
มองผ่านเลนส์คม-กระต่ายตื่นดาว
เปิดทีวีปีกระต่าย ฟรีทีวีทุกช่องพยายามปรับผังใหม่ และเพิ่มอัตราค่าโฆษณา ซึ่งเม็ดเงินโฆษณายังไหลไปรวมที่ฟรีทีวีเหมือนเดิม (ยกเว้นทีวีสาธารณะอย่างทีวีไทย)
สำหรับ "ทีวีดาวเทียม" ธุรกิจดาวรุ่ง พ.ศ.นี้ พลันที่เหลือบมองหน้าจอ ก็เห็น "สงครามคนขายจาน" ทำการตลาดกันขนานใหญ่
จานส้ม "ไอพีเอ็ม" โหมโฆษณาว่า จะมีช่องทีวีใหม่เพิ่มขึ้น อาทิ "บางกอกแชนแนล" ทีวีของคนเมือง, "แทรเวลแชนแนล" ทีวีท่องเที่ยว และ "สวัสดีเซย์ไฮ" ของนักร้องลูกทุ่งเมืองใต้ เอกชัย ศรีวิชัย
ส่วนเจ้าตลาด จานดำ "พีเอสไอ" จับมือกับ "ไลฟ์ทีวี" ทำเคเบิลบนจานดาวเทียม ขายช่องฟุตบอล ช่องบันเทิง ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหน?
นอกจากนี้ พีเอสไอยังทำการตลาดใน "โครงการอาสาสมัครพัฒนาคุณภาพทีวีดาวเทียม" โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือก พีเอสไอจะมอบรีซีฟเวอร์รุ่นพิเศษ Rating Box Model ให้เพื่อการเก็บข้อมูลการรับชมช่องรายการ
มิเพียงแต่จานส้มกับจานดำ ยังมีอีกหลายจานหลายแบรนด์ ที่เข้ามาแข่งกันในตลาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นจานโปร่งหรือจานทึบ ย่านความถี่ซี-แบนด์ หรือเคยู-แบนด์
ขณะที่ผู้ผลิต "คอนเทนท์" รายใหญ่และรายใหม่ ต่างเข้าสู่ลู่แข่งขันกันเปิดตัว "ช่องทีวีดาวเทียม" ผ่านจานรับสัญญาณดาวเทียมทุกแพลตฟอร์ม
ค่ายอาร์เอสก็เพิ่งนำช่อง "8 อินฟินิตี้" พร้อมสโลแกน "ความสุขไม่รู้จบ" มาลงจอ นัยว่าอาร์เอสวางช่องนี้ให้เป็น "ฟรีทีวี" บนสัญญาณดาวเทียม
ค่ายโรสวิดีโอ ส่ง "40-50 แชนแนล" ที่ขายแนวคิด "ช่องของคนรุ่นเรา" มาทำตลาดคนวัยทอง
ค่ายแกรมมี่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนมากนัก เพราะท้ายปีที่แล้ว ได้ทดลองออกอากาศ "สาระแน แชนแนล" ที่ร่วมผลิตกับสามหนุ่ม "วิลลี่-หอย-เปิ้ล" ไปแล้ว
ผู้ผลิตรายเล็กๆ ก็ขยันเปิดช่องใหม่ ราวกับว่าทีวีดาวเทียมมันทำกันง่ายดายเหลือเกิน จึงไม่แปลกที่เวลานี้ เรามีช่องทีวีดาวเทียมไม่ต่ำกว่า 120 ช่องในทุกย่านความถี่
วันก่อน "เฮียฮ้อ" แห่งค่ายอาร์เอสให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ทีวีดาวเทียมจะเป็น "ธง" ของอาร์เอส เพราะเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2554 เฮียฮ้อจึงต้องการเห็นรายได้ที่ 400 ล้านบาท
เฮียแกยังบอกว่า นับจากนี้ไปธุรกิจทีวีดาวเทียมจะเข้าสู่ภาวะแข่งขันรุนแรงมาก มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว และมีผู้เล่นเข้ามามากขึ้น แต่เมื่อผ่านช่วงฝุ่นตลบ ก็จะเหลือผู้เล่นเพียงไม่กี่รายในตลาด
"ผู้รอด" ในตลาดทีวีดาวเทียมคือ เจ้าของคอนเทนท์ที่แข็งแรง มีการผลิตและการตลาดที่ดี
เฮียฮ้อคาดว่าสองปีข้างหน้า จะเหลือผู้ผลิตคอนเทนท์ทีวีดาวเทียมไม่เกิน 5 ราย เหมือนค่ายเพลงที่มีเป็นร้อยค่ายในอดีต ก็เหลือแค่ 2 ค่ายใหญ่ในปัจจุบัน
เฉพาะหน้านี้ ต้องเปลี่ยนทัศนคติของเอเยนซีให้มองเห็น "ทีวีดาวเทียม" มีคนดูจริง ไม่งั้นมันก็ไปไม่รอดทั้งค่ายใหญ่ค่ายเล็ก
ลำพังจะขายปู่เซิน ขายปุ๋ย ขายคาถาอาคม ขายยาปลุกพลังอย่างเดียว คงแบกต้นทุนการผลิตไม่ไหวแน่!!
แคน สาริกา



