บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม  - "อ้วน" แหกโค้ง !!

มองผ่านเลนส์คม - "อ้วน" แหกโค้ง !!

19 ม.ค. 2554

ปัจจุบันคลื่นวิทยุข่าว กลายเป็นทางเลือกสำหรับคนกรุงอีกอย่างหนึ่งแทนที่คลื่นบันเทิงที่มีอยู่มากกว่าครึ่ง

 คนกรุงเทพฯ ที่ประสบกับปัญหารถติด ได้ประโยชน์จากรายการเหล่านี้มาก บางรายการฟังแล้วเหมือนกับได้ดูรายการข่าวทางโทรทัศน์ไปด้วยเพียงแต่ไม่เห็นภาพ เพราะเขาดึงสัญญาณเสียงมา

 รายการดีๆ มีหลายสถานีทั้งสาระบันเทิง แต่มีอยู่คืนหนึ่งของวันหยุดที่ผ่านมา ได้ฟังรายการทอล์กเกี่ยวกับบันเทิงรายการหนึ่งจัดโดยดีเจหญิงชาย คุยกันเกี่ยวกับข่าวบันเทิง กับเรื่องหมอดู

 บางคนอาจจะบอกว่าเป็นดีเจหญิงกับหญิงจัดคู่กันก็ไม่ว่ากันเพราะผู้ชายอีกคนก็ใช้ลีลาจัดแบบสาวประเภทสองฟังเพลิดเพลินไปอีกแบบถ้าไม่คิดอะไรมาก

 แต่คืนที่ผ่านมา ก่อนเที่ยงคืนที่หมุนไปฟังเพื่อจะเช็กข่าว ก็ต้องรู้สึกตกใจกับการพูดคุยกับแขกรับเชิญที่มาเข้าสาย ดูเหมือนจะเป็นผู้ชายหวานแหววที่ขายเครื่องสำอางชื่อ "อ้วน" ที่เพิ่งตกเป็นข่าวกับดาราหนุ่มในฐานะที่ไปร่วมงานงานหนึ่งแล้วไปมอบช่อดอกไม้และโน้มคอหนุ่มคนนั้นมาหอมแก้ม (แค่นี้ก็เป็นข่าวได้)

 ข่าวบันเทิงหลายสำนักจึงนำไปลงข่าวว่าเป็นเด็กในสังกัดหรือเป็นคู่ขากันแบบชายรักชายกัน ดาราฝ่ายชายจึงออกมาปฏิเสธ

 ดีเจสัมภาษณ์คุณอ้วนในขณะขับรถอยู่บนถนน แต่การพูดคุยเลยเถิดไปแม้ว่าจะทราบว่า เขาโทรคุยเม้าท์กันเป็นการส่วนตัวเพราะสนิทสนมกัน ปัญหาอยู่ที่ว่า มันถูกถ่ายทอดสดออกอากาศ

 คุณอ้วนกล่าวในรายการถึงข่าวที่ออกไปว่า ตอนนี้มีงานอีเวนท์ติดต่อมาให้ไปออกงานคู่กันแล้ว และน้ำเสียงไม่ได้รู้สึกว่าทำอะไรผิดพลาดแถมยังดี๊ด๊าร่าเริงเกินปกติ แถมยังบอกว่า ความจริงแล้วอยาก ”ซี่” กับดาราหนุ่มคนนั้นมากกว่า ซึ่งคำนี้ในภาษาอีสานย่อมรู้ว่าหมายถึงอะไร

 ความคะนองปากยังไม่จบสิ้น เมื่อคุณอ้วนกล่าวว่า กำลังขับรถหลงทางอยู่แถวๆ รัชโยธิน ดีเจถามว่า ทำไมกะเทยชอบไปแถวๆ สวนสาธารณะรัชวิภา (แยกตัดกันระหว่างถ.วิภาวดี-พหลโยธินซึ่งตอนกลางคืนจะมีกลุ่มชายรักชายออกมาพลอดรักกัน ตามที่คุณอ้วนอธิบาย)

 คุณอ้วนตอบว่า เพราะกะเทยมันชอบไปกินขี้ และก็พูดต่ออย่างชื่อ "เฮเลน" ซึ่งเจ้าตัวอาจไม่ได้รู้เรื่องด้วยและคงไม่ปลื้มถ้าใครนำมากล่าวถึงในทางเสียหาย บางคำพูดก็หยาบคายจนไม่น่าออกอากาศได้ โดยที่คนฟังรู้คำศัพท์บ้างไม่รู้เรื่องบ้าง สักพักก็ตัดบทว่า ไม่คุยแล้ว ชั้นขับรถหลงทาง เข้าบ้านไม่ถูกแล้วก็วางสายไป ไม่ได้ร่ำลาสวัสดีอะไร

 คนฟังก็งงกันไม่น้อยที่ในเมื่อไม่มีความพร้อมในการที่จะให้ข่าวก็ควรจะปฏิเสธหรือนัดหมายเวลากันให้ดี หรือจอดรถเพื่อคุยกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อให้ความจริงกระจ่าง หากจะอ้างว่าเป็นข่าวที่ประชาชน (จำนวนหนึ่ง) ให้ความสนใจ

 ฟังแล้วน่าเสียดายเวลา แต่ก็อดทนฟังการสัมภาษณ์จบตัดสายเพราะอยากรู้เหมือนกันว่า รายการวิทยุปัจจุบันเขาให้อิสระในการดำเนินรายการมากมายกันขนาดนี้แล้วหรือ

 ผู้เขียนไม่ได้ปฏิเสธรายการบันเทิง เพราะโดยปกติจะสลับฟังทั้งรายการข่าวและบันเทิงอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นคนเคร่งเครียดวิชาการถึงขนาดที่ฟังรายการแบบเม้าท์บันเทิงไม่ได้

 ยังไงก็ขอร้องให้รายการบันเทิงลักษณะนี้ ช่วยเลือกสรรสิ่งที่จะนำมาออกอากาศให้ดี อย่าแหกโค้งไปมากมายโดยคิดว่าเป็นคนเด่นดังแล้วจะพูดอะไรก็ตามใจปากไม่แคร์ใคร

"นคร ศรีเพชร "