บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - ฤดู "ดอกทอง" บานสะพรั่ง

คมเคียวคมปากกา - ฤดู "ดอกทอง" บานสะพรั่ง

15 ธ.ค. 2553

ผมไม่ได้เขียนถึงความเคลื่อนไหววงการเพลงลูกทุ่งมานานนับเดือนแล้ว บอกตรงๆ ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร เพราะตลาดเพลงลูกทุ่งวันนี้ มันไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น

  ตลอดทั้งปีนี้ เพลงรักแบบแอบเป็นชู้ แอบเป็นกิ๊ก ยังครองใจแฟนๆ ซึ่งผมขอเรียกเพลงทำนองนี้ว่า "เพลงดอกทอง" ก็แล้วกัน

 จะว่าไปแล้ว คนเขียนเพลงมีส่วนอย่างมากในการใช้ความของบทกวี ขัดเกลาคำร้องเพลงดอกทองให้กลายเป็นเพลงรักซ้อนซ่อนรักที่กินใจกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน

 กลุ่มดังกล่าวมีอยู่ในทุกชั้นชน จึงเป็นตลาดใหญ่ มีกำลังซื้อพอประมาณ และรู้จักเล่นกับโซเชียลมีเดีย ผ่านมือถือรุ่นใหม่ที่ราคาถูก

 "เทรนด์ดอกทอง" เป็นกระแสสังคมใหญ่ ที่ก่อรูปก่อร่างขึ้นมาพร้อมกับกระแสวัตถุนิยมที่ครอบงำจิตใจผู้คนส่วนใหญ่ มันจึงกลายเป็นเทรนด์ของตลาดเพลงไปโดยปริยาย

 วันก่อนได้ฟัง "นักร้องสาว" รุ่นกลางๆ ร้องเพลงในสีเสื้อตัวใหม่ ซึ่งเธอเปลี่ยนทั้งลีลาการร้อง และตัวบทเพลงที่มุ่งสนอง "ตลาดเพลงดอกทอง" โดยเฉพาะ 

 โดยส่วนตัวผมทำใจได้ เพราะไม่เคยเชื่อในทฤษฎีที่ว่า เพลงลูกทุ่งเป็น "ของขึ้นหิ้ง" แต่มองว่า เพลงลูกทุ่งเป็นศิลปะเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่เริ่มแรก

 จริงๆ แล้ว เพลงลูกทุ่งในอดีต มีเพลงแนวดอกทองเยอะ และที่โด่งดังก็หลายเพลง ส่วนใหญ่จะมีคำร้องทำนอง "ชายเลิศ หญิงเลว"

 ไม่เชื่อลองย้อนกลับไปฟังบทเพลงของสายัณห์ สัญญา, ระพิน ภูไท, ชายธง ทรงพล, จิระพันธ์ วีรพงษ์ ฯลฯ ซึ่งสะท้อนสภาพสังคมที่ "ผู้ชาย" เป็นใหญ่อยู่

 พูดง่ายๆ ผู้ชายเจ้าชู้ไม่ผิด มันแค่เรื่องสนุกๆ ไม่ได้จริงจังอะไร แต่ผู้หญิงมีชู้ไม่ได้ ต้องถึงขั้นสาปแช่งกันผ่านบทเพลง
 ผิดกับสมัยปัจจุบัน ที่ความเสมอภาคทางเพศมีมากขึ้น ผู้หญิงกล้าแสดงออกทางความคิดเห็น จึงไม่ยอมตกเป็น "ทาสในเรือนเบี้ย" ของผู้ชายอีกต่อไป

 ฉะนั้นเมื่อมีคำร้องเพลงประเภท "ผู้หญิงกล้า" ท้าทายผู้ชายด้วยภาษาพ่อขุนรามคำแหง จึงโดนใจเพศเดียวกัน นี่ก็แนวหนึ่ง

 ส่วนอีกแนวหนึ่ง จะเป็นคำร้องสะท้อนความกล้าที่จะเปิดเผย "ตัวตน" ว่าแอบรักใคร? แอบกิ๊กใคร? แม้ไม่ได้เป็นชู้คู่นอน ก็ขอแค่เป็นชู้ทางใจอะไรประมาณนั้น

 สรุปว่า ผู้หญิงเรากล้าแสดงออกมากขึ้น ด้วยเหตุนี้โปรดิวเซอร์เพลงทั้งหลาย จึงจับ "อารมณ์ร่วมของตลาด" ทำเพลงแนวที่ว่านี้ออกมาขายเป็นว่าเล่น

 เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไล่ตรวจเช็กทีวีดาวเทียมช่องเพลงลูกทุ่ง ที่มีอยู่ 5-6 ช่อง เพลงที่เปิดกันกว่าร้อยละ 90 ก็คือเพลงแนวดอกทอง เพลงที่ติดชาร์ตเพลงฮิต หรือท็อปดาวน์โหลดก็มักจะเป็นเพลงดอกทองเสียด้วย

 ขอบอกก่อนล่วงหน้า ผมไม่แอนตี้เพลงสายพันธุ์นี้ เนื่องจากมันเป็นกระแสสังคม และเป็นเรื่องของธุรกิจเพลง ค่ายต้องอยู่รอด นักร้องจึงจะอยู่รอดได้!

 อีกอย่างหนึ่ง ต้องเข้าใจว่า "ดอกทอง" ในความหมายของผม ก็คือพฤติกรรม "อีแอบทางเพศ" ของผู้ชายหรือผู้หญิง และพฤติกรรมที่ว่านี้ ถูกทำให้ยอมรับโดยเนื้อหาผูกซ่อนปมไว้ และฉาบเคลือบด้วยภาษากวีสวยๆ

 ฉะนั้นคำว่า "ดอกทอง" ที่ผมพูดถึงอยู่ มิใช่เรื่องสำส่อนทางเพศ หากแต่เป็นความซ้ำซากของบทเพลงลูกทุ่งหรือลูกทุ่งเพื่อชีวิต

 ผมเขียนตรงไปตรงมา อย่าคิดอะไรมาก เพราะเรายังจะอยู่กับเพลงดอกทองไปอีกนานแสนนาน !

"บรรณวัชร"