
"เป้"อารักษ์ ขอพักรักลุยงาน
เป็นหนุ่มฮอตที่มาแรงอีกคนในขณะนี้สำหรับหนุ่ม "เป้" อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่ตอนนี้กำลังมีผลงานละครเรื่อง เธอกับเขาและรักของเรา กระแสตอบรับดีมากจนสาวๆ ทั่วบ้านทั่วเมืองอยากจะได้ นายเสี่ยวหลงเปามาเป็นบอดี้การ์ดให้ รวมไปถึงผลงานภาพยนตร์ที่กำลังเข้าฉายอย่างเรื่อ
งานเพลงทั้งร้องทั้งแต่ง
กระแสตอบรับเพลง มาเลเซีย เป็นอย่างไรบ้าง
มีหลายแบบ ตอนที่ทำอัลบั้มเสร็จ คิดว่าเป็นอัลบั้มที่ใช้ได้ เป็นงานที่บอกความเป็นตัวเองได้ดี ออกมาคุณภาพก็โอเค แต่บางคนที่ได้ฟังเพลงมาเลเซีย จะคิดว่านี้มันเพลงอะไรร้องไปได้ยังไง อันนี้ผมก็ไม่เถียง แต่มันก็ไม่มีใครทำ ซึ่งเพลงนี้มันเป็นเรื่องราวจริงๆ ที่เกิดกับชีวิตผม คนส่วนใหญ่ก็จะฟังแต่เพลงมาเลย์ มาเลย์ ไม่ฟังเพลงอื่นในอัลบั้ม แล้วก็มีอคติที่ผมมาร้องเพลงแบบนี้ ผมก็เข้าใจแต่พอปล่อยซิงเกิ้ลที่ 2 เพลงไม่รู้ คนก็เริ่มมองในแง่มุมที่ต่างกันมากขึ้น ซึ่งข่าวเราก็ไม่รู้อะไรเลย เลยเอามาพูดในเพลงว่าสุดท้ายเราก็ไม่รู้อะไรเลย เพลงนี้มันก็เป็นเหมือนกับการเล่าเรื่องของผมในตอนนั้น กระแสหลักๆ ยังคงว่าอยู่ ผมก็เข้าใจเพราะเพลงของผมมันแปลกๆ คนที่เข้าใจเราก็มี ในอินเทอร์เน็ต มีคนชมซึ่งมันก็มีค่ากับผมเหมือนกัน ถ้าคนที่วิจารณ์จริงๆ ก็เข้าใจ
คิดว่าเสน่ห์อัลบั้มของเป้อยู่ตรงไหน
มันเป็นความจริง ไม่ได้ปั้นแต่ง ไม่ได้เหมือนเพลงรักในสมัยนี้ ที่มีความรักเป็นหลักๆ ที่ไม่ว่าจะแต่งเพลงอะไรก็ตาม ต้องโยงเข้าเรื่องความรัก ของเสลอก็เป็น ถ้าจะทำเพลงแนวตลาด มันก็ต้องเป็นแบบนั้น แต่ผมทำชุดนี้เพราะอยากทำ พอมันจริงแล้วมันก็น่าจะไปโดนหลายๆ คน นอกจากร้องแล้วก็แต่งเองทั้งอัลบั้ม เพลงแบบนี้ก็หายไปนานแล้ว ออกมาเพื่อเล่าเรื่องจริงๆ ของคนเขียนเพลงมากกว่า
มีกระแสด้านลบว่าเป้ขายหน้าตามากกว่าผลงานตัวเอง
ก็จริง เป็นส่วนหนึ่งที่ขายความเป็นตัวเอง ความเป็น "เป้" อารักษ์ มันเป็นประโยชน์ตรงที่ได้ไปออกรายการโน้นรายการนี้ พอเพลงมันเริ่มกระจายไปก็มีคนให้ความสนใจมากขึ้น ถ้าเป็นใครไม่รู้มาร้องเพลงแบบนี้ไม่แน่อาจจะไม่โดนว่าเลยก็ได้
ตอนแต่งนึกถึงอะไร
มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ผมไปเจอสาวมาเลเซียเป็นลูกครึ่งที่มาอาศัยอยู่มาเลเซียมากับคุณพ่อ แล้วเข้ามาเที่ยวที่เมืองไทยแล้วเราก็เจอกันที่รถไฟฟ้าอโศก
อัลบั้มนี้เสียดสีสังคนค่อนข้างเยอะ
ไม่ได้เสียดสีมีเพียงบางเพลงเพราะส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคนเมือง ทัศนคติของคนเมืองที่โตขึ้นมาในสังคมทุนนิยม เรื่องของสื่อที่ได้รับมันเยอะ
ล่าสุดกับวงเสลออัลบั้มบุ้ง
บุ้งจะเป็นภาคตรงข้ามของออโต้อีโรติก คือให้คนดูเต้นให้คนดูแฮปปี้ จะแตกต่างจาก 2 ชุดแรก คือจะป๊อปขึ้น มันเป็นเรื่องราวที่จับต้องได้ ภาษาเข้าใจง่าย
คนที่ชอบเสลอแบบก่อนแล้วเสลอมาเป็นแบบนี้ เขามีความรู้สึกหรือเปล่าว่าเปลี่ยนไป
มี 20-30 คน เสลอสมัยก่อนทำตามใจตัวเอง มันมีเพลงที่ยืนยันถึงความเป็นเด็กแนวความเป็นอินดี้ในยุคหนึ่ง ผมว่าบุ้งมันลงตัวมากในด้านต่างๆ
เพื่อนมีน้อยใจไหมที่เป้ออกอัลบั้มเดี่ยวคนเดียว
การออกเดี่ยวของผมมันไม่ใช่ใบสั่งจากใคร ผมชอบโฟล์กซองแล้วก็คิดว่ามีอะไรที่ผมสามารถเล่าได้ และเล่าได้จริงจัง ผมก็เลยต้องทำมันให้จริงใจ ถ้าผมทำเองเก็บเองคนอื่นก็จะไม่ได้ฟัง ผมเลยยื่นให้ค่าย ทางค่ายก็โอเค วงเสลอแต่ละคนก็เข้าใจ เพราะแต่ละคนก็มีโปรเจกต์ของตัวเอง ปัญหาก็มีเพราะช่วงเวลาทำมันใกล้กันมาก เรื่องของการทำงานก็ต้องแบ่งเวลาเยอะ ตอนนี้ปัญหาน้อยลง ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็จะทัวร์คอนเสิร์ตของเสลอ
พูดเรื่องงานแสดง
เธอกับเขาและรักของเรากระแสเป็นยังไงบ้าง
ฟิตแบ็กโอเค ผมมีความสุขกับเรื่องนี้มาก เพราะเป็นละครที่สนุก และการร่วมงานกับนักแสดงทุกคนก็สนุก มันเป็นเรื่องราวที่หักเหลี่ยมเฉือนคม เรื่องนี้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมาก มีเรื่องราวของตัวละครหลายตัว แต่ละคนก็มีบทที่เด่นต่างกันไป เรื่องนี้เปลี่ยนไปเยอะในแง่ของการรับบท
รู้สึกชินกับการเป็นพระเอกละครหรือยัง
รู้สึกชินแต่เหมือนตัวเองไม่ค่อยเหมาะที่จะเป็นพระเอก ผมทำงานกับโพลีพลัส ผมเชื่อมือเขา เขาเขียนบทมาให้ผมเข้าใจได้ เพราะผมไม่สามารถเล่นละครที่เป็นพีเรียดหรือแนวย้อนยุคได้ ผมไม่ใช่พระเอกละครขนาดนั้น เราไม่สามารถไปได้ทุกทาง คือไม่สามารถเปลี่ยนชุดแล้วไปเล่นบทนั้นบทนี้ได้ สำหรับผมต้องใช้เวลามากหน่อย
คิดว่าเรามีพัฒนาการในการแสดงมากน้อยแค่ไหน
ละครไม่ค่อยทราบเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นภาพยนตร์ผมว่าผมเข้าใจมันมากขึ้น ผมจะพยายามเลือกบทที่ไม่เหมือนกัน อย่างหนังเรื่องล่าสุดเป็นหนังตลก ตอนแรกก็คิดหนักว่าหนังตลกจะมีผลกับความขี้เก๊กของเราหรือเปล่า เพราะเวลาเล่นหนังผมจะเลือกรับบทเก๊กๆ เท่ๆ ซึ่งตัวจริงไม่เก๊กเลย พอรับบทมาดู เราก็มาคิดว่ามันตรงกับอุดมการณ์ที่ว่าเราต้องสามารถเล่นได้ทุกบท
ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดเรื่องสุดเขตสเลดเป็ด ได้ร่วมงานกับยิปโซเป็นไงบ้าง
ยิปโซเป็นเด็กตลกโดยธรรมชาติ ก็สนุกสนานดี
ฃให้เล่าถึงฉากประทับใจ
ฉากที่ประทับใจคือได้ไปขี่มอเตอร์ไซค์แว้น มอเตอร์ไซค์ธรรมดาขี่เป็น แต่มอเตอร์ไซค์แว้นขี่แล้วมันติดเข่ามันยากมาก เลยรู้สึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตได้ขี่
ได้มาร่วมงานเรื่องนี้ได้ยังไง
ผู้กำกับเขาเคยเจอผมเมื่อนานมาแล้ว พอมาเจอกันอีกพี่ยอร์ช (ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์) ผู้กำกับก็ถามผมว่าจะชวนไปเล่นหนังตลกจะไปไหม แล้วก็นั่งคุยกัน เขาก็เล่าเรื่องว่าเป็นยังไง ดูแล้วผมเป็นเด็กแนวอยู่ แล้วก็เลยเลือกมาเล่น แล้วพอชื่อหนังออกมา "สุดเขตสเลดเป็ด" ผมก็งงคืออะไร แล้วพี่ยอร์ช ก็อธิบายให้ฟังว่า คำว่าสเลดเป็ด มันเป็นคำอุทานของพี่แจ๊ส ชวนชื่น แล้วพี่เขาชอบ เลยกลายเป็นว่าสเลดเป็ดเป็นคำที่แทนของคนที่ชอบทำอะไรทำตามใจตัวเอง แต่สุดเขตนี้คือชื่อของตัวละคร ผมชื่อสุดเขตในเรื่อง สุดเขตเป็นเด็กแนวที่อยากออกเทป แล้วก็คิดว่าเพลงตัวเองดีมากๆ แล้วก็ไม่อยากออกเทปกับค่ายอินดี้ แต่อยากออกกับค่ายที่ก๊อบปี้เกาหลี เลยทำให้ไปเจอนางเอก
อยากให้เล่าถึงเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าอยู่ตรงไหน
ตลกเป็นบ้าเลย ผมดูไปสองซีน ขนาดผมเล่นเองนะ ผมยังขำเลย ส่วนเรื่องสาระหาเจอแน่นอนจากหนังเรื่องนี้ คือผู้กำกับมีความสามารถที่จะเอาสิ่งที่ธรรมดาที่เราเจอทุกวันมาใส่ซึ่งมันเป็นคำพูดที่เราอาจนึกไม่ถึง อย่างเรื่องนี้ธีมหลัก คือการค้นหาตัวเองให้เจอเหมือนที่ตัวละครสุดเขตทำ
ตัวตนคนแบบเป้
นักร้อง นักดนตรี นักแสดง อะไรที่ใช่ที่สุด
มันใช่ 2 อย่าง คือใช่แบบที่อยู่ได้แบบสบายๆ มีเงินใช้ คือเป็นทุกอย่างตอนนี้คือใช่หมด แต่ถ้าใช่แบบไม่สนว่าจะต้องมีอาชีพทำมีเงินใช้มีชีวิตโอเค คงเป็นนักดนตรี แต่ผมอยากให้มันเป็นใช่แบบนี้มากกว่า
ช่วงนี้งานเยอะมากถ้าเกิดว่างจะทำอะไร
ปีนี้ผมไปเที่ยวมา 2 รอบ ไปกับครอบครัว ถ้าว่างก็อยากจะพาพ่อแม่ออกไปเที่ยว ส่วนตัวผมว่างเมื่อไหร่ก็จะออกไปปีนหน้าผาจำลอง ชอบแล้วมันเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ถ้าว่างอยากไปขึ้นหน้าผาจริงดูสักครั้ง แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลยเพราะทำงานตลอด ช่วงแรกที่ปีนจริงจังมากจนคิดที่อยากจะเป็นนักกีฬาปีนเขา มุ่งมั่นมากจะลงแข่งด้วย แต่วันแข่งก็ไม่เคยมาได้เลย
ถ้าเหนื่อยมากเคยรู้สึกท้อบ้างไหม
ตอนนี้ผมทำงานเยอะ ผมเหนื่อย บางครั้งไม่สบายก็จะแย่เหมือนกัน แต่วันนี้วันที่ผมปกติก็จะทำงานเต็มที่ เราคำนึงอยู่ตลอดว่าทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง อายุการทำงานมันสั้น ผมคงไม่ติสต์แตกเลือกทำงานหรอกวันหนึ่งถ้าไม่มีคนจ้างเราแล้วถึงเลิกทำ ตอนนี้ผมก็เลยเอาให้เต็มที่เป็นโอกาสครั้งเดียว เวลาเรามองกลับมาจะได้ไม่เสียดายมันเลย
ดูแล้วเป็นคนติสต์แล้วชีวิตจริงเป็นคนโลกส่วนตัวสูงมั้ย จริงๆ แล้วเป้เป็นคนยังไง
คือผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมทำเป็นโลกส่วนตัวหรือเปล่า คือผมเป็นคนเปิดเผยเวลาทำอะไรผมก็บอก เลยเรียกว่าไม่ติสต์ดีกว่า แต่เรื่องความคิดส่วนตัว โลกส่วนตัวก็มีบ้าง ผมก็มีการระบายคือการแต่งเพลงเขียนเป็นเรื่องราว ตอนแรกมันก็อยู่ข้างใน พอมีทางออกก็สบายใจขึ้น
หัวใจยังใส่กุญแจของเป้
หัวใจของเป้เป็นยังไงบ้าง
ตอนนี้เป็นศูนย์ ตอนเลิกกับก้อยก็มีเรื่องของคนโน้นคนนี้เข้ามาเรื่อยๆ ที่ไม่ได้เป็นข่าว ก็มีมาศึกษาดูใจกัน แต่ปัญหาคือถ้าเราชอบคนคนหนึ่งมากๆ เขาก็ไม่ได้ชอบเรามาก บางคนที่คิดว่าเราชอบแต่จริงๆ เราก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้น เราหาคนที่เราจะรักเขาตลอดเวลา 24 ชั่วโมงไม่ได้ มันก็เลยเป็นศูนย์
ก้อยเปิดตัวมีแฟนเป็น ตูน บอดี้สแลม มีมาปรึกษาเป้บ้างหรือไม่
ไม่ได้ปรึกษา มีแซวๆ เฉยๆ ทุกวันนี้มีคุยกันบ้างธรรมดา ถามสารทุกข์สุกดิบ ไม่ได้คุยอะไรมากมาย
เอ้า!!! หัวใจยังว่าง ร้างสาวแบบนี้ สาวๆ รีบกรอกใบสมัครด่วนจี๋
เรื่อง... "ดวงใจ สอาดจิตต์"
ภาพ... "สุกล เกิดในมงคล"



