
มองโลกแบบวิกรม - อิสราเอล
ประเทศอิสราเอลเป็นประเทศที่มีการบริหารจัดการน้ำที่สามารถใช้พื้นที่ที่แต่ก่อนเคยเป็นทะเลทรายมาเป็นพื้นที่การเกษตรได้เป็นอย่างดีจนกลายเป็นประเทศส่งออกผักผลไม้ไปสู่ตลาดยุโรปได้
นับเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อว่าจากประเทศที่แห้งแล้งมีแต่ทะเลทรายไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับการบริโภคนั้นกลับกลายเป็นประเทศส่งออกด้านผักผลไม้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในความร่วมมือของชาวยิวที่มีการลงทุนด้านระบบน้ำจากภาคเหนือลงสู่ภาคกลางและใต้ในจำนวนน้ำทั้งหมดที่ประเทศอิสราเอลมีประมาณ 2,000 ล้านลบ.ม. บวกกับการทำเกษตรที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดเป็นผลผลิตด้านอาหารที่พอจะเลี้ยงดูประชากรของตนเองถึง 95% ของทั้งประเทศส่วนที่เหลือยังส่งออกไปขายต่างประเทศ
จะมีก็แต่ส่วนที่อิสราเอลต้องอาศัยนำเข้าไปใช้ในสิ่งที่ตนเองไม่สามารถผลิตได้ เพราะไม่คุ้มต้นทุนคือเนื้อสัตว์และเมล็ดพันธุ์พืชต่าง ๆ
โดยสภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่ในทะเลทรายและเป็นประเทศที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชีย แอฟริกาและยุโรปทำให้อิสราเอลสามารถส่งออกผักผลไม้ไปยังประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ยุโรปได้ ดังนั้นจากประเทศที่มีแต่ทะเลทราบไม่มีน้ำไม่มีอะไรเลยกลับกลายเป็นประเทศที่ส่งออกอาหารได้ พลอยทำให้ผมย้อนนึกถึงคนไทยที่ประเทศเรามีความอุดมสมบูรณ์จนขึ้นชื่อว่าในอดีตเดินไปทางไหนก็มีแต่ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ไม่มีแผ่นดินไหว ไม่มีหิมะตก ไม่มีไต้ฝุ่นเท่าใด มีน้ำฝนตกลงมากว่า 8 แสนล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มีพระอาทิตย์ส่งทั้งปี แต่คนไทยกลับยากจน จนต้องอพยพไปหางานทำในต่างประเทศกว่าล้านคน ทำให้ผมรู้สึกเศร้าใจเหลือเกินกับความแตกต่างกันกับประเทศอิสราเอลที่คนยิวอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่เรียกได้ว่าติดลบ แต่กลับสามารถสร้างขึ้นมาใหม่เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ได้
ทุกอย่างที่คนยิวทำขึ้นมาได้ไม่ใช่เพราะเขาเป็นเทวดาหรือมีความพิเศษของการเป็นมนุษย์แต่เป็นเพราะการร่วมมือกันอย่างจริงตังของภาครัฐและประชาชนอย่างเป็นระบบอย่างมีเหตุและผลและต่อเนื่อง ในเรื่องของการวางระบบชลประทานและการปรับปรุงการทำเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพทำให้เพียงระยะเวลา 20 กว่าปี ประเทศอิสราเอลมีน้ำใช้กันทั้งประเทศ และสามารถปลูกพืชเลี้ยงดูคนทั้งประเทศที่มีถึง 7 ล้านคนได้ เป็นข้อคิดสำหรับคนไทยมาก ๆ ที่เรามีประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติแต่เรากลับมีรายได้ต่ำ
ที่มากไปกว่าการทำเกษตรจากพื้นที่ทะเลทรายที่แห้งแล้งก็คือการนำน้ำเสียที่ใช้ในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมมาใช้ใหม่ถึง 75% ของน้ำเสียทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลกของการนำน้ำเสียมาใช้ใหม่ เมื่อเทียบกับอันดับสองคือประเทศสเปนที่ทำได้เพียง 12% และอิสราเอลยังเป็นผู้ที่ทำน้ำจืดจากน้ำทะเลที่ถูกที่สุดคือสิบกว่าบาทต่อ 1 ...... เท่านั้น
ผมนำเรื่องนี้มาฝากเพราะอยากให้คนไทยเราตระหนักว่าคนไทยเราโชคดีเพียงใดและควรจะต้องทำอะไรต่อไปในอนาคต



