บันเทิง

Hereafter พรสวรรค์ในร่างของคำสาป

Hereafter พรสวรรค์ในร่างของคำสาป

21 ม.ค. 2554

ไม่ต้องถึงขนาดยกเอาหนังเกือบ 40 เรื่องที่ คลินท์ อีสต์วู้ด เคยกำกับมา บอกทั้งหมด แต่แค่ใครสักคนเคยดูหนังสักเรื่องระหว่าง Unforgiven(1992), The Bridges of Madison County(1995) , Mystic River(2003) และ Million Dollar Baby(2004)เขาก็คงจะไปดู hereafter ถ้ามี

 ยังไม่ค่อยเหมาะกับ “จริต” ของสังคมไทยที่ไม่ชอบหนังซึ่ง “เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ”ก็ถ้า eat pray love ขาดทุน และ the social network ไม่ได้เงินมากเท่าที่ควรจะได้(ก่อนการประกาศ) มันก็สะท้อนวัฒนธรรมการดูหนังของคนไทยค่อนข้างชัด เมื่อเป็นแบบนี้ hereafter ที่แม้มีเรื่องราวที่คนไทยน่าจะชอบ เพราะเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารระหว่าง “คนเป็น” กับ “ผู้ตาย”

 แต่ใจความใหญ่ของมันก็คือการเล่าเรื่อง ไม่เป็นที่ถูกใจคนดูวงกว้าง (เพราะหลังจากฉากเปิดตัวด้วยสึนามิ หนังก็ไม่มีอะไรเป็นไคลแมกซ์แบบฮอลลีวู้ดอีก)แม้ ปีเตอร์ มอร์แกน จะเป็นคนเขียนบท แต่ยังเห็นได้ชัดว่า คลินท์ อีสต์วู้ด ยังเชี่ยวชาญกับการกำกับเนื้อหาที่มีตัวละครอยู่ในวงล้อมของเงื่อนและความกดดันบางอย่าง
ผมว่าเขาไม่ได้เล่าเรื่องเก่งแบบ สปีลเบิร์กหรือ “ขาโอ่” อย่าง เจมส์ คาเมรอนแต่คุณปู่ของวงการหนังคนนี้ จัดจ้านกับการดึงเอาบุคลิกที่ซ่อนอยู่ในแคแรกเตอร์ออกมาเล่น และจากหนังอย่าง Unforgiven(1992), The Bridges of Madison County(1995) , Mystic River(2003) และ Million Dollar Baby(2004) ก็ยืนยันหนักแน่นอยู่แล้ว
ใน hereafter นั้น มี 3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชนชั้นล่างอย่างจอร์จ (แมทท์ เดมอน) นักข่าวสาวชาวฝรั่งเศสอย่าง แมรี่ (เซซิล เดอ ฟรองค์) และเด็กชายในลอนดอนอย่าง มาร์คัส (แฟรงกี้ แมคลาเลน)

 ทั้งสามคนไม่รู้จักกัน แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบ “เกือบตาย” ทำให้เขาสามารถ “รับรู้” สื่อสารกับคนตายได้ โดยเฉพาะ จอร์จ ที่พยายามจะหลบเลี่ยงการให้บริการผู้คนด้วยพรสวรรค์นี้หลายคนมองว่ามันคือ พรสวรรค์ แต่ จอร์จ บอกว่ามันคือคำสาป เขาตกอยู่ในคำสาปนี้มานานตั้งแต่เด็ก และคิดว่าอยากจะทำอาชีพอื่นๆ
ไม่ใช่งานบริการสื่อสารกับผู้ตาย ขณะที่ แมรี่กับมาร์คัสนั้น ชะตากรรมชีวิตเปลี่ยนไป หลังจากพานพบกับเรื่องตายของตัวเองและคนใกล้ตัว จนนำพวกเขามาเจอกับ จอร์จ

 บทหนังมีข้อด้อยที่ใช้เวลามากเกินไปในการแจกแจงเหตุการณ์และตัวละคร อีกทั้งแคแรคเตอร์หลักอย่าง จอร์จ ซึ่งคนดูต้องตามไปตลอดนั้น เป็น “แคแรกเตอร์ปิด” การมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องจึงมีน้อย จนอาจจะบอกว่าความเป็นดราม่าติคแบบดิบๆ ที่ คลินท์ สร้างชื่อได้บ่อยๆ นั้น ใช้ไม่ได้กับเรื่องนี้ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงการเรียนรู้เรื่องการทำอาหาร แม้มันจะช่วยสะท้อนความตั้งใจวิ่งหนีของ จอร์จ แต่เวลาที่ใช้ไปเพื่อจบกับคู่เดทนั้น
ไม่คุ้มค่ากับประเด็นที่จะได้

 การใช้เวลากับหนังที่เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ นั้น เป็นจุดอ่อนสำคัญ ที่อาจจะทำให้คนดูมองไม่เห็นข้อดีของหนัง 2 อย่าง

 อย่างแรกคือ มันสะท้อนวิถีของคนเมืองที่ต้องพานพบและผ่านพ้นจากปัญหาที่โถมเข้ามา แม้แต่การมีพรสวรรค์กว่าคนอื่นๆ ของคนกลุ่มหนึ่ง ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขามีความสุข แต่ขณะเดียวกัน มนุษย์มากมายก็พร้อมจะคว้าใครสักคน ถ้ามันจะเป็นหนทางออกจากทุกข์ เราจึบเห็นหมอดูในสังคมไทย และร่างทรงตัวปลอมในหนังเต็มไปหมดอย่างที่สองก็คือ ถ้าคุณดูเรื่องนี้ในแบบ soundtrack และอ่านศัพท์แสงบางคำหรือฟังมันออก คุณจะได้ยินศัพท์อยู่สองคำที่ถูกพูดออกจากปากของ จอร์จ มันเป็นศัพท์ที่บ่งบอกถึงความเป็นคนที่ถูกความเชื่อเล่นงาน
ราวกับผู้กำกับหนังต้องการจะบอกว่า ชีวิตที่เป็นแบบ hereafter นั้นชะตากรรมแบบนี้ ไม่ต้องหาข้อสรุป แต่ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างเข้าใจได้เหมือนที่ คาวบอยใน Unforgiven(1992), ช่างภาพกับแม่บ้านใน The Bridges of Madison County(1995) ,ฆาตกรใน Mystic River(2003) และนักมวยสาวผิวสีกับโค้ชของเขาใน Million Dollar Baby(2004) เคยพานพบมา

" นันทขว้าง สิรสุนทร"