
คมเคียวคมปาากกา - ลูกอีสานจนถึงวันนี้ ยังย่ำวิถีของคนทิ้งนา
เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๔ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือนยี่
ค้างคาข้ามพรมแดนแห่งปี สำหรับการตั้งท่าจะเขียนถึง “ทางเดินชาวดิน” ของ ไมค์ ภิรมย์พร
“นาแล้งแห้งผาก ความชุ่มตีจากแผ่นดินอีสาน
ลมร้อนขับไล่ ผลักไล่ดอกจาน ให้จำลาก้านร่วงหล่นลงดิน
ดั่งลูกอีสาน พลัดถิ่นฐานที่เคยทำกิน
เข้ามาปลดเปลื้องหนี้สิน หยาดเหงื่อหลั่งริน อยู่ในเมืองฟ้า
เงินเบางานหนัก คือสัญลักษณ์ของคนขายแรง
เหงื่อเม็ดถูกๆ สร้างสิ่งแพงๆ แลกกับข้าวแกงกินตามยถา
เหลือจ่ายเก็บไว้ ส่งคืนไปให้คนอยู่นา
ในยามที่ฝนลืมฟ้า เปลี่ยนโชคชะตาของคนอีสาน
จากเด็กเรียนดี แต่วันนี้เป็นกรรมกร
จากหมอลำชื่อเสียงกระฉ่อน ต้องมาขับกลอนลำเดินขอทาน
นักมวยเงินหมื่น วันนี้ทั้งคืนต้องยืนล้างจาน
จากเป็นนางงามสงกรานต์ สุดทางฝันเป็นสาวนั่งบาร์
เหมือนถูกสาปส่ง ถูกฉ้อโกงเอาความโชคดี
ลูกอีสานจนถึงวันนี้ ยังย่ำวิถีของคนทิ้งนา
ทางเดินชาวดิน ยังมีมลทินเป็นคราบน้ำตา
คอยความเห็นใจจากฟ้า ส่งคนดีมาช่วยล้างอาถรรพ์”
ลงคำร้องของเพลงให้อ่าน ๔ ท่อน เหมือนบทกลอน ๔ บท มีสัมผัสนอก สัมผัสใน มีภาษาไพเราะ มีโวหารอุปมา มีเนื้อหาสาระ มีอารมณ์รู้สึกนึกคิด ถ้าจะใช้เนื้อเพลงนี้ไปให้นักเรียนได้ศึกษาแนวทางการประพันธ์บทกวี ก็สามารถทำได้ระดับหนึ่ง และน่าจะได้ผลดีไม่น้อย
เพลงนี้รวมอยู่ในชุด “เพชรในเพลง” เพลงที่เคยได้รับรางวัล ดังที่เคยเล่าไว้บ้างแล้ว ผู้แต่งคือ วสุ ห้าวหาญ อีกแล้วครับท่าน...เขียนถึงตรงนี้ต้องขออภัย หลายครั้งที่เขียนถึงเพลงแล้วมาลงที่ผู้แต่งหน้าเดิมๆ และเพลงจากค่ายเดิมๆ ขอบอกว่ามิได้คิดเลือกคนเลือกค่ายแต่อย่างใด แค่เลือกเพลงที่น่าสนใจหรือถูกใจมาขยับขยายความบ้างเท่านั้น จะสังเกตได้ว่าเวลาเขียนถึงเพลง ถ้าไม่จำเป็นจะไม่เอ่ยชื่อค่ายเพลง บังเอิญเพลงที่ถูกใจในพื้นที่และเวลาอันจำกัด มักมาตกอยู่ที่บางบุคคล
พูดคุยกับเพื่อนฝูงบ่อยครั้ง หลายคนรู้สึกคล้ายกัน แม้จริตพื้นฐานจะชอบฟังเพลงลูกทุ่ง แต่พอฟังเพลงลูกทุ่งปัจจุบันมากๆ ก็รู้สึกเฝือหรือเลี่ยน ไม่ใช่ว่าเพลงลูกทุ่งวันนี้จะไม่ดีทั้งหมด แต่พอฟังมากๆ บ่อยๆ ซ้ำๆ ทั้งคำร้องและทำนองที่วนๆ เวียนๆ มันเกิดอาการเหมือนจิตใจไม่ไปไหน คล้ายจิตใจไม่ค่อยได้ยกระดับปรับปรุง ทางออกก็คือการกลับไปฟังเพลงลูกทุ่งเก่าๆ หรือหาฟังเพลงแนวอื่นบ้าง บางวันจึงหาเพลงมาเปิดในรถอย่าง แอม เสาวลักษณ์, ใหม่ เจริญปุระ, ธีร์ ไชยเดช, ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์, ปาน ธนพร, บอย โกสิยพงษ์, นภ พรชำนิ, ดา บูโดกัน หรือเพลงอะไรใหม่ๆ ที่มันนำพาเราไปเที่ยวที่อื่นบ้าง
แต่ก็นั่นแหละ เพลงลูกทุ่งวันนี้ที่ฟังแล้วชื่นใจก็มีอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเพลงรักๆ ใคร่ๆ หลายแง่มุม หรือเพลงกลั่นชีวิตจิตใจในชะตากรรมเก่าแก่แบบ “ลูกอีสานจนถึงวันนี้ ยังย่ำวิถีของคนทิ้งนา” จาก “ทางเดินชาวดิน” เพลงนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เลย แถมยังเป็นเนื้อหาเก่าๆ ที่เล่าไม่รู้จบสำหรับคนบ้านนอก โดยเฉพาะคนอีสานที่ปรากฏในเพลง นานมาแล้วที่ “ภาคบังคับทางการศึกษา” หรือ “ภาคบังคับทางเศรษฐกิจ” ได้นำพาคนบ้านนอกเข้าเมือง ทั้งที่ไปแล้วกลับ และที่ไปแล้วหายลับ ท่อนแยกของเพลงนี้ประมวลภาพชีวิตบางสัดส่วนไว้ด้วยกันอย่างสะทกสะเทือนใจ...
ผมเคยแอบดูชีวิตเหล่านี้เช่นกัน เคยแต่งกลอนไว้ชุดหนึ่งชื่อ “เขาเหล่านั้น คือชาวนา” คือเวลาเห็นคนหลายสาขาอาชีพในเมืองหลวงอย่าง นักมวย คนขับแท็กซี่ คนขับรถเมล์ คนขับมอเตอร์ไซค์ เด็กเสิร์ฟ พนักงานห้าง คนงานรับจ้าง คนรับใช้ ฯลฯ ผมมักย้อนคิดถึงอาชีพดั้งเดิมของพวกเขาเหล่านั้น
ใช่...เขาเหล่านั้น คือชาวนา...ศุกร์หน้า ว่ากันต่อครับ!
"ไพวรินทร์ ขาวงาม"



