บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - "ขุนช้าง-ขุนแผน" เทียบชั้น "เชกสเปียร์"

มองผ่านเลนส์คม - "ขุนช้าง-ขุนแผน" เทียบชั้น "เชกสเปียร์"

29 ธ.ค. 2553

ไม่รู้ว่าใครคิดยังไง แต่ดิฉันรู้สึกดีใจจริงๆ ที่รู้ว่ามีคนสนใจนำวรรณกรรมไทยไปแปลเป็นภาษาอื่น

  ยิ่งเป็นเรื่อง "ขุนช้าง ขุนแผน" วรรณคดีไทยแท้ด้วย ยิ่งชวนให้ตื่นเต้นใหญ่

 แล้วพอทราบว่า คนต้นคิด คือ ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร นักเศรษฐศาสตร์ชาวไทย และคริส เบเกอร์ นักประวัติศาสตร์ ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปใหญ่

 น่าแปลกใจตรงที่ทั้งสองไม่ได้เป็นคนในแวดวงวรรณกรรมโดยตรง แต่อยู่ในสายของนักวิชาการด้วยซ้ำ
 แล้วทำไมถึงมาปิ๊งเรื่องนี้ได้  
 ได้สนทนากับ ดร.ผาสุก ท่านย้อนถามยิ้มๆ กลับมาว่า ทำไมนักเศรษฐศาสตร์จะสนใจหนังสือไม่ได้เลยเหรือ 
 สำหรับดอกเตอร์คนเก่งคนนี้ ก็คงไม่น่าสงสัยอะไรมากนัก เพราะท่านเป็นอาจารย์ และคอลัมนิสต์อยู่แล้ว 
 ก่อนหน้านี้ท่านก็เคยเปรียบเทียบเนื้อหาของ "ขุนช้าง ขุนแผน" กับเรื่อง "เงินตราในวรรณคดีไทย" ให้ได้วิเคราะห์กัน

 ส่วน คุณคริส ก็เคยแปล "ปากไก่และใบเรือ" ของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ มาก่อน ฟังดูทั้งคู่มีความสนอกสนใจวรรณกรรมไทยมากทีเดียว 

 ที่มาที่ไปของการแปล อาจารย์ผาสุกบอกว่า เล่าเรื่องบางส่วนให้คุณคริสฟัง คุณคริสสนใจทันที และบอกว่าเป็นวรรณกรรมที่มีคุณภาพของโลก เทียบได้กับงานของ "เชกสเปียร์" เลยทีเดียว

 เสียดายที่ชาวต่างชาติไม่มีโอกาสได้รู้ คุณคริสจึงคิดอยากแปลเรื่องนี้ทันที ซึ่งทั้งสองสามีภรรยาใช้เวลานานถึง 7 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ

 จะแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร ต้องตามไปอ่านดูกัน
 แต่ที่แน่ๆ ดิฉันเชื่อว่าสายตาของทั้งสองคน ไม่ได้มองแค่เรื่อง "รักสามเส้า" เท่านั้น อย่างที่ท่านบอกว่า...   
  
 "นอกจากพูดถึงบทบาทของผู้หญิง ที่เป็นเครื่องเล่น หรือรางวัลของผู้ชายแล้ว ยังมีเรื่องของคำมั่นสัญญาของผู้หญิงคนหนึ่งในยุคที่เต็มไปด้วยสงคราม และผู้ชายมีพลังอำนาจเหนือทุกสิ่ง"

 ยังมีประเด็นอีกเยอะมาก ที่ ดร.ผาสุกบอกไว้ ทั้งเรื่องของพระมหากษัตริย์กับประชาชนทั่วไป หรือเรื่องราวชีวิตที่หลากหลายรสชาติ ที่เกือบจะถือเป็นตำราชีวิตได้เลย

 ขนาด "คุณปื๊ด" ธนิตย์ จิตนุกูล ที่เคยนำเรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ามีสีสันทีเดียว
 "ขุนช้าง ขุนแผน" ในภาคภาษาอังกฤษ จัดพิมพ์เป็น 2 เล่ม รวมทั้งสิ้น 1,000 หน้า

 ตามไปดูสิว่า นอกจากตำแหน่งแห่งที่ของผู้หญิงในสังคม ที่เป็นตัวส่งเสริมอำนาจให้เพศชายแล้ว มุมมองที่มีต่อคนตัวเล็กๆ ที่ยืดอกต่อกรกับเงินตราและอำนาจที่ถูกซ้อนทับเป็นชั้นๆ ในสังคมยุคต้นรัตนโกสินทร์ เทียบได้กับสังคมไทยตอนนี้ได้หรือไม่

 นี่คือความท้าทาย และตอกย้ำว่า "อำนาจ" ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนั้น...มันจริง!!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"