บันเทิง

"แบรนด์นิวซันเซ็ท"วงหัวเก่า 
นอกกรอบแต่ไม่แตกแยก

"แบรนด์นิวซันเซ็ท"วงหัวเก่า นอกกรอบแต่ไม่แตกแยก

25 ธ.ค. 2553

เรียกว่าแตกต่างอย่างชัดเจน สำหรับวง "แบรนด์นิวซันเซ็ท" ที่มีสมาชิกประกอบด้วย “ตูน”ลักษณ์ โตวัชระกุล (ร้องนำ) “กานต์” เสนีย์ตันติกุล (กีตาร์) “ชาย” สุชาย ชูเชิด (กีตาร์) “ยุทธ” กานต์ณัฐ พหลกุล (เบส) และ “เติร์ก” วรุตม์ หุนตระกูล (มือกลองคนใหม่) ที่หลังจาก

 "อัลบั้มนี้มันเป็นแบบที่พวกเราอยากลุยเอง เราไม่ชอบแบบที่ทำทีละเพลง และดูตลาดก่อน ว่าเพลงนี้จะฮิตไหม แล้วค่อยทำเพลงต่อไป และค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ให้คนฟังชอบ เราขอเป็นแบบเก่าที่ขอลุยเลย เราอยากที่จะเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม เพราะถ้าในเรื่องทางธุรกิจเพลง งบที่เราทำอัลบั้มนี้ถือว่าน้อยมาก เหมือนกับว่าเราทำเพลงอัลบั้มนี้แบบอินดี้ แต่แค่อยู่ในค่ายใหญ่เท่านั้น"นักร้องนำกล่าว ก่อนที่มือกีต้าร์อย่าง "กานต์" จะเสริมต่อ ว่าวงของพวกเรามีความเป็นหัวโบราณที่จะต้องมีอัลบั้ม ไม่ใช่ซิงเกิ้ล

 "เราอาจจะแตกต่างวัฏจักรเพลงตอนนี้ เราเป็นคนรุ่นเก่า เหมือนเป็นคนโบราณ เราเลยรู้สึก ว่าเหมือนตอนเด็กๆ ที่เราฟังเพลงกันมา มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวของพวกเรา ว่าเราไม่เคยที่จะเก็บงานประเภทพวกซิงเกิ้ล อย่างวงหนึ่งวง พวกผมก็จะรอเลยว่าอัลบั้มเขาเป็นอย่างไง แล้วเมื่อเราโตมาแบบวัฒนธรรมอย่างนี้ มันทำให้เราอยากจะมีผลงานที่มาถึงแล้ว เป็นอัลบั้มเลย มากกว่าที่จะเป็นทีละเพลง แล้วให้คนลองฟังดูว่าเป็นยังไง เราอยากเห็นรูปแบบที่มันเสร็จหมดแล้ว ทั้งปกอัลบั้ม ทั้งตัวแผ่น ทั้งหมดทุกเพลง"กานต์เผย

 ส่วนเรื่องความเปลี่ยนแปลง "ตูน" นักร้องนำบอก ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจากอัลบั้ม ก่อนที่เห็นชัดเจนคือมือกลองที่เปลี่ยนจาก "บลูม"วรินทร ญารุจนนทน์ มาเป็น  "เติร์ก" แต่ความเข้าขากันได้ดี 

 "อัลบั้มนี้ ที่เปลี่ยนไปคือมือกลอง เราได้เติร์กมาเติมเต็ม จริงๆ เติร์กอยู่กับเราตั้งแต่อัลบั้มเรียลลิติก เขาก็อยู่กับเรา เล่นกับเรามาตลอด ทัวร์กับเรา พอได้เติร์กเข้ามาทำให้การทำงานทุกอย่างมันไหลขึ้น เหมือนเข้าขากันด้วย ทำเพลงออกมา เป็นอย่างที่เราต้องการ ส่วนหลายคนที่บอกว่าเพลงเบาลง จริงๆ เพลงมันไม่ได้เบาลง ถ้าลองย้อนไปฟังชุดแรกเมื่อปี 2003 ที่เราทำตอนอยู่ใต้ดิน มันเหมือนว่าเรากลับไปอยู่ยุคดั้งเดิมของเรา เพราะผมว่าทุกคนหนีความเป็นตัวเองไม่พ้น เราตั้งใจให้มันสนุก เพราะชุดนั้นเราเป็นวัยรุ่นเต็มที่ แล้วชุดนั้นเรามีไฟ เราเลยอยากเอาไฟตรงนั้นมาใช้กับชุดนี้อีกครั้งหนึ่ง"ตูนเล่า โดยมีมือกีต้าร์ของวงอย่าง "กานต์" กล่าวเสริม ว่าดนตรีของพวกเขาไม่ได้เบาลง แต่เพราะอัลบั้มที่แล้วหนักที่สุดเท่าที่เคยทำมามากกว่า

 "เราไม่อยากใช้คำว่าเบาลง เราอยากใช้คำว่าสนุกขึ้น ถ้าพูดถึงลึกๆ ของเรามาจากเพลงสไตล์แบบนี้อยู่แล้ว ถ้าให้เทียบ ว่าเพลงอัลบั้มนี้เบาลง ผมอยากให้มองกลับกัน ว่าเพราะว่าชุดที่แล้วมันเป็นเพลงที่หนักที่สุดมากกว่า เพราะจริงๆ เราไม่ได้เบาลง เราถือว่าเราเล่นเหมือนเดิมมากกว่า แต่ด้วยพื้นฐานของดนตรีในภาคนี้ ทั้งการร้อง คนฟังอาจจะมอง ว่าว้ากน้อยลง เลยทำให้รู้สึก ว่าเบาลง แต่จริงๆแล้ว เรื่องของดนตรีผมเชื่อ ว่าเหมือนเดิม ผมว่าเพิ่มความสนุกมากขึ้นมากกว่า ความซีเรียสจากชุดที่แล้วที่เรามอง ว่ามันต้องดิบนิดหนึ่ง มันก็ลดน้อยลง"กานต์ตอบ

 มือกีต้าร์ของวงอีกคนอย่าง "ชาย" ได้แจงถึงเรื่องความแตกต่างของอัลบั้มก่อนกับอัลบั้มนี้ โดยอธิบาย ว่าอัลบั้มก่อนหน้านี้เหมือนเป็นการลองของ เพื่อต้อนรับการย้ายมาอยู่ค่ายใหญ่อย่างโซนี่ฯ

  "อยากจะลองของ (หัวเราะ) ที่มันหนักขนาดนั้น เพราะว่าเราอยากจะลองของ ว่าถ้ามาอยู่กับค่ายใหญ่ เพราะจากอัลบั้มที่แล้วเรากล้าพูด ว่าเราเป็นวงที่อยู่ค่ายใหญ่ คือเพิ่งมาอยู่โซนี่ฯ แต่หนักที่สุดแล้ว โดยพื้นฐานของวงเราไม่ได้เป็นวงที่หนักที่ดิบขนาดนั้นอยู่แล้ว เราหนักด้วยในแบบที่มันหนักแน่นขึ้น เราใช้คำว่าหนักแน่นมากกว่าที่จะใช้คำว่าปวดหู คืออัลบั้มนี้หนักกว่าอัลบั้มที่เราทำใต้ดิน แต่อัลบั้มที่แล้วที่เป็นอัลบั้มแรกที่ทำกับโซนี่ คือหนักสุด มาถึงอัลบั้มนี้หนักด้วยเรื่องของเมโลดี้ให้ดูสนุกมากขึ้น โดยตัวเพลงอาจจะฟังแล้วมันไม่หนัก แต่ในความจริงแล้วสำหรับผมว่าหนัก" ชายอธิบาย