
เปลี่ยนในแบบที่เป็นตัวเอง "เอ็ม" กับเพลงรักในมุมบวก
เอ่ยชื่อของ "เอ็ม" อรรถพล ประกอบของ หลายคนจะนึกถึงผู้ชายที่ร้องเพลงที่เสียดแทงใจ บวกความประชดชันทั้งเพลง "อย่าร้อนตัว, คนเบื้องหลัง, ตัวอิจฉา, เกินตัว" เป็นต้น แต่อัลบั้มใหม่ "เดอะ แมน" ของหนุ่มคนนี้มีสไตล์เพลงที่ต่างไปจากเดิม มีเพลงรักในแนวความรักที่อบอ
"อัลบั้มนี้ตั้งใจ ว่าเนื้อเพลงของเราจะโตขึ้น ในเรื่องของความรักเราจะมองถึงคนที่ใช่ ถ้าจะหาแฟนสักคน เราจะคิดว่านี้คือคนสุดท้ายแล้ว คนนี้คือคนที่เราจะแต่งงานด้วยแล้ว (ยิ้ม) หลายคนมองว่าเป็นจุดจบ แต่จริงๆ แล้วการแต่งงานไม่ใช่จุดจบ เป็นจุดเริ่มต้นมากกว่า หลายๆ อัลบั้มที่ผ่านมา มีการเสียดสี ประชดประชันนิดหน่อย เนื้อหาค่อนข้างรุนแรง อัลบั้มนี้ก็ยังมี แต่จะเพิ่มความเสียสละและอารมณ์เพลงรักเข้ามา ดูเป็นผู้ชายแมนๆ อบอุ่นๆ (ยิ้ม) ที่อัลบั้มนี้มี เป็นทางบวกๆ แบบนี้ เพราะว่าเวลาไปเล่นคอนเสิร์ต จะรู้สึกว่าขาดเพลงที่มันอบอุ่น จะกลายเป็นร้องไห้กันอย่างเดียว เปลี่ยนแนวบ้าง เพราะมีความใฝ่ฝัน ว่าอยากมีเพลงเร็วกับเขาบ้าง อัลบั้มนี้มีเพลงเร็วที่เราเอาเพลงพี่เจ (เจตริน วรรธนะสิน) ชื่อเพลงประมาณนี้หรือเปล่ามาคัพเวอร์ แต่ในแนวร็อกๆ ที่มีจังหวะเร็วๆ" นักร้องหนุ่มกล่าว พร้อมเล่าถึงการทำงานที่ย้ายมาอยู่ค่ายเปิดใหม่อย่างค่าย "วี" ที่มีนักแต่งเพลงคู่บุญอย่าง "ฟองเบียร์" ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม เป็นผู้บริหารค่าย
"สำหรับผมไม่รู้สึก ว่าเปลี่ยนค่าย เพราะทีมแต่งเพลงยังเป็นทีมเดิม ดนตรีอาจจะมีเปลี่ยนนิดหน่อย คือเรื่องของการทำเพลง จะต่างกันที่คนทำดนตรีจะเปลี่ยนโปรดิวเซอร์ คนทำดนตรี วิธีการทำก็เปลี่ยนจากเมื่อก่อน เราแค่ส่งรายละเอียดในแบบที่เราชอบให้โปรดิวเซอร์ไป แต่อัลบั้มนี้เราลงไปคลุกคลีถึงขั้นลงไปทำเดโมด้วยกันเลย ดีไซน์เอง ประสานเอง ร้องเอง คราวนี้ดนตรี ก็เลือกที่เราชอบเลย แยกเป็นชิ้นเลย ทั้งกลอง กีตาร์ เบส เลือกคนอัด อัลบั้มนี้มีส่วนเยอะมากตั้งแต่ต้น ความจริงมันจะเริ่มเยอะทุกอัลบั้ม พอเรารู้ว่าเราต้องการอะไร เราก็เลือกสิ่งที่เราต้องการไปให้คนฟัง ส่วนอันไหนที่เรารู้สึกว่ายังไม่พอ ยังไม่ใช่ เราต้องพยายามทำให้ดีที่สุด ทำให้เรารู้ตัวเองได้ดีขึ้น" เดอะสตาร์คนที่สองของเมืองไทยเผย
นักร้องหนุ่มยังเผยอีก ว่าในส่วนของเนื้อร้องไม่ได้เปลี่ยนมาก เพราะยังเป็นฟองเบียร์แต่งเหมือนเดิม แถมในอัลบั้มนี้ยังมีเพลงที่เอ็มแต่งเอง 2 เพลงคือเพลงขอเป็นคนที่รักเธอ เป็นเพลงพิเศษที่แต่งขึ้นเพื่อสะท้อนความรู้สึกของนักร้องหนุ่มถึงแฟนสาวคนปัจจุบัน ส่วนอีกเพลงคือเพลงทุกครั้งที่คิดถึงเธอที่ได้หนุ่ม "ชิน" ชินวุฒิ อินทรคูสิน มาร่วมฟิชเจอริ่งด้วย
"เอ็ม" ยังเล่าถึงการทำงานเพลงกับ "ฟองเบียร์" มา 5 อัลบั้ม แต่อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่มีการพูดคุยกันมากที่สุด ต่างจากทุกอัลบั้มที่ผ่านมา
"อัลบั้มนี้เจอกันบ่อยขึ้น เจอกันเยอะขึ้น คือเมื่อก่อนทำงานด้วยกันอยู่แล้ว แต่เจอกันน้อยคุยกันน้อยในชุดที่ผ่านๆ มา จนอาจารย์เบียร์ก็เคยบ่น แต่ในชุดนี้ตั้งใจ ว่าจะเจอกันบ่อยขึ้น ให้ได้คุยกันเยอะขึ้น ให้ได้แต่งเพลงด้วยกันเยอะขึ้น มันจะได้มาจากเรื่องของเรา 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว อัลบั้มนี้แตกต่างเยอะ มีเพลงที่แตกต่างเยอะ มีเพลงที่ไม่เคยฟังแล้วเอ็มร้องอย่างเพลงที่ฟิชริ่งกับชิน จะเป็นร็อกสไตล์อาร์แอนด์บี เพราะชินเขาเป็นอาร์แอนด์บี คือเราต่างคนต่างแต่งในเนื้อของตัวเองแล้วเอามารวมกัน" ศิลปินหนุ่มแจกแจง ก่อนจะเสริมถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดในอัลบั้มนี้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะถูกใจทุกฝ่าย
"อัลบั้มนี้เอ็มมองกลับมาที่คนฟัง ว่าเขาฟังอะไรของเราบ่อยแล้ว คนฟังเขาต้องการอะไร อะไรที่เราต้องเพิ่มมาจากอัลบั้มชุดก่อน หรือตรงไหนที่เราต้องลดลง ซึ่งมันยากเหมือนกัน เพราะว่าบางคนก็จะชอบแบบที่เป็นแบบเดิมๆ ของเรา แต่บางคนก็อยากที่จะเห็นเราในแบบอื่นบ้าง มันเลือกยาก แต่ยังไงเราก็ต้องเลือก คือเราเลือกที่จะเดินไปข้างหน้า ขยายตลาดมากขึ้น เพราะถ้าเราเลือกเอาใจกลุ่มเดิมกลุ่มอื่นไม่เอาเลย มันก็ไม่ได้ เราต้องเปลี่ยนรสชาติเติมอย่างอื่นเข้าไป แต่เราจะปรับโดยการให้คนฟังค่อยๆ รับมากกว่า ไม่ใช่อยู่ดีๆ เรายัดเยียดอาร์แอนด์บีให้เขาเลย มันก็ไม่ใช่ คืออัลบั้มนี้เหมือนเป็นส่วนผสมทั้งการลองตลาดใหม่และมีส่วนผสมแบบเดิมๆ ด้วย" เอ็มบอก



