
คิดสวนทาง-รอยยิ้ม
คอนเสิร์ต ต้นสาย ปลายเสียง ทั้ง 2 ภาคได้จบลงแล้ว เหลือไว้แต่รอยยิ้มและความทรง จำอันสวยงามที่จะตราตรึงติดไปอีกนานแสนนาน
ขอขอบคุณผู้ชมทุกๆ ท่านที่ได้ไปชมการแสดงของพวกเราและให้การสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมอัสสัมชัญในครั้งนี้ ส่วนตัวผมเองก็ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณ พี่วัลลภ เจียรวนนท์ นายกสมาคมอัสสัมชัญ ที่เป็นท่านแรกที่ให้การสนับสนุนหลังจากที่การนำเสนอโครงการจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้จบลง รวมไปถึงอัสสัมชนิกท่านอื่นๆ ที่ให้การสนับสนุนตามมา
การจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากบรรดาศิลปินต่างๆ ที่ตอบรับทันทีโดยไม่มีใครถามเรื่องค่าตัวแม้แต่คนเดียว บางท่านก็มีฐานะดีนอกจากจะมาเล่นให้ฟรีแล้วยังออกเงินซื้อบัตรเอาไปแจกบรรดากองเชียร์ส่วนตัวอีกต่างหาก ที่สำคัญกว่านั้นคือการมาซ้อมกันอย่างพร้อมเพรียงและตรงเวลากันทุกคน ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนงานที่วางไว้ เรียกได้ว่า เป็นการทำงานที่ราบรื่นที่สุดงานหนึ่งที่ได้ทำมา เป็นงานใหญ่มากๆ ที่ต้องทำให้เสร็จในเวลาอันจำกัด
นำเสนอโครงการครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2553 จบงานเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2553 รวมเวลาตั้งแต่เริ่มจนจบงานเป็นเวลา 4 เดือน ผลการประกอบการได้รายได้มากกว่ารายจ่ายมีเงินไปทำบุญหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วหลายแสนบาท โดยแบ่งส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือครอบครัวของครูที่เสียชีวิต จากการถูกลอบสังหารที่ภาคใต้ ส่วนหนึ่งนำเข้าสมทบกองทุนครูเกษียณของโรงเรียนอัสสัมชัญ สำหรับใช้ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย อีกส่วนหนึ่งกันไว้เป็นทุนเพื่อจัดทำเป็นดีวีดี การแสดงสด จะนำออกจำหน่าย เพื่อหารายได้เพิ่มเติมนำไปทำบุญอีกต่อหนึ่ง ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำ
ในการจัดการแสดงในครั้งนี้ได้ยึดหลักว่าประหยัดที่สุด ผู้ที่ได้เข้าไปชมจะเห็นว่าไม่ได้ใช้งบประมาณในการจัดทำเวทีให้วิลิศมาหราอะไรเลย ใช้ความคิดจากอุปกรณ์เท่าที่มี ก็ต้องขอชมฝ่ายแสงเสียงที่ทำออกมาได้ดีด้วยงบประมาณที่จำกัด เพราะผมเชื่อว่าดนตรีสามารถพาให้งานนี้ออกมาได้ดีอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีการนำเสนออย่างอื่นมาช่วย ยกเว้นวีทีอาร์เพื่อขั้นในการเปลี่ยนวงและนำเสนอข้อมูลที่สำคัญเท่านั้น
บางคนอาจจะสงสัยว่า อาจารย์จิรพรรณชอบพูดปาวๆ เรื่องลิขสิทธิ์ทำไมเอาเพลงของคนอื่นมาเล่นในคอนเสริตตั้งเยอะแยะ ก็ต้องเรียนว่าได้ขออนุญาตเรียบร้อยแล้วและก็ต้องขอขอบคุณบริษัท Phono Rights และบริษัท MCT (Music Copyrights of Thailand) มาไว้ ณ ที่นี้ด้วย ในส่วนบทเพลงพระราชนิพนธ์ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสำนักราชเลขาฯ ให้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์มาแสดงได้ อย่างไรก็ตาม หากมีอะไรขาดตกบกพร่องไปก็ขอถือโอกาสนี้ขออภัยและขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์เหล่านั้นมาไว้ ณ ที่นี้ด้วย เมื่อเป็นงานการกุศลก็มักจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ผมก็จะอนุญาตให้ใช้บทเพลงของผมทุกครั้งเมื่อทราบว่าเป็นงานการกุศล แต่ก็ต้องทำเป็นหนังสือมาขออนุญาตเป็นรายๆ ไป
น่าเสียดายอยู่อย่างเดียวที่น่าจะมีผู้ชมมากกว่านี้ อาจจะเป็นเพราะการประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึงหรือเพียงพอเนื่องจากมีงบประมาณจำกัด ส่วนมากก็ใช้การขอความอนุเคราะห์ หรืออาจจะเป็นเพราะชื่อผมก็ขายได้แค่นี้ จะเป็นประเด็นไหนก็แล้วแต่ ผมก็ต้องขอสรุปว่างานนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ถึงไม่ใช่ในแง่การขายเพราะผมไม่ได้มาขายอะไร ผมเพียงแต่นำเสนอดนตรีที่หาฟังได้ยาก จากนักดนตรีที่มีความสามารถสูงที่หาตัวจับได้ยาก และเป็นการยากมากๆ ที่จะนำคนเก่งๆ เหล่านี้มารวมกันได้ นั่นก็เป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งแล้ว น่าเสียดายที่ไม่ได้ไปดู
ยังมีความยากอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในการจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้อีกหลายเรื่องที่ไม่ได้นำมาเล่าให้ฟัง แต่เราก็ผ่านความยากเหล่านั้นไปได้ สำหรับผมมีแต่เรื่องเหนื่อยกายแต่ไม่เหนื่อยใจ เพราะเมื่อทุกครั้งที่มีปัญหาเข้ามาให้ต้องแก้ ผมก็คิดอยู่อย่างเดียวว่า
“ไม่เป็นไรหรอก ทำให้ครู”
เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ผมขออฐิษฐานให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกจงบันดาลให้ท่านผู้อ่านทุกท่านจงประสบแต่ความสุขความเจริญ สุขกายสบายใจ ตลอดทั้งปีนี้และในปีต่อๆ ไปด้วยครับ
จิรพรรณ อังศวานนท์



