
ไม่ว่าใครจะ เข้าวิน ขอปรบมือให้ผู้ได้เข้าชิงด้วย
แม้เจ้าสำนักอันดับต้นๆ คนหนึ่งของวงการหนังอย่าง วู้ดดี้ อัลเลน จะเคยปฏิเสธการไปงานออสการ์ (ทั้งๆ ที่หนังของเขาเข้าชิง) แถมยังเลือกไปนั่งเป่าแซกโซโฟนในผับแจ๊สเสียอย่างนั้น
ทว่า ในเวลาต่อมา ผู้กำกับที่ว่ากันว่าเป็นพวก anxiety ชอบวิตกกังวลตลอดเวลานั้น ก็ยอมไปงานออสการ์ในภายหลัง มันไม่เกี่ยวอะไรกับการ “ได้ฟอร์ม” หรือ “เสียฟอร์ม” ของใครทั้งสิ้น แต่มันเกี่ยวกับการได้คิดว่า เขาน่าจะไปให้เกียรติคนในวงการสักคืนหนึ่ง เพราะ วู้ดดี้ อัลเลน คงรู้สึกว่าขนาดผู้เข้าชิงติด 1 ใน 5 เขายัง “กระตือรือร้น” ตัดชุดไปร่วมงาน ทำไมเขาซึ่งถูกเชิญจะไม่ควรไปล่ะ
กรณีของผู้กำกับที่พร่ำบ่นเกี่ยวกับความเป็นนิวยอร์กของเขาคนนี้ น่าจะสะท้อนมายังการจัดงานรางวัลต่างๆ ของหลายประเทศ แน่นอนว่ารวมถึงบ้านเรา ที่นับจากตอนนี้เป็นต้นไป คลมีหลายงานที่ “ทยอย” ประกาศไปเรื่อยๆ จนจบที่ตัวใหญ่สุดคือ “สุพรรณหงส์ทองคำ” ซึ่งจะไปจัดที่ CTW พัทยาวันที่ 6 มีนาคม 2011
แต่รางวัลหนึ่งที่ผมได้เกี่ยวข้อง (ซึ่งจริงๆ ปีนี้ผมเป็นกรรมการทั้งสามสถาบันหลักด้วย) ก็คือ “คมชัดลึก อวอร์ด” สาขาภาพยนตร์ ซึ่งจัดทำดูแลโดยทีมงานมากมายหลายสิบคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายตระเตรียมเชื้อเชิญผู้คนนั้น น้องๆ นักข่าวบันเทิงคมชัดลึก เป็นตัวหลักมาทุกปี
บทความนี้จะตีพิมพ์ “คร่อม” อยู่ระหว่างวันพฤหัสกับวันศุกร์ ซึ่งการประกาศรางวัลนั้นเพิ่งเสร็จสิ้นไป และนอกจากจะแสดงความยินดีกับผู้ชนะแล้ว คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ผมอยากจะให้กำลังใจมากกว่าก็คือ นักแสดงท่านอื่นๆ ที่ได้เข้าชิงและไม่ได้ชนะในสาขาที่ตัวเองเข้าชิง ซึ่งไม่เคยแปลว่าตัวเองเล่นแย่กว่า หรือแสดงไม่ดี เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว นักแสดงที่ติด 1 ใน 5 ของทุกปีถือว่าเป็นคุณภาพของวงการหนังทั้งนั้น
เหมือนที่นักวิจารณ์เมืองนอกเขาบอกว่า บางทีไม่ต้องชนะเลิศ เพราะภาคภูมิใจนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนมีรายชื่อในรอบสุดท้ายแล้ว ผมอยากจะบอกว่า ใครได้รางวัลก็ตาม น่าดีใจด้วยอย่างมาก แต่คนที่ไม่ได้รางวัลหากแต่เข้าชิงก็เป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาแล้วเนื่องเพราะปี 2010 นั้น มีหนังไทยเกือบ 70 เรื่อง คิดแบบ standard ก็เป็นอัตรา 7 ต่อ 1
และสิ่งที่ยินดีมากขึ้นไปอีกก็คือ รางวัลคมชัดลึกอวอร์ดระยะหลังๆ นั้น หนังนอกกระแสที่ไม่ใช่หนังอินดี้อย่างเดียว ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาประชันแข่งขันกับกับหนังในกระแสที่ก็มีความโดดเด่นไม่น้อย
พูดตามตรงว่า งานอย่างพลอย เอย พลเมืองจูหลิงเอย งานของคุณอาทิตย์ อัสสรัตน์เอย หรืองานอย่างลุงบุญมีระลึกชาตินั้น หลายปีที่ผ่านมาได้กลายมาเป็น “สีสัน” แต่งแต้มให้สนุกสนาน และบอกกับตัวรางวัลว่า คมชัดลึก อวอร์ดส์นั้น ไม่เคย “ปิดทาง” แต่กลับ “เปิดกว้าง” ต่อภาพยนตร์ทุกแนวทาง
คมชัดลึก อวอร์ด ไม่ได้เอนเอียงเทไปเพียงหนังในกระแส หรือบ้าหนังนอกกระแสตลอดเวลา เรามีหนังอย่างรถไฟฟ้ามาหานะเธอ เราก็มีหนังอย่างสวรรค์บ้านเรา มีหนังอย่าง 4 แพร่ง ก็งานของคุณเจ้ย หรือคุณเป็นเอก รัตนเรืองได้
ส่วนหนังของใครจะขึ้นไปถึงจุดไหน นั่นก็ขึ้นอยู่กับกรรมการทั้ง 7 ท่าน ซึ่งเป็นกะทิของการทำงานเกือบทั้งหมด เพราะดูหนังตลอดเวลา และเจอกันตามโรงแทบจะทุกเรื่อง หรือพูดให้ตรงขึ้น กรรมการครึ่งค่อน ก็ถูกเรียกใช้บริการไปในการตัดสินสถาบันหลักอื่นๆ ด้วย เพราะแม้ คมชัดลึก อวอร์ดส์ จะวางตัวเองชัดเจนว่าเป็น committee vote ไม่ใช่พวกสาย popular vote แต่เราเข้มข้นจริงจังในการลงคะแนน จนเห็นได้ว่าบางทีรางวัลหนังชนะเลิศไม่เฮๆๆ ตามกระแส เพราะตัวรางวัลมีเจตนาอย่างเดียวคือ ต้องการให้กำลังใจแก่ผู้สร้างงาน ที่มีคุณภาพมากกว่าให้เพราะต้องการแอดโฆษณาหรือรักษาความสัมพันธ์ระหว่างค่ายหนัง
ขอแสดงความยินดีต่อผู้เข้าชิงทุกสาขา และทุกท่านในคมชัดลึก อวอร์ดปีนี้ครับ
"นันทขว้าง สิรสุนทร"



