
"บอดี้สแลม" กวาด 3 รางวัล "คมชัดลึกอวอร์ด"
เป็นที่ทราบกันไปแล้ว สำหรับรางวัล คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 8 ประเภทเพลงไทยสากลทั้ง 7 สาขา อาทิ สาขาศิลปินเดี่ยวหญิงยอดเยี่ยมที่ปีนี้ตกเป็นของ "ลุลา" กันยารัตน์ ติยะพรไชย กับอัลบั้ม
“ทวิสต์” ภายใต้สังกัดสนามหลวง ในเครือ “จีเอ็มเอ็มแกรมมี่” ซึ่งผู้ที่ติดตาม “คม ชัด ลึก อวอร์ด” ครั้งนี้ จะเห็นได้เลยว่าในสาขาศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยมเป็นสาขาที่หาผู้เข้ารอบสุดท้ายได้ยากมาก เหตุผลหลักมาจาก ศิลปินหญิงในบ้านเรามีน้อยมาก ทำให้ปีนี้มีศิลปินหญิงที่ได้เข้าชิงเพียง 3 คน ซึ่งนอกจาก “ลุลา” แล้วยังมี "ตั๋ม" อภิชญา ไชยพะยอม และ "แป๋ม" สุภัทรา โกราษฎร์ ทั้งสองถือเป็นผู้เข้าชิงที่สมน้ำสมเนื้อกับลุลาอย่างมาก แต่เหตุผลที่คณะกรรมการมอบรางวัลนี้ให้แก่นักร้องสาวค่ายสนามหลวง ที่มีการผนวกพัฒนาการ ความสามารถและพรสวรรค์ทางการร้องได้เป็นอย่างดี
มาที่สาขาศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม ที่มีนักร้องหนุ่มเข้ารอบ 5 คนคือ “หงา" สุรชัย จันทิมาธร, "แสตมป์" อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข, บุรินทร์ บุญวิสิทธิ์, "เป้"อารักษ์ อมรศุภศิริ และ สิงโต นำโชค ซึ่งรางวัลนี้ คณะกรรมการได้นำไปคาบเกี่ยวกับรางวัลศิลปินหน้าใหม่เพราะมี 3 ศิลปิน ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งสองสาขา เมื่อมีการนำไปเปรียบเทียบกันแล้ว ผู้ที่เป็นสองคนสุดท้ายที่คณะกรรมการยกมาพิจารณาหาผู้ชนะคือ “แสตมป์” อภิวัชร์ และ สิงโต นำโชค เมื่อพิจารณาในเรื่องความสามารถทางการร้องเพลง ทั้งคู่มีภาษีเท่าๆ กัน แต่เมื่อเทียบกับความเป็นศิลปิน ที่มีการทำเพลงและเข้าใจในเพลง และสามารถถ่ายทอดเพลงออกมาได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้รางวัลนี้ ถูกยกให้แก่ “แสตมป์” นักร้อง-นักแต่งที่ใส่ความคิดลึกซึ้งลงไปในเพลงได้อย่างเต็มแก้วมากกว่า สิงโต นำโชค ที่อาจจะต้องสั่งสมประสบการณ์อีก
อย่างที่บอกข้างต้นว่า สาขาศิลปินชายเดี่ยวถูกพ่วงกับสาขาศิลปินหน้าใหม่ ซึ่งชื่อของศิลปิน ที่ได้รับการเสนอจากคณะกรรมการให้เข้าวินคว้ารางวัลนี้ไปครองคือ 2 ศิลปินหนุ่มเลือดใหม่ที่มีสไตล์เพลงต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้ง สิงโต นำโชค และ “เป้” อารักษ์ ด้วยความที่ทั้งสองศิลปินมีความต่างกัน เพราะถ้าเทียบจากเสียงร้องแล้ว สิงโต มีภาษีดีกว่า เป้ แต่ถ้าเทียบกับการสะท้อนมุมมองทางความคิดและสื่อความหมายของอารมณ์เพลง เป้ ดูเหนือกว่า สิงโต ทั้งสองคนต่างมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เป็นตัวตัดสินในสาขานี้ คือความสดใหม่ กล้าได้กล้าเสียทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ ทำให้ “เป้” คว้ารางวัลนี้ไปครอง กับความกล้าบ้าบิ่นที่จะแต่งเพลงเสียดสีสังคม ต่อว่าต่อขานทั้งตัวเอง หรือสิ่งต่างๆ รอบข้าง โดยไม่คำนึงชื่อเสียงที่มี
ส่วนศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม ดูเป็นอะไรที่ปวดหัวของคณะกรรรมการเป็นอย่างมาก เพราะ 5 อันดับที่เข้ารอบมาล้วนแล้วแต่เป็นมือดีของวงการด้วยกันทั้งนั้น แต่เกณฑ์การตัดสินศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมคณะกรรมการมองที่ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการรวมกันเป็นหนึ่งได้อย่างลงตัว ซึ่ง 2 กลุ่มศิลปินที่คณะกรรมการมองเห็นว่าเหมาะสมกับรางวัลในสาขานี้คือวง "บอดี้สแลม" และวง "เครสเชนโด้" แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว คณะกรรมการให้น้ำหนักไปที่วง "บอดี้สแลม" มากกว่าในเรื่องของความลงตัวและน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสมาชิกทั้งหมด เมื่อเทียบกับวง "เครสเชนโด้" ที่นักร้องนำซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ของวงอาจยังขาดส่วนประสมที่ลงตัวไปบางจุด
ข้ามมาที่เพลงบรรเลงก่อนเลย ที่ปีนี้ดูเหมือนคะแนนเสียงค่อนข้างเป็นเอกฉันท์ ทั้งที่ 5 ผู้เข้าชิงอย่างอัลบั้ม "แสนแสบ Department" ของ "แชมป์" ชินพัฒน์ หงส์อัมพร มือกีตาร์วง เครสเชนโด้, อัลบั้ม "แจ๊ส คอนเนอร์ feat. บ็อบ เจมส์" ของ แจ๊ส คอนเนอร์, อัลบั้ม "Time+กาลเวลา" ของ วินัย โสตถิพันธุ์, อัลบั้ม "Happy Moment" ของ โก้ มิสเตอร์แซกแมน และ อัลบั้ม Seagull ของ "แพง" ศักดิ์ศรี วงศ์ธราดล ต่างเป็นสุดยอดคนทำเพลงด้วยกันทั้ง คณะกรรมการของ "คม ชัด ลึก" จึงมีความเห็นที่จะให้รางวัลนี้แก่อัลบั้ม "แสนแสบ Department" ของ แชมป์ เครสเชนโด้ เพราะมีความหลากหลายของเพลงมากกว่าอัลบั้มอื่นๆ โดยเฉพาะทีเด็ดในเรื่องความอลังการของกีตาร์ที่พิชิตใจคณะกรรมการไปได้อย่างสวยงาม
สองรางวัลสุดท้ายขอรวบยอด เพราะผู้ที่ได้รางวัลนี้คือศิลปินกลุ่มเดียวกันอย่างวง "บอดี้สแลม" กับอัลบั้ม "คราม" ที่มีโปรดิวเซอร์คือ "อ๊อฟ บิ๊กแอส" พูนศักดิ์ จตุระบุล และเพลงยอดเยี่ยมตกเป็นของ "คิดฮอด" เนื้อร้อง "ตูน บอดี้สแลม" อาทิวราห์ คงมาลัย และ อ.วสุ ห้าวหาญ ทำนอง ตูน บอดี้สแลม ในส่วนของอัลบั้ม คณะกรรมการมองว่าอัลบั้ม "คราม" มีความลงตัวในเรื่องของความเป็นวง และมีความหลากหลายที่สอดคล้องประสานกันได้อย่างลงตัวทั้งอัลบั้ม ส่วนเพลง "คิดฮอด" คณะกรรมการชื่นชมในการผสมผสานของเครื่องดนตรีสากลอย่างกีตาร์กับแคนเครื่องดนตรีพื้นบ้านของชาวอีสานได้อย่างไม่ขัดเขิน แถมเพลงนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ทำให้วัยรุ่นไทยไม่อายกับดนตรีพื้นบ้านของประเทศอีกด้วย
สองรางวัลสุดท้ายในสาขาเพลงไทยสากล รางวัลที่ได้มาจากการโหวตของประชาชนทั่วประเทศ โดยรางวัลนักร้องเพลงไทยสากลยอดนิยมตกเป็นของเดอะสตาร์ป้ายแดง "กัน เดอะสตาร์" นภัทร อินทร์ใจเอื้อ ที่เบียดเหล่ารุ่นพี่ทั้ง "บี้" สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว, "รุจ" ศุภรุจ เตชะตานนท์, "โตโน่" ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ และ "ตุ้ย" เกียรติกมล ล่าทา ส่วนรางวัลสุดท้ายซึ่งเป็นรางวัลสุดพิเศษตกเป็นของ รุจ เดอะสตาร์ ที่สามารถคว้ารางวัลป๊อปปูลาร์โหวตของ "คม ชัด ลึด อวอร์ด" ต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป
ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับทุกศิลปินที่คว้ารางวัลในประเภทเพลงไทยสากล โดยศิลปินทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ผู้ได้รางวัล แต่ผู้ที่ผ่านเข้ารอบต่างก็มีคุณภาพอย่างน่าชื่นชมด้วยกันทั้งหมด



