บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - งานกวีอาเซียนเกาหลีที่โซล

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - งานกวีอาเซียนเกาหลีที่โซล

21 ธ.ค. 2553

รายการสุดท้ายบนเวที เทศกาลกวีอาเซียน-เกาหลี (ระหว่าง 2-6 ธ.ค. ที่กรุงโซล กับอีก 2 เมือง คือ อานซาน และชอคโซ) ผม (ศักดิ์สิริ มีสมสืบ) ในฐานะกวีไทย ได้บรรเลง “ขลุ่ย” โดยตะครุบเอานักกีตาร์หนุ่มชาวเกาหลีขึ้นเวทีแบบไม่ให้ตั้งตัว ด้นสดกันอย่างสุดฤทธิ์ รุกรับกั

 เมื่อเราทั้งสองลงจากเวที บรรดาเจ้าภาพและแขกทั้งหลายก็เข้ามากอด แสดงความชื่นชม ฝากคำขอบคุณไปตามสายลมแด่นักกีตาร์หนุ่มเกาหลีนามว่า เมียง ยอง ชิก ที่กล้าหาญชาญชัย ขึ้นเวทีผจญภัยร่วมกันท่ามกลางสายตาที่พร่างพราย ดุจประกายดาว โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าเราใจเต้นตุ๋มๆ ต่อมๆ หัวใจตกไปที่ตาตุ่ม บรรเลงไปแบบ ตัวโน้ตตกกะไดพลอยโจน เอาตัวรอดกันไปหวุดหวิด เพราะความแก่กล้าบ้าบิ่น ก่อนหน้านั้น ตลอดเวลาหกวัน กวีจากกลุ่มประเทศในกลุ่มอาเซียน ประเทศละ 1-2 คน ได้ร่วมกิจกรรมพูดคุย อภิปราย อ่านบทกวี ความเรียง ขับร้องบรรเลง เจ้าภาพผู้ริเริ่มโครงการคือ สำนักพิมพ์

 ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก หน่วยงานฝ่ายอาเซียนสัมพันธ์ ของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลี ด้วยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยฮานกุ๊ก และสถาบันด้านศิลปะและวัฒนธรรม ด้วยการรวมพลังของบรรดากวีชาวเกาหลีทุกรุ่น ทุกกลุ่ม ทำให้งานชุมนุมกวีอาเซียนเกาหลีครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงอย่างสวยงามน่าประทับใจ

 ผมมาพร้อม มนตรี ศรียงค์ กวีหมี่เป็ดจากหาดใหญ่ ที่เพิ่งประสบภัยน้ำท่วมอ่วมอรทัย มาถึงกรุงโซลขับขานบทกวีบนเวทีที่วัฒนธรรมด้านภาษาไม่เป็นอุปสรรค เจ้าภาพสามารถบริหารจัดการ ดำเนินการได้อย่างเรียบร้อยราบรื่น ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท เฉียบขาด แม่นยำ หนักแน่นแบบเกาหลี ด้วย “ทีมสปิริต” ยอดเยี่ยม เกาหลีมีหน่วยงานเกี่ยวกับกลุ่มประเทศอาเซียนโดยเฉพาะ แม้ด้านศิลปวัฒนธรรม เขาก็มีสายตายาวไกล มีเป้าหมาย มียุทธศาสตร์ ไม่ช้าไม่นาน เกาหลีจะมีนักเขียนโนเบลไพรซ์ ตามรอยญี่ปุ่น จีน และอินเดีย อย่างแน่นอน

 หันมามองวงการวรรณกรรมบ้านเรา ถึงเวลาแล้วที่ต้องมองตนเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ว่าเราจะเดินทางไปไหน ไปอย่างไร ไปอย่างมีพลัง

 ทุกฝ่ายต้องเจียระไนแก้ววิสัยทัศน์ของตน ส่งเสริมความร่วมมือประสานพลังกัน แทนการที่ต่างคนต่างต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว อย่างโดดเดี่ยว เพื่อเสาะหาโอกาสในการเขียน การตีพิมพ์งาน การแปลผลงานเป็นภาษาอื่น กระทั่งการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนนักเขียนในวงกว้าง

 งานนี้ได้ประโยชน์เต็มที่ก็คือตัวผมเอง ที่ได้มาเที่ยว มาแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เล็กๆ น้อยๆ ได้รู้จักเพื่อนกวีต่างชาติ ต่างภาษา ได้ชมวิว ชมวัง ชมวัด ได้กินเหล้า โซจุ และกระแช่ “มักกอลลี” ได้กินผักดองทุกวันจนหน่ายกิมจิ แต่อย่างไรก็จะนำสิ่งที่ได้ไปย่อย และถ่ายออกให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน (ฟังดูเท่)

 อย่างน้อยก็ได้มาเล่า (เขียน) สู่กันฟังว่าด้านวรรณกรรมเกาหลีเขาเอาจริงนะ แล้วเราล่ะจะ “ตัวใครตัวมัน” ไปอีกนานไหม

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"