บันเทิง

"ณเดชน์-มิน"อินเทรนด์ดาวรุ่งแห่งปี

"ณเดชน์-มิน"อินเทรนด์ดาวรุ่งแห่งปี

03 ม.ค. 2554

จะว่าไปแล้วในแต่ละปีมีดาวดวงใหม่เกิดขึ้นในวงการบันเทิงมากมาย แต่หากจะพูดถึงดาวดวงใหม่ที่แจ้งเกิด จนมีชื่อเสียงโด่งดัง แถมยังได้รับคะแนนนิยมจากแฟนๆ อย่างท่วมท้นในเวลานี้ คงจะหนีไม่พ้นพระเอกชื่อดัง ณเดชน์คูกิมิยะ จากวิกพระรามสี่ใน

ขณะที่นางเอกสาว "มิน" พีชญา วัฒนามนตรี นักแสดงสาวดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวิก 7 สี ก็กำลังขึ้นแท่นเป็นนางเอกน้องใหม่ที่ว่ากันว่าจะมาแทน "อั้ม" พัชราภา ไชยเชื้อ  วันนี้เลยขอคว้าพระเอก-นางเอก คิวทอง แอนด์ดาวรุ่งพุ่งแรงของปีนี้มาจับเข่าคุย

ณเดชน์ คูกิมิยะ พระเอกหนุ่มวัย 19 ปี

รู้สึกอย่างไรบ้างที่หลายๆคนยกให้เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง

ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอะไรหรอก(หัวเราะ)แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจ แล้วก็ติดตามผลงาน แล้วก็เปิดโอกาสให้นักแสดงหน้าใหม่ๆ หลายๆ คนได้แสดงฝีมือให้ท่านผู้ชมได้ชมกัน

หลายคนให้ความสนใจรู้สึกดดันไหม

ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ก็สบายใจ ไม่รู้สึกดดัน หรืออึดอัดอะไร

การเป็นนักแสดงยากไหม

ผมชอบคำว่า"นักแสดง" ไม่ชอบคำว่า "ดารา" จริงๆ การเป็นนักแสดงมันไม่ยากหรอก มันเป็นเรื่องที่ชอบ ผมว่าศาสตร์การแสดงมีอะไรที่น่าสนใจ มีอะไรที่เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ ตัวผมเองก็ยังไม่เก่ง ยังเล่นไม่ดี อยากจะพัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อยๆ

ทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ดารา

ผมไม่ใช่ชอบคำว่า"ดารา" มันดูยิ่งใหญ่ มันดูเป็นซูเปอร์สตาร์ แล้วผมก็ไม่ใช่อย่างงั้น 

เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะมีชื่อเสียง

ผมหวังว่าจะประสบความสำเร็จแต่ไม่ได้หวังเรื่องชื่อเสียง  คือการแสดงเป็นอาชีพที่ผมรัก พอได้โอกาสผมก็ไม่อยากจะทิ้งมันไป เลยคว้ามันไว้ดีกว่า แล้วก็ไม่รู้สึกเสียดายที่คว้าโอกาสนี้ไว้  ถามว่าทำไมถึงมาถึงวันนี้ได้ ผมก็ตอบไม่ได้นะ แต่ที่บอกได้คืออย่างแรกมาจากครอบครัว อย่างที่สองคือคนที่อยู่ข้างหลัง แล้วก็แฟนคลับ

การเป็นณเดชน์ทุกวันนี้ยากไหม

ผมว่าไม่ยากเป็นอย่างที่ผมเป็น แต่เราก็รู้กาลเทศะ รู้เวลา รู้มารยาท แล้วก็รู้การเข้าสังคม แต่ประสบการณ์หลายๆ อย่างมันก็สอน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่คอยสอน คอยบอกตลอด จริงๆ ผมไม่ใช่ตัวเองทั้งหมด อาจจะไม่ใช่ณเดชน์ แต่ผมก็พยายามดึงตัวของผมออกมา การที่เราอยู่ตรงนี้ ผมเข้าใจว่ามีคนทั้งติและชม มาด่ามาว่าก็มี ผมยินดีรับฟัง คนเราไม่ได้เกิดมาดีทุกอย่าง อยากจะขอบคุณคำติชมจากทุกคน

บางคนพอมีชื่อเสียงโด่งดังอาจจะหลงระเริง หรือลืมตัวได้

ผมว่าเป็นทุกคนนะทุกคนมีนิดหนึ่งที่พราว ตามภาษาบ้านผมเรียกแบบนี้ แต่ถ้าเรารู้ว่าหลงระเริง ถ้าเรามีสติดึงกลับมาได้ มันก็คงไม่ยากหรอก ถ้าเรารู้ตัวเอง เราพิจารณาว่าเราทำอะไรอยู่ มันก็ง่าย

ชื่อสียงมาคู่กับข่าวเช่นทำตัวเหวี่ยงบ้าง ลืมตัวบ้าง 

ผมเป็นคนไม่เสพข่าวอยู่แล้วไม่รู้สึกอะไรมากกับข่าวเสียๆ หายๆ  เพราะว่าเรารู้ตัวเองมากที่สุด ว่าเราเป็นคนยังไง เราเป็นคนหยิ่งหรือเปล่า เป็นคนเข้าถึงตัวยากหรือเปล่า เราเป็นเคนเรื่องมากหรือเปล่า ผมรู้ว่าไม่ใช่ แล้วพ่อแม่ผมก็รู้ว่าผมไม่ใช่

การที่มีชื่อเสียงเข้ามาแบบนี้คิดว่าเร็วไปไหมสำหรับณเดชน์

เร็วไป(หัวเราะ) ผมอายุ 19 เอง แต่ผมก็ไม่ได้ดังอะไร แค่มีคนรู้จักมากขึ้นกว่าที่เล่นละครเรื่องแรก

ถ้าให้อธิบายถึงตัวตนของณเดชน์

ผมเป็นคนอารมณ์ดีนะแต่บางทีมีมุมส่วนตัวที่นิ่ง  แต่เมื่อโตไปเรื่อยๆ ประสบการณ์ในสังคม มันจะสอนเราเองว่าเราจะวางตัวยังไง ผมไม่ใช่คนติสต์ แต่พยายามหาเวลาส่วนตัวมากกว่า คือความเป็นส่วนตัวหายไปหมดแล้ว อยู่แต่กับงาน และการเรียน พยายามหาเวลาทำกิจกรรมกับเพื่อนบ้าง

ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม

เปลี่ยนไปแน่นอนเกือบ 3 ปีแล้วที่ผมเข้าวงการมา เปลี่ยนตั้งแต่เข้าวงการ แล้วก็มาเป็นนายแบบ ถ่ายแบบ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นนักแสดง ตอนนี้ก็เปลี่ยนไปอีก คือคนรู้จักมากขึ้น

นี่แหละ"ณเดชน์"เด็กหนุ่มที่กำลังเข้าไปนั่งอยู่ในใจของใครหลายๆ คน

"มิน" พีชญา วัฒนามนตรี  ดาวรุ่งวิก 7 สี

กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง

ถ้าทุกคนลงความเห็นแบบนั้นมินก็ดีใจ ส่วนหนึ่งผู้ใหญ่ให้โอกาส ได้ลองทำอะไรเยอะแยะ มินเข้ามาอยู่ในวงการได้ปีกว่า ได้มีโอกาสทำอะไรหลายอย่าง ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ มีพี่ๆ นักข่าวเอ็นดู แต่มินอาจจะยังไม่เก่งมาก สำหรับหลายๆ ด้าน แต่มินก็พยายามพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ แข่งกับตัวเอง ตัวมินเองทำงานด้วย เรียนด้วย อยู่มหาวิทยาลัยก็ต้องเรียน ต้องตามเพื่อนให้ทัน ทั้งเรียนทั้งทำงาน เราต้องทำให้ดี ในการทำงาน มินก็เต็มที่มาก ถึงมินจะทำงาน แต่มินก็ไม่ดร็อปเรียน เพราะแบ่งเวลาชัดเจน วันไหนคือวันเรียนก็เรียน วันไหนทำงานคือทำงาน

ถามว่าเหนื่อยไหมทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย คือถ้ามองในมุมของเด็กคนหนึ่งก็เหนื่อย แต่มองในมุมนักแสดง ต้องทำได้ เหนื่อยยังไงก็ต้องทำได้ เราต้องรับผิดชอบ จริงๆ ช่วงวัยรุ่นมันก็หายไปช่วงหนึ่ง แต่มินก็ใช้ชีวิตวัยรุ่นมาบ้างแล้ว มันก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้หายไปมาก 

คิดไหมว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้

จริงๆมินไม่เคยคิดเลย เพราะมินไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ว่าจะเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงได้ เพราะจริงๆ มินเป็นคนขี้อาย แต่เมื่อเราได้มาทำงานตรงนี้ก็ดีใจ ทำให้เราได้ประสบการณ์อะไรหลายๆ อย่าง

กดดันบ้างไหมกับการที่ถูกจับตามอง

มีบ้างนะ...เราพลาดไม่ได้ถ้าเราเป็นเด็กธรรมดา อาจจะไม่คิดอะไรเยอะแยะ แต่นี่เราเป็นตัวอย่างให้กับเยาวชน เราก็ต้องเป็นตัวอย่างให้ดี ถ้าเราเป็นตัวอย่างไม่ดี เด็กก็อาจจะทำตามได้ อย่างกินเหล้า หรือสูบบุหรี่ แต่มินไม่มีเลย ไม่ใช่เพราะมินเป็นนางเอกนะ แต่เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม ยังคงเป็นตัวของตัวเอง ก็มีไปเที่ยว ไปสังสรรค์บ้าง แต่ไม่อยู่ในจุดเสี่ยง ต้องดูแลตัวเองด้วย 

ส่วนหนึ่งถูกมองว่าโด่งดังมาได้เพราะมีหน้าตาคล้ายนางเอกรุ่นพี่"อั้ม" พัชราภา ไชยเชื้อ รู้สึกอย่างไรบ้าง

ความจริงมันเทียบกันไม่ได้มินยังเด็กมาก ประสบการณ์ก็น้อยกว่า คนละวัย ประสบการณ์เข้ามาคนละอย่าง  มินไม่คิดจะเอาไปเปรียบเทียบหรอก ตัวมินทำงานแข่งกับตัวเองมากกว่า

หลายคนคิดว่ามินเซ็กซี่

ไม่เคยคิดว่าตัวเองเซ็กซี่เลยหน้าอกก็ไม่มี(หัวเราะ) บางทีเห็นตัวเองถ่ายเซ็กซี่ ก็ปิดเลย ไม่กล้าดู จริงๆ ถ้าสัมผัสตัวมิน จะรู้ว่ามินเด็กมากๆ ไม่สู้กับใคร ถ้าไปทำงานมินก็ต้องแต่งตัวบ้าง ถ้ามินแต่งเองจะไม่เซ็กซี่แน่นอน คือไม่รู้จะโชว์อะไร

ความดังมาพร้อมกับข่าว

มินไม่วิ่งเต้นตามข่าวว่าทำไมเขาเขียนแบบนี้ บางข่าวไม่มีมูลเลย งงเหมือนกัน อย่างข่าวมินทำศัลยกรรม มินว่ามันตลกมาก บางคนถึงกับเอารูปมินตอนเด็กมาเทียบกับตอนนี้ คือคนที่รู้จะตลกว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย  บ้านมินก็มีดั้งกันทุกคน(หัวเราะ) มันเป็นเรื่องขำๆ มากกว่า ถามว่ารับได้ไหม เราเริ่มรับได้ เราแก้ข่าวไปแล้ว เพราะเราได้พูดความจริงให้คนรับรู้

มีท้อบ้างไหมกับข่าว

เคยมีนะช่วงที่ทำงานหนัก ถ่ายละครหนักๆ เพราะเราเรียนด้วยทำงานด้วย เรื่องเรียนก็มีเวลาน้อย  เรารับงานหลายที่ ปัญหาความเครียดก็เริ่มมา เราพยายาทำงานให้เต็มที่ ก็ท้อเหมือนกัน แต่ไม่เคยโทษคนอื่นนะ แต่จะโทษตัวเอง เคยมีความคิดแว๊บๆท้อจนอยากจะออกจากวงการ ตอนนั้นเหนื่อย ร้องไห้ แต่มีอะไรก็โทรหาคุณพ่อคุณ เพราะท่านทั้งสองคนเป็นคนที่กำลังใจเรา จริงๆ แล้วมินมีความสุขที่ได้ทำงาน ได้มีสังคม รู้สึกภูมิใจที่เลี้ยงตัวเองได้ 

เจอข่าวเหวี่ยงดังแล้วหยิ่ง

มันก็แปลกดีนะจริงๆ มินก็เหมือนเดิม แต่อาจจะเพราะมีคนสนใจเรา ก็เลยถูกจับจ้อง มินไม่เคยเหวี่ยง อย่างที่มีข่าวว่ามินเหวี่ยงช่างแต่งหน้าในกองละคร เป็นเรื่องเข้าใจผิด มินชอบพูดเล่นในกอง เสียงจะแปร๊นๆ เล่นๆ กัน คนผ่านไปผ่านมาก็คงคิดว่าเราเหวี่ยง อาจจะคิดไปเอง แต่จริงๆ มินก็ยังเป็นมินคนเดิม

คิดว่าชื่อเสียงมาได้อย่างไร

มินว่าส่วนหนึ่งมาจากผู้ใหญ่ให้โอกาสเพราะก่อนหน้านี้ มินไม่เคยได้รับโอกาส เคยไปแคสติ้งมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ผ่าน จริงๆ ตอนแรก มินไม่ได้รู้สึกอยากเข้ามาวงการบันเทิงขนาดนั้น เราแค่ได้ตำแหน่งมิสทีน พอวันหนึ่งเราได้มีโอกาสเราก็ไม่ปล่อยให้มันหลุดลอยไป คือตอนนี้มินทำงาน มินแข่งกับตัวเอง มินเชื่อว่าคนเราพยายามทำอะไรต้องทำให้ได้ เคยมีช่วงหนึ่งเบื่อตัวเอง เพราะไปแคสติ้งเขาก็ว่า เราก็เลยมุ่งมั่นกับตัวเองว่าต้องทำให้ได้

นี่แหละ..นางเอกดาวรุ่งที่กำลังมาแรงในขณะนี้