บันเทิง

ไขกุญแจความสำเร็จ
"แจ้-ดนุพล แก้วกาญจน์"

ไขกุญแจความสำเร็จ "แจ้-ดนุพล แก้วกาญจน์"

07 เม.ย. 2552

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับคอนเสิร์ต “เฟรมส์ ออฟ เมโลดี้ 50 ปี แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ 2009” ของนักร้องอมตะ "แจ้" ดนุพล แก้วกาญจน์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

  แต่ก่อนจะถึงวันนั้น หลายคนคงจะมีคำถามมากมาย ว่าเหตุใดแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 30 ปี เพลงของแจ้ยังคงถูกเปิดตามคลื่นวิทยุ นักร้องรุ่นใหม่ยังนำมาคัฟเวอร์เป็นระยะ อีกทั้งท่าเต้นควงไมค์ และเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ ยังคงเป็นที่จดจำอยู่ในใจใครหลายคน ยังไม่นับรวมฝีมือการแต่งเพลงที่สร้างตำนานเพลงฮิตติดหูชนิดที่ว่าทุกคนร้องตามได้มากกว่า 50 เพลง ซึ่งคนที่ตอบได้ดีที่สุดก็คือตัวแจ้นั่นเอง

 รู้สึกอย่างไรที่ทุกวันนี้คลื่นวิทยุยังคงเปิดเพลงของตัวเองอยู่ อีกทั้งนักร้องรุ่นใหม่ยังนำเพลงไปคัฟเวอร์บ่อยๆ

 -ที่จริงก็เป็นเรื่องธรรมชาตินะ เชื่อว่าวันนี้ถ้าน้องๆ รุ่นใหม่ยังไม่เคยฟังเพลงของผม ยังไงวันหน้าถ้าเขาโตขึ้น ก็ต้องมาฟังเพลงผมอยู่แล้ว ผมมีความมั่นใจในผลงานของตนเอง คนที่จะประสบความสำเร็จได้ กฎอย่างน้อยข้อหนึ่งคือคุณต้องเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง ต้องเชื่อมั่นในตัวเองว่าคุณแน่ เพราะถ้าคุณไม่เชื่อมั่นในตัวเองแล้วใครจะเชื่อ เหมือนที่เขาบอกว่านักรบที่จะรบชนะ อันดับแรกต้องกำดาบแน่นๆ ก่อน ถ้ากำดาบไว้ไม่มั่น คู่ต่อมา ดาบก็หลุดมือแล้ว

 อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ก้าวสู่จุดของความสำเร็จ
 -เยอะนะ คงจะเขียนตำราได้เป็นเล่มเลย อย่างการซ้อม ก็ต้องฝึกซ้อมวันละ 10 ชั่วโมงทุกวัน จะเรียกว่าความทุ่มเทก็ได้ มันเป็นพื้นฐานของคนที่ต้องการความสำเร็จ เหมือนฝรั่งมืออาชีพระดับโลกเขาก็ต้องซ้อมตลอด เขาถึงประสบความสำเร็จ จะรวยแค่ไหน จะดังแค่ไหน ก็ต้องซ้อมต้องฝึก

 ความสามารถหลากหลายทั้งร้องเพลง แต่งเพลง เล่นดนตรี ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จหรือเปล่า
 -แน่นอน มันเหมือนเราทำรายงานเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ  มันทำให้เราแข็งแรง แข็งแกร่งขึ้นในสายตาของคนอื่น คนที่ไม่เคยเห็นเราเขาก็อาจหันมาชื่นชมเรา อย่างเมื่อก่อนเราร้องเพลงเฉยๆ บางคนอาจไม่ได้สนใจ แต่พอเราเล่นดนตรีได้ แต่งเพลงถูกใจ เขาก็อาจหันมาชอบเรา ส่วนคนที่ชอบเราอยู่แล้ว ก็ชอบที่เราทำได้หลายอย่าง มันเป็นธรรมชาติ

 มีเคล็ดลับการแต่งเพลงอย่างไรถึงได้ออกมาโดนมาก และดังมาก อย่าง โอ๊ยโอ๊ย นิดนึงพอ แสนรัก ฯลฯ
 -อย่างแรกเลยต้องมีปณิธาน ตั้งจิตให้แน่วแน่ว่าเราจะทำอะไร เช่น เราจะไม่แต่งเพลงที่มีความหมายซ้ำกันนะ เราไม่ใช่นักแต่งเพลงอาชีพ เราไม่เน้นปริมาณ เพลงทุกเพลงที่แต่งต้องเข้าเป้า ต้องมีครีเอทีฟ และมาร์เก็ตติ้งในการแต่งเพลงด้วย ต้องแม่นยำ ต้องมีแง่มุม ถึงจะเป็นเพลงรักเหมือนกัน แต่ละเพลงพล็อตต้องต่างกัน และเลือกใช้ภาษาความรู้สึกของภาษาให้เหมาะกับเพลง เหมือนเล่นหนัง เล่นเยอะไปก็โอเว่อร์ เล่นน้อยไปก็แข็ง ต้องดูอาการว่าเพลงประมาณไหนควรใช้ภาษาประมาณไหน อาการแค่ไหนควรรักษาด้วยยาแบบไหน ภาษาที่ใช้เราใช้กับคนๆ เดียวหรือเปล่า หรือใช้ให้คนอื่นร่วมฟังด้วย เราเริ่มต้นจากความเป็นธรรมชาติมากๆ และทำให้มันออกมาให้ดีที่สุด  ไม่ใช่มัวแต่นึกถึงท่อนฮุกก่อนว่าฮุกไหนที่จะดัง แล้วพอคิดตรงนี้ไม่ได้ ก็จบ โดยไม่ได้คิดเลยว่าควรแต่งเพลงยังไงให้สละสลวยและอยู่คงกระพัน เป็นเหมือนบทกวีที่หยิบขึ้นมารุ่นใหม่ก็มีคุณค่า

 เพลงดังเยอะขนาดนี้ มีวิธีคัดเลือกเพลงยังไงเพื่อให้คนฟังได้เต็มอิ่มกับคอนเสิร์ตครั้งนี้
 -แฟนเพลงผมตอนนี้ก็น่าจะอยู่ในวัย 35 ขึ้นไป ส่วนใหญ่ก็คงมีบทเพลงที่อยู่ในความทรงจำในทุกช่วงชีวิตของเขา ตั้งแต่รู้จักเพศตรงข้ามครั้งแรก เช่น เพลง โอ๊ยโอ๊ย พบรัก จนกระทั่งรู้จักว่ารสชาติความรักเป็นยังไง พิษรักความเจ็บปวดจากความรักเป็นยังไง หรือแม้กระทั่งเพลงที่เกี่ยวกับความสนุกสนาน บทเพลงเกี่ยวกับปรัชญาสังคมต่างๆ นานา มันมากมายเกินกว่าจะนำมาแสดงได้ 2 ชั่วโมงในคอนเสิร์ต  ก็ต้องใช้วิธีอ่านใจคนฟัง สิ่งที่แฟนเพลงของเราอยากฟังมากที่สุดคืออะไร และสิ่งที่เราจะสามารถทำได้ หรือตอบสนองได้คืออะไร

 อยากฝากอะไรถึงแฟนเพลง
 -ผมเองไม่ได้มีงานคอนเสิร์ตแบบนี้ให้ดูกันอยู่บ่อยๆ นานทีหลายปีมากๆ ถึงจะตัดสินใจเล่นคอนเสิร์ตสักครั้งหนึ่ง ดังนั้นก็จะตั้งใจมากและพยายามคัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดมามอบให้แฟนเพลง เพื่อที่แฟนๆ จะได้ประทับใจและมีความทรงจำที่ดีกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ไปอีกนาน แขกรับเชิญในคอนเสิร์ตก็มีทั้งรุ่นพี่ที่นับถือเป็นไอดอลอย่าง "ต้อย" เศรษฐา ศิระฉายา เพื่อนๆวงแกรนด์เอ็กซ์ พร้อมด้วยรุ่นน้องที่น่ารักอย่าง "บอย" ตรัย ภูมิรัตน และ ลุลา ทุกคนน่ารักมากๆ

 หาซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา  โทร. 0-2262-3456  หรือ  www.thaiticketmajor.com