
ในที่สุดก็ได้ดู(สักที) ฮฮลลีวู้ดเรื่องแรก...ของ จาง ดองกัน
รอมาเนิ่นนานราว 3 ปี ในที่สุดภาพยนตร์เรื่อง The Warriors Way อันเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเปิดตัว จาง ดองกัน พระเอกหนุ่มซูเปอร์สตาร์ชาวเกาหลีใต้เป็นเรื่องแรก ก็ได้ฤกษ์ลงโรงฉายสู่สายตาชาวโลกเสียที ซึ่งนอกจาก จะเป็นที่สนใจของเหล่าแฟนคลับพลพรรค คนรัก จาง ดองก
***คุ้มค่ากับการรอคอยในการตัดต่อขั้นตอนสุดท้ายที่ใช้เวลามากกว่า 3 ปีไหม
ดองกัน : เดิมทีบทของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซับซ้อนและดูยากกว่านี้ แต่หลังจากที่มีการลงทุนมากขึ้น เลยถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ดูตื้นขึ้น ไม่ลึกและซับซ้อนเท่าเดิม เพื่อให้ดึงดูดกลุ่มคนดูทั่วไปได้ ผมไม่ได้พูดว่ามันแย่หรืออะไรนะ (หัวเราะ) เพียงแต่มันแตกต่าง จากตอนแรกที่ผมคาดหวังไว้เท่านั้นเอง มันคงจะดีกว่าหากเราสามารถยกระดับหนังให้มีความสมบูรณ์มากกว่านี้ได้ แต่เท่านี้ผมก็พึงพอใจแล้ว และบทของผมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากแรกเริ่มมากมายเท่าไหร่
***รู้สึกแปลกหรือเห็นความแตกต่างในตัวเองไหม เมื่อต้องมานั่งดูหนังที่เล่นไว้กว่า 3 ปีที่แล้วในตอนนี้
ดองกัน : รู้สึกว่าตัวเองดูหนุ่มมากเลยในตอนนั้น (หัวเราะ) แต่ก็เห็นอยู่หลายจุดเหมือนกัน ที่รู้สึกว่าทำพลาดและน่าจะทำได้ดีว่านี้ แน่นอนว่า มันไม่ถึงกับว่าแตกต่างมากมายประหนึ่งดูละครที่ตัวเองเคยเล่นสมัยอายุยี่สิบ เพราะมันเพิ่งผ่านมาแค่ 2 ปี แต่ในบางฉากบางซีนก็มีบ้างที่รู้สึกว่า ถ้าให้โอกาสถ่ายทำใหม่ตอนนี้ ผมจะแสดงให้แตกต่างกว่าเดิม
***ในภาพยนตร์ คุณดูเชี่ยวชาญในการใช้ดาบมาก ใช้เวลาในการฝึกฝนนานไหม
ดองกัน : ราวๆ 6 เดือน แต่จริงๆ ไม่ถึงหรอกครับ เพราะผมได้รับบาดเจ็บกลางครัน และต้องหยุดพักไปอีกเกือบ 2 เดือน เพราะฉะนั้นถ้านับจริงๆ คงใช้เวลาฝึกประมาณ 4 เดือน ฝึกจนผมมั่นใจว่า ตัวเองต้องเป็นดาราที่สวมบทบาทนักรบได้ดีที่สุดในเอเชียแน่ ถ้าไม่นับรวมดาราที่ใช้ศิลปะการต่อสู้แบบเกินมนุษย์อย่าง เจ๊ท ลี และ ดอนนี่ เยน ผมใส่ใจในทุกรายละเอียดและพยายามจะทำให้ตัวละครดูมีระดับ แม้จะแค่วาดดาบเพียงครั้งเดียว แต่ก็ต้องแสดงออกให้เห็นว่าเชี่ยวชาญและผ่านประสบการณ์มาโชกโชนขนาดไหน
***รู้สึกอย่างไรที่โดยปกติแล้ว นักแสดงชาวเอเชียมักจะได้แสดงแต่เฉพาะบทบู๊ แต่ในภาพยนตร์เรื่อง “The Warrior’s Way” กลับให้ความสำคัญในฉากเข้าพระ-นาง มากพอๆ กับฉากบู๊
ดองกัน : ผมอยากทำให้ทุกคนได้รู้ ว่าผมไม่ได้เก่งแต่กับบทบู๊เท่านั้น แต่ยังสามารถแสดงในบทอื่นๆ ได้ดีอีกด้วย หลังจากที่ถ่ายทำฉากจูบกับ เคท บอสเวิร์ธ แล้ว ผมเพิ่งจะทราบภายหลัง ว่าเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ที่นักแสดงชาวเอเชียจะได้รับโอกาสให้ถ่ายทำฉากเลิฟซีนกับดาราหญิงชั้นแนวหน้าของฮอลลีวู้ด ผมเลยรู้สึกว่าตัวเองได้ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของนักแสดงเอเชียออกมาแล้วอีกหนึ่งก้าว
***มีอะไรจะแนะนำสำหรับนักแสดงชาวเอเชียที่คิดอยากขยายอาชีพการงานของตัวเองไปเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ดอย่างคุณบ้างไหม
ดองกัน : อืม...ขอเรียกว่าเป็นสิ่งที่ผมคิดมากกว่าจะเป็นการแนะนำล่ะกันครับ หลายคนอาจจะคิดว่าความสำคัญของหนังเรื่องนี้ อยู่ที่การขยายตัวออกไปสู่สากลของผม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการร่วมทุนสร้างระหว่างเกาหลีและฮอลลีวู้ดที่เป็นไปอย่างเท่าเทียม จนถึงตอนนี้ นักแสดงเอเชียมักจำกัดได้เล่นเฉพาะบทง่ายๆ พื้นๆ แต่หนังเรื่องนี้อาจเป็นตัวอย่างของการร่วมทุนที่ดี ที่ทำให้เรามีสิทธิ์บอกเล่าในสิ่งที่เราต้องการได้ หวังว่าในอนาคตคงมีการร่วมทุนในลักษณะนี้มากยิ่งๆ ขึ้นไปอีกนะครับ



