
มองผ่านเลนส์คม - ช่วยกันกู้คืนเรื่องท้องถิ่น
อายุเกินครึ่งร้อยก็จริง แต่เพราะเกิดหลัง เวลาอยากรู้เรื่องราว ปูมบ้านปูมเมืองถิ่นกำเนิด ต้องอ่านเอาจากหนังสือเก่าหรือเอกสารเก่าๆ
ถ้าหาไม่ได้ ก็ต้องไปนั่งคุยกับคนที่เกิดก่อนหรือรู้ก่อน เผื่อมีประเด็นให้คิด ให้สืบเสาะค้นคว้าต่อไป
อาจารย์สมพุทธ ธุระเจน ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช เมตตาถ่ายเอกสารกาพย์กลอนให้ชุดหนึ่ง เป็นพระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เรื่อง ‘เสด็จไปเมืองนครศรีธรรมราช’ นิพนธ์เมื่อ ปี พ.ศ. 2407 พิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2467
สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ เสด็จทอดพระเนตรพระมหาธาตุเจดีย์ ระหว่างเรือกลไฟเลียบทะเลล่องลงมาถึงอ่าวชุมพร เกาะสมุย ก็ทรงนิพนธ์พรรณนาเหตุการณ์และสิ่งที่พบเห็นเรื่อยมา เช่น เมื่อขึ้นมาถึงตลาดท่าวังที่เป็นย่านการค้า
“ตามทางแรกไป มีโรงจีนไทย
ขายเหล็กทองเหลือง ห่างทางออกไป
มีวัดน้อยใหญ่ แต่ไม่รุ่งเรือง
สักครู่ถึงคู กำแพงรอบเมือง
บ้านชิดติดเนื่อง วัดสองข้างทาง”
ได้เสวยผลไม้ท้องถิ่นเมืองนคร สมเด็จพระสมณเจ้าฯ นิพนธ์ว่า
“สังเกตฟังดู ผลไม้เมืองเขา
คงดีกว่าเรา ยกแต่ทุเรียน”
อีกบท..
“ฯลฯ....... เนื้อสัตว์หมูปลา
ดูน่าติเตียน จืดเหนียวเคี้ยวเลี่ยน ไม่เหมือนเมืองเรา”
เวลาเจ้านาย ขุนนาง ชาวกรุง ไปเยือนหัวเมือง ปัจจุบัน คือต่างจังหวัด ก็มักเอาชีวิตประจำวันอันคุ้นเคยเป็นมาตรฐาน เช่น ความอร่อย ความสวยความงาม เสียเป็นส่วนมาก ต้องยกของเคยปากคุ้นลิ้นเหนือไว้ก่อน ของคนอื่นว่าอร่อยกินแทบไม่ได้
เรื่องทุเรียนเมืองนครสมัยก่อนคงเหม็นจริง เพราะเป็นทุเรียนบ้าน ข้าวปลาฉันมื้อนั้นๆ พ่อครัวแม่ครัวบ้านนอกปรุงถวายคงไม่ได้เรื่องเอาจริงๆ สุกๆ ดิบๆ ทว่า เนื้อสัตว์ เนื้อปลา คงไม่ไร้คุณภาพตอนยังสดๆ
กระนั้น สมเด็จพระสมณเจ้าฯ ทรงชมเชยให้ได้หน้าบาน ว่า “กินน้ำใสสอาด คนจึงฉลาด ไม่โง่งมเถร” (กาพย์ไม่มีสระ-ะ) ความฉลาดเพราะดื่มน้ำสะอาดหรือ ?
อ่านจบได้ภาพเมืองนคร 150 ปีก่อนรางๆ อาจารย์สมพุทธบอกว่าที่พิพิธภัณฑ์เมืองมีเอกสารเก่าๆ จำนวนมาก วันเสาร์-วันอาทิตย์ท่านไปนั่งอ่านและลงมือเรียบเรียงเรื่องราวในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชให้เทศบาลจัดพิมพ์เป็นเล่มเร็วๆ นี้
ใครอยาก “กู้คืน” เรื่องท้องถิ่นที่ถูกฝังต้องกล้าๆ นะครับ
"จำลอง ฝั่งชลจิตร"



