
"เลนก้า" สาวซ่ามหัศจรรย์
แฟนเพลงป๊อปคงกำลังหลงใหลเสียงใสๆหน้าหวานๆ ของนักร้องดาวรุ่งชาวออสเตรเลีย เลนก้า คริแพค กับเพลง"The Show" กันอยู่เป็นแน่ค่าที่ว่านอกจากเพลงของลูกครึ่งเชโกสโลวะเกีย-ออสเตรเลียจะเป็นเพลงป๊อปฟังสบายหูแล้วยังแฝงเรื่องราวน่าสนใจของสาวเจ้าไว้อย่างน่าติดตาม ทำให้
จะว่าไปเลนก้า ไม่ใช่นักร้องหน้าใหม่ในวงการ เธอมีผลงานมาแล้วสองชุด "Summersault" และ"Fractions" กับวงดนตรีออสเตรเลียนดีคอร์เดอร์ ริง ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นนักร้องเดี่ยวและใช้ชีวิตในแคลิฟอร์เนียเพื่อเดินตามฝัน
"คม ชัด ลึก" จะพาไปสนทนากับสาวมากความสามารถเพื่อให้แฟนๆ ได้รู้จักตัวตนของเธอกันมากกว่านี้
ได้ยินมาว่าตอนที่ยังเรียนการแสดงคุณได้เคท บลานเช็ตต์ เป็นครูสอน
ค่ะเธอเป็นครูสอนฉันตั้งแต่ตอนอายุ 13 ถึง 14 ก็ปีทีเดียวนะคะ เธอเป็นคนน่ารักมาก เป็นคนสร้างแรงบันดาลใจที่ดีแก่นักเรียนแถมยังเป็นคนสนุกสนานด้วยค่ะ เรียนกับเธอสนุกมาก ตอนนั้นเราก็ยังเด็กกันมากเลยไม่ได้เรียนอะไรซีเรียสมาก ส่วนใหญ่จะเน้นการเล่นเกม และทักษะพื้นๆ มากกว่าค่ะ
คุณเคยอยู่ในวงดนตรีด้วยนี่
ค่ะเป็นวงดนตรีท้องถิ่นค่ะ ชื่อ ดีคอร์เดอร์ ริง เล่นเพลงแนวอินดี้ อันเดอร์กราวนด์อิเล็กทรอนิกส์ เราก็ทดลองอะไรใหม่ๆ กันด้วยนะคะ มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากเลยนะคะ เราทำอัลบั้มออกมาสองอัลบั้ม ได้ออกทัวร์กันด้วยนะคะ แต่ฉันก็ไม่ได้ร้องเพลงมากนัก เพราะมันเป็นเพลงแบบอิเล็กทรอนิกส์ นั่นก็เป็นเหตุผลที่ฉันออกจากวงด้วยค่ะ ฉันอยากร้องเพลง อยากใช้เสียงให้มากกว่านี้
การไปทัวร์ที่แอลเอทำให้คุณตัดสินใจทำเพลงที่นั่นเลยหรือเปล่า
ก็ไม่เชิงนะคะฉันไม่เคยคิดที่จะย้ายจากออสเตรเลียไปอยู่แอลเอเลย คือตอนที่เราไปฉันได้คุยกับใครหลายๆ คนที่มีข้อเสนอและชี้ช่องทางให้ฉันทำเพลงอย่างที่อยากทำในแบบของฉันได้ ฉันว่า ดีคอร์เดอร์ ริง ช่วยให้คนภายนอกรู้ว่าฉันเป็นใครและทำอะไรได้มากกว่า ประสบการณ์จากการอยู่ในวง ยังทำให้ฉันเข้าใจถึงธุรกิจดนตรีและการทำงานในวงการด้วยค่ะ
คุณได้อิทธิพลดนตรีมาจากไหน
ฉันชอบเพลงเก่าค่ะอย่าง เดอะ บีทเทิลส์ ไม่ก็วงจากยุค 60 อย่าง บ็อบ ดีแลน, เลด เซปปลิน ฉันชอบเพลงของ บียอร์ค มากๆ ด้วย เธอน่าจะเป็นทั้งอิทธิพลดนตรีและแรงบันดาลใจให้ฉันด้วย เธอทำให้ฉันอยากทำเพลงป๊อปปัญญาชนที่มีความหมายและมิติ จะว่าไปฉันก็ฟังเพลงหลายแนวนะคะ อย่างเพลงป๊อปยุค 80 แบบ มาดอนนา, ซินดี้ ลอเปอร์ ฉันก็ชอบ เรียกว่าผสมๆ กันน่ะค่ะ
ใครคือไอดอลของคุณ
บียอร์คแน่นอนค่ะ เธอไม่เคยหยุดคิดและกล้าที่จะทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น
เพลงของคุณพูดถึงเรื่องอะไร
ก็เป็นเรื่องทั่วไปค่ะแต่จะออกมาในแนวสดใส มองโลกในแง่ดี ฉันอยากทำเพลงที่ทำให้คนที่ได้ยินมีความสุข มีกำลังใจ แต่น่าแปลกที่เวลาฉันแต่งเพลง มักจะเป็นตอนที่ฉันเศร้าและหดหู่ ไม่ก็โกรธอะไรมา ฉันคงอยากให้ดนตรีของฉันบำบัดอารมณ์เหล่านั้นมั้งคะ เพลงเลยออกมาในแง่บวก
แล้วเพลง"The Show" ซิงเกิ้ลแรกของคุณล่ะ
ฉันไม่ได้แต่งคนเดียวหรอกค่ะมีนักแต่งเพลงอีกคนมาร่วมแต่งด้วย เราไม่เคยเจอกันมาก่อน ก็เลยต้องเริ่มอัพเดทเรื่องราวชีวิตกัน ก็สรุปได้ว่าตอนนั้นฉันสับสนงุนงงทำอะไรไม่ถูกกับชีวิต เราเลยได้โชว์มาเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต ประมาณว่าก็นั่งดูโชว์ไป อย่าไปคิดอะไรมาก อย่าไปคิดว่าต้องควบคุมชีวิตให้ได้อย่างที่เราต้องการไปซะทุกอย่าง
แล้วตอนนี้คุณมีความสุขกับชีวิตและ"โชว์" ของคุณหรือยัง
ค่ะจะว่าอย่างนั้นก็ได้ ตอนนี้ชีวิตฉันน่าตื่นเต้นมากเลย ได้เดินทางนู่นนี่ไม่ได้หยุด ตอนไปทัวร์ที่อเมริกาก็สนุก บางทีมันเหนื่อยมากนะคะ แบบว่า...ไม่เอาแล้วได้ไหม ฉันมาทำอะไรอยู่นี่ แต่ส่วนใหญ่มันสนุกและน่าตื่นเต้นมากกว่าค่ะที่ได้เจอแฟนๆ และเล่นคอนเสิร์ต
คอนเสิร์ตที่โตรอนโตแคนาดาล่ะ
นั่นเป็นคอนเสิร์ตแรกที่ฉันขายบัตรได้หมดฉันกับวงเลยมีของขวัญพิเศษเป็นเพลงเวอร์ชั่นรีมิกซ์ให้แฟนๆ ได้ฟังค่ะ เหมือนอยู่ในคลับเลยค่ะ สนุกมากเลย
แล้วแฟนๆที่เมืองไทยจะมีโอกาสแบบนั้นบ้างไหม
มีสิคะถ้ามีเสียงตอบรับดีฉันก็อยากจะไปพบแฟนๆ และเล่นคอนเสิร์ตที่นั่น
เรื่อง: มันตาคลังบุญครอง



