
"เฮียฮ้อ" ฟุ้งไม่ล้มฟันกำไร 330 ล้าน ผุดช่องเคเบิ้ลเพิ่มแข่ง "แกรมมี่"
มีข่าวหนาหูมาอย่างต่อเนื่องว่าค่ายยักษ์ใหญ่ "อาร์เอส" มีแววจะล้มไม่เป็นท่า แต่หลังจากที่ "เฮียฮ้อ" สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดแถลงข่าว อาร์เอสฯ เปิดแผนธุรกิจและกลยุทธ์ปี 2011 โดยเผยถึงแผนในปี 2011 ที
“ปีนี้ก็เป็นปีที่อาร์เอสครบรอบ 30 ปี ในมุมของชาวอาร์เอสแล้ว ถือว่าเป็นปีที่สำคัญ เรามีความภาคภูมิใจ ที่สามารถบริหารธุรกิจให้อยู่ในระดับแถวหน้าของวงการบันเทิงมาตลอดได้ 30 ปี แผนธุรกิจของเรา เชื่อว่าเราจะสร้างงานที่ดีออกสู่วงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้เราเป็นเครือข่าย เราใช้คำว่าดิจิทัล เอ็นเตอร์เทนเมน เน็ตเวิร์ก เรามีความพร้อมมากในการทำธุรกิจบันเทิง และมีเดียในโลกของดิจิทัล เพราะอาร์เอสผ่านการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และจัดเตรียมบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง
วันนี้เราก็มีความพร้อม ที่จะโลดแล่นในโลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว อย่างที่เห็นว่าตลอดปีที่ผ่านมาจุดแข็งของอาร์เอสในมุมของการทำธุรกิจเพลงของเเรา คือเราจับทุกกลุ่ม แต่กลุ่มที่เป็นหัวใจหลักแล้วก็เป็นจุดแข็งของอาร์เอสและเราเป็นหมายเลขหนึ่งมาตลอด คือตลาดเพลงวัยรุ่น ผมคิดว่านี่เป็นจุดแข็งของอาร์เอส เรามีความเชี่ยวชาญในตลาดวัยรุ่น ปีนี้ยิ่งชัดเจนใหญ่ว่าค่ายเพลงกามิกาเซ่ สามารถครอบครองตลาดวัยรุ่นได้เบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นตัวสร้างตลาดให้เราแข็งแรงต่อเนื่องในอนาคต” ผู้บริหารคนดังเล่า อีกทั้งยังเผยรายได้ในปีที่ผ่านมา (ปี 2553) ที่หลายคนตั้งประเด็นไปต่างๆ นานาว่า "อาร์เอส" ขาดทุนย่อยยับ ทางด้านผู้บริหารค่ายดัง เผยรายได้ในปีที่ผ่านมาว่าอาร์เอสสามารถทำรายได้ 2,900 ล้านบาท คิดเป็นกำไรทั้งหมดประมาณ 330 ล้าน ซึ่งกำไรดังกล่าวได้มาจากธุรกิจเพลงดิจิทัลดาวน์โหลด และลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกปี 2010 ซึ่งก็เป็นไปตามเป้าที่บริษัทได้ตั้งไว้ตั้งแต่ปลายปี 2552 แล้ว ทำให้กระแสข่าวที่ว่าอาร์เอสเสียดุลตลาดเพลงให้แก่ 2 ค่ายร่วมวงการอย่าง "แกรมมี่" และ "โซนี่" จึงเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น
ในปีนี้ค่ายใหญ่ฝั่งลาดพร้าว ได้ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจทั้งหมดในมือไว้ถึง 3,100 ล้านบาท ซึ่งถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมาเท่ากับว่าอาร์เอสจะทำรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 2 ล้าน
“สำหรับแผนโปรเจกท์ในปีนี้ในเชิงของการทำงาน ธุรกิจที่เราโฟกัส ก็มีหลายธุรกิจ ทุกธุรกิจก็จะแข็งแรงเติบโตต่อ แต่ว่าธุรกิจที่เราให้ความสำคัญ จะเป็นธุรกิจแซทเทินไลท์ ทีวี แล้วก็ธุรกิจเพลงในคอนเซ็ปต์ของฟูลลี่ ดิจิทัลมิวสิก จะมีโปรเจกท์พิเศษๆ มาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีอาร์เอส อาจจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ หรืออะไรอย่างอื่นๆ ยังไม่สามารถบอกในตอนนี้ได้ ซึ่งปีนี้เราตั้งเป้าธุรกิจทั้งหมดอยู่ที่ 3,100 ล้านบาท ในส่วนของธุรกิจเพลง เราตั้งเป้าไว้ที่ 1,100-1,200 ล้านบาท ถ้าเทียบปีนี้ สัดส่วนน่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่ปีนี้ในส่วนของมีเดีย น่าจะสูงกว่าด้านเพลงนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเราได้รับผลกระทบจากแผ่นผีซีดีเถื่อน เรื่องแผ่นเราไม่ได้สนใจเลย เพราะผู้บริโภคเขาไม่ได้ฟังเพลงผ่านแผ่นกันมานานแล้ว คอนเซ็ปต์ของอาร์เอสในการทำธุรกิจเพลงของเรา ใช้คำว่าฟูลลี่ดิจิทัลมิวสิก เราใช้คอนเซ็ปต์นี้มา 3 ปีแล้วนะครับ แล้วก็พิสูจน์ ว่ามันประสบความสำเร็จ ในขณะที่หลายๆ คนยังสนใจเรื่องของการขายแผ่นซีดี ผลิตโรงงานอะไรต่างๆ มันก็แล้วแต่มุมมองว่านี่ คือการทำธุรกิจที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่สุดในโลกยุคดิจิทัล เราเน้นในเรื่องของตรงนี้มากกว่า” บอสส์ใหญ่อาร์เอสแจกแจง
โดยผู้บริหารค่าย "อาร์เอส" ยังเผยถึงแผนการลุยธุรกิจช่องเคเบิ้ลที่ปีนี้ "อาร์เอส" ให้ความสำคัญมาก ถึงขนาดเตรียมตัวจะเปิดช่องใหม่ที่ชื่อว่าช่อง "8 อินฟินิตี้" เพิ่มจาก 2 ช่องเดิมคือ "ยู แชนแนล" และ "สบายดี ทีวี" เพื่อยึดพื้นที่ตลาดในส่วนนี้แข่งกับค่ายคู่แข่ง โดยกะเกณฑ์ว่าจะทำรายได้กว่า 400 ล้านบาทในปีนี้
“ในส่วนแซทเทิลไลท์ ทีวีปีนี้เป็นอีกหนึ่งอย่าง ที่เราให้ความสำคัญ โดยเราจะมีการเปิดช่องใหม่ขึ้นมาอีก 1 ช่อง เพราะหลังจาก ที่เมื่อปีที่แล้ว เราเปิดไปแล้ว 2 ช่องคือช่องยู แชนแนล กับสบายดี ปีนี้เราเลยอยากจะเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งช่อง เพื่อเปิดขยายพื้นที่ตลาดในส่วนนี้ เพราะเมื่อปีที่ผ่านมา เรตติ้งที่เราได้รับมาถือว่าเราประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งของช่องเพลงทั้งสองประเภท ช่องที่เราจะเปิดใหม่ชื่อช่อง 8 อินฟินิตี้ จะเป็นช่องที่เราให้ความสำคัญมาก จะมีการผลิตละครฉายที่นี่ มีการผลิตซีรีส์ ผลิตรายการใหม่ๆ รวมถึงมีการเอาหนังเกาหลี จีนหรือณี่ปุ่นเข้ามาฉายที่นี่ด้วย ซึ่งการลงทุนจริงๆ ก็ไม่ได้สูงมากประมาณ 80 ล้านบาทต่อปี และปีนี้จาก 3 ช่องเราก็ตั้งเป้าไว้ประมาณ 400 ล้านบาท” เฮียฮ้อปิดท้าย



