย) ก่อนดีกว่า ในหนังก็วิ่ง ก็เต้นเหมือนสมัยก่อน แต่เนื้อเรื่องก็ทันสมัยขึ้น ในเรื่องเราได้เล่นทั้งหมด มีทั้งดราม่า ร้องไห้ ตลก แอ็กชั่น มีทั้งหมด ภายใน 3 ชั่วโมง พระเอกเป็นนักฆ่า ส่วนเราก็เป็นลูกครึ่งอินเดีย การทำงานก็แตกต่าง เขาทำงานเป๊ะมาก ถือว่าการทำงานเป็นระบบระเบียบก็อยู่ที่เราต้องท่องบทให้ได้ ให้ดีที่สุด เรื่องภาษายากมาก สื่อสารยาก ต้องใช้ภาษาอังกฤษ และต้องใช้ภาษาเขาในหนัง เราต้องใช้ภาษาคาราโอเกะ ถือว่าเหนื่อยมาก คิดถึงตอนนั้นกว่าจะผ่านมาได้ แอ็กติ้งก็ไม่เหมือน การร้องไห้เขาก็จะให้สื่อสารทางตา นับเป็นการแสดงที่โหดมาก แต่ค่าตัวก็โอเค และมากกว่า คุ้มค่าเหนื่อย และประสบการณ์เราก็หาไม่ได้ที่ไหน หนังเรื่องนี้ที่อินเดียก็จะได้ชมแล้วเร็วๆ นี้ แต่ที่เมืองไทย ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยจะได้มาฉายหรือเปล่า
@ ตัวตนของพิงค์กี้เป็นอย่างไร
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดอย่างไร อยากบอกว่าเป็นคนทำงาน อยากให้ดูที่ผลงานมากกว่า ส่วนเรื่องเก่าก็ไม่ต้องย้ำกันหลายรอบ ต้องแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน ว่าอะไรคือสิ่งที่ทุกคนคิด อันไหนที่กี้พูดไปแล้ว ก็ไม่อยากพูดซ้ำอีก
@ จริงแล้วพิงค์กี้เองก็ดูเหมือนเป็นสาวมั่นใจ พอเกิดเรื่องราวเหล่านี้ ทำให้สูญเสียความมั่นใจไหม
ถ้าใครรู้จักกี้ คงสงสัยว่ากี้เกิดมาเป็นดาราได้อย่างไร บางครั้งก็รู้สึกท้อ เพราะทำงานหนักแล้วเจออะไรก็ไม่รู้ ตอนนี้ก็ต้องตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ส่วนกระแสข่าวมันก็เยอะ
@ แล้วเรื่องธุรกิจที่ทำกับ ยุวดี บุญครอง มาร่วมงานกันได้อย่างไร
กี้ได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณท์ (Brite Up) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากผลไม้ ที่เป็นสารสกัด เหมือนเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เราทานมาได้ 4-5 เดือนได้ เป็นสินค้าในเมืองไทย ใครซื้อก็ร่วมสร้างกุศล เพราะรายได้ส่วนหนึ่งเราจะมอบให้สำนักจุฬาราชมนตรี ให้นักเรียนและคนที่ขาดแคลน และก็มีมอบให้กองทุน กพด.ของสมเด็จพระเทพฯ แถลงข่าวไปแล้ว กระแสตอบรับก็ดี
มุมมองแบบ "พิงค์กี้"
@ มองวงการบันเทิงในวันนี้เป็นอย่างไร
ทุกวันนี้วงการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก โดยเฉพาะสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ นิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ มีจำนวนเพิ่มขึ้นเยอะมาก เวลาไปงานแล้วเจอกองทัพพี่ๆ นักข่าว รู้สึกตกใจมาก เพราะเยอะมาก มีประมาณเป็นร้อยได้ และการเสนอข่าวก็ต้องมีทุกวัน อะไรที่แปลกๆ และน่าสนใจก็ต้องเสนอ ขนาดในโทรศัพท์เรายังเห็นข่าวได้ ซึ่งมันเร็วมาก ใช้เวลาแค่แป๊บเดียวเท่านั้น การสื่อสารก็เร็วมากกว่าสมัยก่อน
@ เข้าวงการบันเทิงนอกจากเงินทอง ชื่อเสียงแล้ว ได้อะไรบ้าง
เราได้ทุกอย่าง อาชีพบันเทิงมันตื่นเต้นตลอดเวลา มันไม่น่าเบื่อ ได้เจออะไรหลากหลาย ได้พบปะผู้คนเยอะ เจออะไรๆ เยอะ เป็นแฟนตาซี มีอะไรให้ตื่นเต้นตลอดเวลา ส่วนแง่คิดที่เราได้ใช้ในชีวิตประจำวันก็ได้จากวงการนี้ และคุณแม่เป็นทุกอย่างของกี้ เป็นเหมือนครูที่คอยสอน ส่วนใหญ่ก็คุยทุกๆ อย่างกับคุณแม่ แต่ช่วงนี้ก็ไปหนักในเรื่องที่มันทำให้เราปวดหัว เรื่องข่าวต่างๆ เพราะข่าวสารมันมีทั่วโลก เราเครียด แม่เราเครียดยิ่งกว่า ทุกวันนี้ก่อนนอนก็ต้องนั่งถกกับคุณแม่เรื่องปัญหาก่อนนอนเสมอๆ
@ กับเรื่องข่าวคุณแม่ว่าอย่างไรบ้าง เครียดมากไหม
คุณแม่เครียด เราก็เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน อยู่ข้างๆ กัน เพราะทุกวันนี้เราตั้งใจทำงาน คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่ครอบครัวของกี้รู้ เพื่อนๆ กี้รู้ ตอนนี้เราทำอะไร เพราะฉะนั้นเสียงอะไรที่ใครจะพูดอะไรออกมาเราก็ตัดไป ไม่รับรู้ แต่ตอนนี้มันผ่านจุดที่เหนื่อยที่สุด แย่ที่สุดมาแล้ว ช่วงนี้ถือว่าเราต้องสู้ เพราะเราต้องทำงาน และมีแม่อยู่ข้างๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของกี้ ช่วงที่เราแย่ๆ เราก็ยังมีงาน
ความรักในแบบฉบับ "พิงค์กี้"
@ ทำงานหนักทำให้หนุ่มๆ หาย
ทุกวันทุกอย่างของกี้คือคุณแม่ คนที่กี้คุยด้วยช่วงนี้ต้องเรียกว่าเป็นคุณแม่ เพราะเราอยู่กับคุณแม่ตลอด เรียกว่าเป็นแฟนก็ว่าได้ นอนก็นอนด้วยกัน แม่เข้าใจโลก เข้าใจสัจธรรม และเป็นคนที่ดูแลเรา และสามารถให้คำปรึกษากับเราได้ดีที่สุด
@ ตอนนี้เรียกว่าเข็ดกับความรักไหม
ไม่เข็ด แต่เราก็ไม่คาดหวัง เราก็ปล่อยให้มันเป็นไปเรื่อยๆ แล้วความรักมันก็คงจะมาเอง
@ สเปกหนุ่มๆ ถ้าจะเข้ามาหรือที่เราจะฝากผีฝากไข้ด้วยเป็นคนอย่างไร
ไม่ได้กำหนด แล้วแต่พระเจ้าจะกำหนดมาให้เรา คิดว่าน่าจะเป็นคนดี และที่สำคัญเขาต้องรักครอบครัวกี้ ไม่ได้รักกี้คนเดียว เพราะกี้มีพี่น้องเยอะมาก ไปไหนก็ต้องไปด้วยกันหมด เพราะฉะนั้นรักกี้ก็ต้องรักครอบครัวกี้ด้วย นิสัยเราก็ต้องเรียนรู้ เราไม่มีสเปกเจาะจง ตอนเด็กเราเคยคิดว่าต้องมีครอบครัว มีลูก เพราะกี้เองก็เป็นคนรักเด็ก ถ้าจะแต่งก็ไม่น่าจะเกิน 30 ตอนนี้ก็อายุ 25 ยังเหลือเวลาอีก 5 ปี เรายังต้องผ่านเรื่องอีกยาว ถือเป็นเรื่องอนาคต
ฟ้าหลังฝนเขาว่ากันว่าสดใสเสมอ
สาวิกา ไชยเดช
ชื่อเล่น พิงค์กี้
เกิดวันที่ 19 มิถุนายน 2529
การศึกษา จบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรังสิต
ผลงานละครเรื่องแรก ไฟในดวงตา ทางช่อง 3
ผลงานละครในวัยเด็ก วันนี้ที่รอคอย เกิดแต่ตม ดาวพระศุกร์ ปลาบู่ทอง กระสือ แก้วจอมซน ฯลฯ
ผลงานละคร ที่ผ่านมา ดาวหลงฟ้า เงาปริศนา ปิ่นไพร หัวใจไกลปืนเที่ยง มนต์รักลองสเตย์ กษัตริยา แดนซ์ไม่เซ่อ เลยเจอรัก ชุมทางรัก อังกอร์ 2 แก่นกะลา สุภาพบุรุษชาวดิน วงเวียนหัวใจ ฯลฯ
เรื่อง : "ดวงใจ สอาดจิตต์ / เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล"
ภาพ : "อุทร ศรีพันธ์ / มณีนุช เสียงหวาน"



