
มองโลกแบบวิกรม - อิสราเอลเมืองวิจัย
เมื่อเร็วๆ นี้ผมมีโอกาสเดินทางไปประเทศอิสราเอล ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปเยือนตะวันออกกลาง ผมนำมาเล่าสู่กันฟัง เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านอาจจะช่วยให้เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจและการบริหางานบางอย่างของคนอิสราเอลแล้วนำมาใช้ปรับปรุงการงานของท่านไ
ในปีค.ศ.1992 มีชาวยิวจากรัสเซียเดินทางเข้ามาถึง1 ล้านคนโดยส่วนใหญ่เป็นคนที่มีความรู้เป็นนักวิทยาศาสตร์ รัฐบาลจึงได้คิดสร้างงานด้านวิจัยขึ้นมาโดยให้คนเหล่านี้มาดำเนินการบวกกับมีคนยิวอยู่ทั่วโลกในทุกวงการธุรกิจต่างก็ช่วยกันส่งเสริมการตลาดมากมายทั่วโลก ทำให้เกิดกระแสการซื้อการวิจัยจากอิสราเอลเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันบริษัทชั้นนำทั่วโลกมักจะจ้างหรือย้ายบริษัทของตนเองไปตั้งในอิสราเอลกันแล้ว
ทุกวันนี้อิสราเอลมีประชากรที่เป็นนักวิจัยต่อประชากร 1 พันคนนับว่าสูงที่สุดในโลก
ประเด็นสำคัญคือการทำวิจัยนั้นทำให้รายได้ต่อประชากร 1 คนนั้นมีค่าสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือรายได้ที่ว่าไม่สร้างมลภาวะให้กับประเทศเท่ากับการผลิต เพราะการผลิตนั้นต้องใช้น้ำและมีน้ำเสียเกิดขึ้นหรือมีควันเสีย ฝุ่น ซึ่งล้วนแต่จะสร้างปัญหาให้เกิดกับภาระสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น
มีอยู่บ่ายหนึ่งผมมีโอกาสยืนอยู่ที่ชายหาดที่เมืองไฮฟา ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมหลักน้ำทะเลที่ผมเห็นนั้นมีความสะอาดเหมือนเกาะพีพีหรือภูเก็ตเลย ผมยังเห็นมีคนดำน้ำดูปะการัง นั่นแสดงให้เห็นว่าแม้จะอยู่กับเมืองที่มีอุตสาหกรรมหรือวิจัยที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอล แต่น้ำทะเลกลับยังสะอาดสดใสอย่างเหลือเชื่อ
วันนี้อิสราเอลได้พัฒนาไปถึงจุดที่ว่าการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่าใดแล้ว ดังนั้นหากเรารู้จักการบริหารการทำงานที่ถูกต้องก็จะทำให้เรามีรายได้ดีแต่ไม่ทำให้ธรรมชาติเสียหาย
อีกสิ่งที่ผมได้สัมผัสกับตัวเองคืออาหารเช้าผมได้รับประทานผักนานาชนิด ซึ่งถือว่าเป็นอาหารเช้าที่ผมรับประทานได้มากเหมือนอาหารกลางวันเพราะ ผักหรือผลไม้มีรสชาติและคุณภาพดีมาก
ปัจจุบันอิสราเอลมีการส่งออกผักและผลไม้ที่ปลอดสารเคมี ที่มีคุณภาพดีที่สุดและแพงที่สุดไปยุโรปและญี่ปุ่นอย่างมากมาย เพราะเขามีการค้นคว้าวิจัยทางด้านการเกษตรโดยนักวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถปลูกพืชที่มีมูลค่าสูง ขายได้ในราคาแพงจนผมรู้สึกว่าผักที่นี่รับประทานไม่รู้จักเบื่อ
ปัจจุบันอิสราเอลมีชาวไร่ชาวนาไม่ถึง 5% ของจำนวนประชากร แต่สามารถสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารให้แก่คนทั้งประเทศได้ถึง 95% พร้อมกับยังสามารถส่งออกในราคาสูงได้อีกด้วย
ผมอยากให้คนไทยเข้าใจว่ากิจการงานทุกอย่างนั้นล้วนแล้วแต่ต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ให้เหมาะสมกับตลาดโลกที่เขาต้องการเราก็จะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน



