
มองผ่านเลนส์คม - โดนัทกับความถูกต้อง
ข่าวดาราสาว "โดนัท" มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ชนะคดีฟ้องเรื่องละเมิดบริษัททัวร์ที่นำรูปเธอไปลงโฆษณาทัวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต เธอเรียกค่าเสียหายและให้ลงคำขอโทษในหนังสือพิมพ์ โดยศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ตัดสินออกมาว่าเธอชนะคดี เรื่องนี้เ
ในช่วงแรกๆ ของการมีข่าวนี้ บางคนมองไปว่าดาราสาวอยากดัง สร้างกระแส เพราะที่ผ่านมาเรื่องราวแบบนี้ในวงการมีอยู่บ่อยๆ แต่เขาก็เงียบๆ กันไปไม่ทำให้เป็นเรื่องราวขึ้นโรงขึ้นศาล นั่นเป็นการคิดแบบคนมักง่าย เมื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาก็หยวนๆ กัน คนที่กระทำความผิดก็ย่ามใจ กระทำต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดว่ากฎหมายเขาคุ้มครองเรื่องลิขสิทธิ์ไม่ใช่จะไปละเมิดกันง่ายๆ
แต่บังเอิญเรื่องนี้เกิดขึ้นกับดาราสาวที่มีการศึกษาถึงระดับปริญญาตรี มีความคิดความอ่าน ไม่ใช่เพียงแต่พยายามเกาะกระแสสร้างข่าวไปวันๆ การลุกขึ้นมาต่อสู้คดีจึงเป็นสิ่งที่เธอต้องกระทำ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับคนอื่นต่อไป
การยอมให้คดีความของเธอเป็นกรณีศึกษาให้แก่คนในวงการ นับเป็นความคิดที่ต้องชื่นชมกันว่า ดารายุคใหม่ยังมีคนที่มีรอยหยักสมองไม่ใช่มีแค่ดาราหน้าสวยๆ ปลอมๆ เหมือนโรงงานปั้น เพราะออกมาเป็นพิมพ์เดียวกันหมด แถมยังสมองกลวงกันอีก
ข่าวเรื่องนี้ยังสร้างสรรค์กว่าข่าวดาราตกกระป๋องลุกขึ้นมาใส่ชุดโชว์นมโชว์หอยออกงานตอนกลางคืน เพียงแต่อาจจะไม่เป็นข่าวชิ้นใหญ่เท่าข่าวฉาวๆ
มีบางคนยังคิดว่า บริษัททัวร์น่าจะคุ้มค่ากับการที่ทำความผิดแล้วถูกฟ้องร้องเสียเงินหลักแสน แต่ได้ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์หลายช่องเป็นเวลาต่อเนื่อง คุ้มค่ากว่าการลงโฆษณา
ถ้ามองในประเด็นนี้ คนที่ทำธุรกิจไม่ว่าใครก็ไม่อยากมีคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะมันไม่คุ้มกับเวลาที่สูญเสียไปและเสี่ยงต่อการเสื่อมเสียชื่อเสียงความน่าเชื่อถือจากลูกค้า แต่ในกรณีนี้น่าจะเกิดจากความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
แต่อย่างไรก็ตามการที่บริษัทออกมายอมรับผิด น่าจะสร้างการยอมรับได้ในระดับหนึ่งว่า บริษัทมีความรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำผิดพลาดลงไป
ข่าวจบออกมาด้วยดี นักร้องสาวนำเงินไปทำบุญ บริษัททัวร์ก็ได้เคลียร์ตัวเองเรื่องความผิดพลาด งานนี้ถ้ามองอย่างไม่อคติ ถือว่าได้ประโยชน์และสบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ในวงการบันเทิงบ้านเรามีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือลิขสิทธิ์กันอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าจะมีใครกล้าลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อตัวเองและวงการกันบ้าง
ที่ผ่านมาเคยมีถึงขนาดที่ว่า มีแฟนคลับที่สนิทสนมกับดาราเป็นการส่วนตัว แอบดูดภาพจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของดาราไปทำเว็บไซต์ก็มีมาแล้ว เพียงแต่ยังไม่สร้างความเสียหายให้จึงไม่มีการฟ้องร้องอะไรกัน
เรื่องเหล่านี้ต้องระวังกันไว้ มีผู้บริหารหนึ่งที่ผมรู้จักทำงานใหญ่โตในระดับหัวหน้า ทำงานระดับประเทศ เวลาเขาเจอนักร้องดังๆ หรือดาราที่ใครๆ ก็แห่ไปขอถ่ายรูป แต่เขากลับเฉยๆ ไม่สนใจไยดี
เมื่อถามไถ่กันในภายหลัง เขาตอบว่าใครจะไปรู้ว่าสักวันหนึ่งถ้าเขายิ่งใหญ่มากกว่านี้ ดาราหรือนักร้องที่มาถ่ายรูปคู่อาจจะเอารูปไปแอบอ้างหาผลประโยชน์ว่าสนิทสนมกัน
โห...คิดรอบคอบได้ถึงปานนั้นเลยเชียว
"นคร ศรีเพชร"



