
มองผ่านเลนส์คม - กินข้าวหรือยัง
ตอนสายๆ วันศุกร์ที่แล้ว คณะของ สุนทร คุณชัยมัง แห่งบริษัทที่ปรึกษา Image Plus ชวนไปร่วมเสวนาแบบชวนคุยช่วยคิด หัวข้อ ใช้ชีวิตอย่างไรในสังคมที่ซ้อนทับ / ทับซ้อน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำดุษฎีนิพนธ์ เรื่อง โลกไซเบอร์กับการเคลื่อนไหวทางสังคมแบบใหม่ โค
การเสวนาเก็บข้อมูล จัดขึ้น 5 รอบ ที่กรุงเทพฯ นครสวรรค์ ชลบุรี ขอนแก่น และนครศรีฯ โดยเชิญบุคคลจากหลายสาขาอาชีพ 15-20 คนเข้าร่วม
ผู้เขียนดุษฎีนิพนธ์เกริ่นนำถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ตั้งแต่เกษตรกรรม สู่อุตสาหกรรม บริการและไซเบอร์/บริการ รายละเอียดมีมากกว่านี้แต่ขอยกพอเป็นแนว วิธีระดมความเห็นแรก คือ เปิดเพลง ‘กินข้าวหรือยัง’ ของ ต่าย อรทัย จากยูทูบ แล้วถามที่ประชุมว่าคิดเห็นอย่างไร เพลงนี้โด่งเมื่อปี 2545
คงเห็นว่าผมอยู่กับเรื่องขีดๆ เขียนๆ จึงขอให้พูดก่อน เลยได้คุยอวดว่ารู้จักสลา คุณวุฒิ ผู้แต่งอยู่บ้าง เข้าใจว่าเพลงนี้จับอารมณ์คนอีสานที่เข้ามาทำงานโรงงานหรือลูกจ้างใน กทม. เหมือนยุค รักชาติ ศิริชัยเขียนจดหมายถึง ‘ฉันทนา’ หรือ ‘คนบ้านเดียวกัน’ ของ ไผ่ พงศธร แต่ผู้แต่งเลือกสื่อและภาษาที่โยงกับสื่อสมัยใหม่และกำลังได้รับความนิยมเป็นเครื่องมือ “ซื้อบัตรเติมเงินประจำ มือถือโทรตามถามใจ” ท่อนที่เป็นทีเด็ดฟังแล้วตื้นตันจนเจ็บจุก ก็คือ “สุขภาพพลานามัย เป็นจั่งได๋ห่วงใยเหลือเกิน ใช้บัตรเติมเงิน ให้กลายเป็นบัตรเติมใจ โทรศัพท์มาซับเหงื่ออ้าย ถามไถ่ให้ความเพลิดเพลิน”
“ใช้บัตรเติมเงิน ให้กลายเป็นบัตรเติมใจ” สำนวนภาษาสื่ออารมณ์คิดถึงเต็มร้อย ยิ่งท่อน-“โทรศัพท์มาซับเหงื่ออ้าย” - มันได้ครบถ้วน ห่วงใย คิดถึง เอาอกเอาใจ ลูกอีสานผู้มีเพลงในหัวใจ 20 จังหวัด แถมลพบุรี สุพรรณบุรี ทนไม่ฟังได้ก็ทนไป แม้เพลงนี้ไม่ไซเบอร์โดยตรง แต่การใช้สื่อมือถือกับบัตรเติมเงินมาใส่ลงในเพลงยุคมือถือกำลังเป็นยอดปรารถนามันฉีกจากเพลงลูกทุ่งอื่นๆ ขณะนั้น
ปัจจุบัน เขาลอยกระทงทางเว็บ มือถือเป็นทรานซิสเตอร์ สเตอริโอ โรงภาพยนตร์ เป็นได้สารพัดอย่าง ในอนาคตอาจเป็นปืนพกไว้ฆ่าตัวตายหรือเต็นท์กางนอนหลังหรู เวลานี้เนื้อเพลง ‘กินข้าวหรือยัง’ จึงอาจล้าสมัยไปถ้าเอาพัฒนาการของมือถือมาจับ ผู้ร่วมเสวนาเป็นชาวบ้านจากระโนดบอกว่า เพลงนี้บอกเล่าอย่างซื่อสัตย์จริงใจ คำถามเดิมๆ “กินข้าวหรือยัง” ยังศักดิ์สิทธิ์ ผัวเมียหนุ่มสาวหรือแก่เฒ่าได้ยินมีหรือจะไม่ชื่นใจ
คำว่า ‘กินข้าว’ ในวัฒนธรรมข้าวมีความหมายลึกซึ้งและกว้างมากกว่าตัวคำที่มีสองพยางค์ เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่อย่างไรก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการซับเหงื่อหรือบอกรัก ทั้งสามารถทำได้รวดเร็ว แต่จะทำหรือไม่ต่างหาก
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ซ้อนทับ เกษตร อุตสาหกรรม บริการและไซเบอร์ สุนทร คุณชัยมัง สรุปว่า ในที่สุดวัฒนธรรมจะเป็นตัวเชื่อมร้อยสังคมที่แปลกประหลาดนี้ เขาย้ำว่าเทศกาลสงกรานต์ งานเดือนสิบหรือบุญพระเวส ผู้คนที่ใช้ไอพอด เล่นเฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ยังขับรถยนต์ห้าร้อยกิโลฯ ไปกราบไหว้พ่อแม่และร่วมทำบุญประเพณี เขาฉลาดและพูดดีกว่านี้ แต่ผมรับได้เท่านี้จริงๆ
เหนื่อยไหม...กินข้าวกันหรือยังครับ
"จำลอง ฝั่งชลจิตร"



