บันเทิง

คอนเสิร์ต "เดอะ โฟร์ ซีซั่น" ป่วน
สูญเงินนับแสนเปลี่ยน "บอย" แทน "บีม"

คอนเสิร์ต "เดอะ โฟร์ ซีซั่น" ป่วน สูญเงินนับแสนเปลี่ยน "บอย" แทน "บีม"

11 ม.ค. 2554

กลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา หลังจากบริษัท ซัคเซ็ส โคออฟพึเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตใหญ่เพื่อการกุศล "เดอะ โฟร์ซีซั่น คอนเสิร์ต (The 4 season concert)" โดยแถลงข่าวเปิดตัวครั้งแรกได้เปิดตัว 4 ศิลปินคุณภาพ "ว่าน" ธนกฤต พานิชวิทย์ "เบน" ชลาทิศ ตันติ

  ซึ่งทันทีที่หนุ่ม "บีม" บอกยกเลิกไม่ขึ้นคอนเสิร์ตนี้ ทางผู้จัดการก็ถึงปวดหัวตึ้บ เพราะช่วงเวลาที่นักร้องหนุ่มออกมายกเลิกงาน ถือว่าเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิดมาก ทำให้ผู้จัดคอนเสิร์ตถึงกับต้องเลื่อนการจัดคอนเสิร์ตจากวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2553 ณ อาคารนิมิบุตร ปทุมวัน ออกไปแบบไม่มีกำหนด จนล่าสุดคอนเสิร์ตนี้มีการจัดแถลงข่าวอีกครั้ง เพื่อเปิดตัวศิลปินหนุ่มที่จะมาเสียบแทน "บีม" กวี โดยส้มหล่นไปตกที่นักร้องหนุ่มเสียงดี "บอย พีชเมกเกอร์" หรือ อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี และครั้งนี้ทางผู้จัดคอนเสิร์ตอย่าง ณัฐธพัฒน์ ขวัญเมือง ได้เปิดเผยถึงความเสียหายหลายแสนบาท หลังจากนักร้องหนุ่มค่ายอาร์เอส ถอนตัวไป

 “ความเสียหายมันก็หลายแสน แต่เราไม่สามารถพูดออกมาให้ชัดเจนได้ว่าเท่าไหร่ เพราะเราไม่อยากที่จะโบ้ยความผิดให้ใครคนอื่น คือการที่ศิลปินมีการถอนตัวไปนั้น ย่อมส่งกระทบต่อคอนเสิร์ตอย่างแน่นอน ซึ่งเราทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมรับผลที่ตามมา และไม่อยากพูดให้กระทบคนอื่นเสียหายไปมากกว่านี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว ทางเรามีการเซ็นสัญญาโดยตรงกับบีมอย่างถูกต้อง ไม่ได้มีอะไรที่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเลย แต่อาจเพราะว่าเราไม่ได้รับอนุญาตจากอาร์เอสเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรได้รับ แต่เพราะว่าเราเข้าใจด้วยตัวเราเองว่า การที่บีมมาเซ็นกับเราได้ เพราะว่าเป็นคอนเสิร์ตการกุศล แล้วก็คิดว่าบีมขออนุญาตจากทางต้นสังกัดของเขามาเรียบร้อยแล้ว เราเลยคิดว่าเรื่องน่าจะจบด้วยดี" ณัฐธพัฒน์เล่า ก่อนจะเสริมต่อว่า เมื่อเรื่องราวพลิกไปอีกด้าน ก็ต้องยอมรับและหาทางแก้ไข

 "พอเรื่องกลับตาลปัตรมาเป็นแบบนี้ จนบีมขอยกเลิกการขึ้นคอนเสิร์ต เพราะว่าเขาอาจไม่สบายใจที่มาแสดงให้เรา และเขาก็ได้คืนเงินมัดจำครึ่งหนึ่งที่เราจ่ายให้เขาไปก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นเราว่าเรื่องคงจะจบแล้ว เราไม่อยากที่จะไปต่อความยาวสาวความยืดด้วยการฟ้องร้อง เพราะมันไม่ได้อะไร ถือว่าเป็นบทเรียน และในอนาคตผมก็สามารถร่วมงานกับทางบีมได้ ไม่มีปัญหาอะไรกัน ผมเข้าใจเขาในตรงนั้น เพราะถ้าถามหาความผิดในเรื่องนี้ ผมว่าก็ผิดด้วยกันทั้งคู่ ทั้งผมและบีม แต่ในวันนี้เราได้ศิลปินที่เข้ามาแทนแล้ว เป็นนักร้องหนุ่มที่มีฝีมือในระดับที่ทุกคนยอมรับอย่างบอย พีชเมกเกอร์ มาขึ้นคอนเสิร์ตแทนเรียบร้อยแล้ว และมีการเปลี่ยนสถานที่มาเป็นที่เจเจ มอลล์ จตุจักร" เจ้าของคอนเสิร์ตกล่าว

 ด้านนักร้องหนุ่ม "บอย พีชเมกเกอร์" เผยความรู้สึกว่า ไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจ หรือน้อยใจที่จะต้องมาเป็นตัวแทนใคร เพราะถือว่าเป็นงานการกุศล ซึ่งตนเองอยากจะร่วมทำบุญกับสภากาชาดไทยอยู่แล้ว และเมื่อทุกอย่างลงตัว ไม่อยากจะพลาดงานบุญครั้งนี้ ยิ่งได้ขึ้นคอนเสิร์ตร่วมกับศิลปินคุณภาพอีก 3 ศิลปิน ทั้ง "เบน" ชลาทิศ "ว่าน" ธนกฤต และวงฟรายเดย์ ด้วยแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องโชคสองชั้นของตัวเขาเอง

 โดยคอนเสิร์ตนี้ได้เปลี่ยนมาจัดในวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2554 แต่ถึงจะสูญเงินไปหลายแสน แต่ผู้จัดงานยังยืนยันจะให้คอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตการกุศล โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดมอบให้สภากาชาดไทย คอนเสิร์ตนี้ เหมือนเป็นบทเรียนของเหล่าคนทำคอนเสิร์ต และศิลปินที่จะมาขึ้นคอนเสิร์ตว่า การที่แอบตกลงกัน โดยไม่ผ่านต้นสังกัดของศิลปินนั้นๆ เหมือนเป็นการบอกใบ้ถึงการสูญเสียที่จะตามมา เมื่อต้นสังกัดของศิลปินนั้นรู้เรื่อง เพราะเป็นเรื่องยากที่ค่ายดังๆ จะยอมให้ศิลปินที่ยังมีสัญญาอยู่จะออกมารับงานเอง ถึงแม้ว่าศิลปินจะไม่มีงานกับทางต้นสังกัดเลยก็ตาม ถือว่าครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงทั้งบริษัทผู้จัดคอนเสิร์ตนี้ และหนุ่ม "บีม" กวี ที่เสียทั้งเงินทองและเสียทั้งชื่อเสียงแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์