
มองผ่านเลนส์คม - เขียนระหว่างเดินทาง
ต้นฉบับชิ้นนี้เขียนระหว่างเดินทางครับ อาศัยคอมพิวเตอร์ของสำนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่บางกรวย รู้สึกเก๋ดีเหมือนกัน
ออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2553 ร่วมขบวนไปกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ติดตามคณะชาวบ้านอำเภอหัวไทรไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
เรื่องของเรื่องก็คือ การไฟฟ้าผลิตฯ มีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่อำเภอหัวไทรหรือไม่ก็อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ เป็นโรงไฟฟ้าใช้ถ่านหินที่ชาวบ้านหวาดวิตก ดังนั้น ผู้ก่อสร้างจึงต้องนำชาวบ้านไปดูโรงไฟฟ้าให้เห็นกับตา ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร จะเอาหรือไม่เอาชาวบ้านจะได้รับข้อมูลที่การไฟฟ้าฯ สรุปหรือบรรยายให้ฟัง
ในฐานะคนเมืองนครศรีธรรมราช และเป็นคนเขียนหนังสือทั้งในเนชั่นสุดสัปดาห์และคม ชัด ลึก ผมน่าจะไปให้เห็นและอยากรู้ว่าชาวบ้านชาวชุมชนในพื้นที่เป้าหมายของโรงไฟฟ้าคิดอย่างไร
ชาวหัวไทรไปกันคณะใหญ่ มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการในอำเภอ เกษตรกรและผู้นำชุมชน เนื้อหาของคอลัมน์นี้จะเกี่ยวกับวัฒนธรรม บันเทิงและหนังสือหนังหา ผมมั่นใจว่าเขียนเรื่องโรงไฟฟ้าผิดเป้าหมายแน่นอน ดังนั้นจึงขอเล่าอะไรๆ ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมพอสังเขป เพราะเขียนเสร็จผมต้องด่วนไปดูโรงไฟฟ้าที่ระยองทันที
โปรแกรมพาชาวบ้านดูโรงไฟฟ้าของผู้จัด ไม่ได้มุ่งให้ข้อมูลความรู้อย่างเดียว แต่ต้องการให้ชาวบ้านได้ไปในสถานที่ท่องเที่ยว เช่น ดอยปุย และพระธาตุลำปางหลวง ที่ลำปาง
ผมไม่ได้ขึ้นร่วมคณะขึ้นดอยปุย แต่ขอลงในเชียงใหม่ก่อน จะได้มีเวลาพบเพื่อนฝูง เข้าร้านหนังสือ และดื่มกาแฟสังเกตชีวิตคนที่มาเที่ยวเชียงใหม่ช่วงคริสต์มาส อยากบอกว่าข่าวสารที่หนังสือพิมพ์กับทีวีถ่ายทอดซ้ำๆ ทุกวันว่าจะเกิดสึนามิชายฝั่งอ่าวไทย มันช่างเป็นอกเป็นใจกับการท่องเที่ยวภาคเหนือโดยแท้ เมื่อโทร.ถามเพื่อนพ้องทางฝั่งอันดามันบ้านเรา ปรากฏว่าโหรงเหรงครับ โรงแรมกับสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลแทบจะร้างและน้ำตาตกในครับ
ผมนั่งฟังเสียงพลุในโรงแรมแถวในท์พลาซ่าและเห็นความคึกคักของนักท่องเที่ยวตามท้องถนน ทั้งถนนรถวิ่งและถนนคนเดิน พ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยวต่างมีความสุข นึกในใจว่ายามนี้ภาคเหนือกับภาคใต้ต่างกันอย่างฟ้ากับเหว
โทร.กลับบ้าน ภรรยาถามว่าถ้ากลับมาถึงก่อนสิ้นปี หากไม่พบใครที่บ้านจะรู้สึกอย่างไร เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น คำตอบคือชาวบ้านวิตกกังวลเรื่องสึนามิในอ่าวไทยจนหมดความสุข การเฉลิมฉลองปีใหม่กร่อยไปถนัดใจ ในตลาดเช้ากับร้านกาแฟได้ยินแต่เสียงพูดคุยกันเรื่องสึนามิ
มีโอกาสแวะไปกราบพระธาตุลำปางหลวง ได้พูดคุยกับคนขับรถม้า และซื้อน้ำดื่มจากร้าน สิ่งที่รู้สึกแตกต่างระหว่างหน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง กับหน้าวัดพระมหาธาตุบ้านผมแตกต่างกันลิบ ที่ลำปางไม่มีใครชักชวนหรือยื้อแย่งขายดอกไม้ ชาวรถม้าก็พูดจาดี ชี้ชวนให้นั่งรถม้า ใครต้องการวางท่าถ่ายภาพบนรถม้าจ่ายค่าหญ้าสิบบาท ตรงไปตรงมาไม่อ้อมแอ้ม พระธาตุลำปางหลวงงดงามอร่ามอยู่ในแสงแดด ได้กราบขอพรแล้วสุขใจเหมือนกราบพระธาตุที่บ้าน ระหว่างเดินทางกลับถึงประจวบคีรีขันธ์ คุณสันต์ ถาวรเงิน หัวหน้าดำเนินงานก่อนก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่หัวไทรโทร.เข้ามาชักชวนว่าจะไปเที่ยวระยองด้วยไหม เขากำลังนำคณะมุสลิมจากหัวไทรซึ่งมีโต๊ะอิหม่ามมาเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าที่บวงกรวย และจะเลยไประยอง ถ้าไปก็ต้องลงจากรสบัสรอที่ประจวบฯ
ผมกับเพื่อนพ้อง 2-3 คน เป็นคนชักชวนง่ายอยู่แล้ว จึงตัดสินใจลงที่ประจวบฯ รุ่งเช้าเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าที่บวงกรวย และอาศัยคอมพิวเตอร์เขียนต้นฉบับ
สุขสันต์วันปีใหม่ 2554 ทุกท่านครับ
"จำลอง ฝั่งชลจิตร"



