บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ขายไม่รู้กาลเทศะ

มองผ่านเลนส์คม - ขายไม่รู้กาลเทศะ

09 ธ.ค. 2553

เข้าสู่ช่วงฤดูกาลนักร้องลูกทุ่งทัวร์คอนเสิร์ตกันเดินสายอีกครั้งหนึ่งของปีแล้ว นักร้องใหม่ที่มีผลงานเพลงดังก็วิ่งรอกกันไม่หวาดไม่หวาดไม่ไหว หลายคนคิวรับงานในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์เต็มไปถึงปีหน้าแล้ว

  นักร้องอิสระไม่สังกัดค่ายเพลงหรือคนที่ค่ายให้โอกาสในการรับงานเองก็ดิ้นหางานกันสุดตัว เพราะการไม่มีสังกัดค้ำคอคอยดูแลคิวงานให้ ก็ต้องอาศัยบุญเก่า ติดต่อเจ้าภาพเดิมๆ ที่เคยใช้กันอยู่ ราคาค่าตัวอาจจะได้ต่ำกว่าที่เคยรับเพราะถูกหักค่านายหน้าก็ต้องยอมกันไป 

 เหตุรายได้ที่น้อยลงจึงเป็นช่องทางให้นักร้องต้องหารายได้เสริมในระหว่างการเดินสายร้องเพลง นั่นคือ การนำแผ่นซีดีหรือวีซีดีไปขายหน้าเวทีด้วย...

 นอกจากจะเพิ่มรายได้ให้นักร้องแล้ว อย่างน้อยค่ายเพลงก็ได้ระบายสินค้าในยุคที่แผ่นก๊อบปี้ขายกันในตลาดนัดทุกแห่งหาซื้อง่ายพอกับแผงขายผักขายปลาทั่วไป

 นักร้องดังหลายคนในยุคนี้จึงต้องทำตัวเป็นเซลส์แมน ขายแผ่นเพลงพร้อมกับขายโชว์ ในขณะพักระหว่างเพลงก็จะใช้การพูดสอดแทรกโฆษณาแผ่นเพลงและมีพนักงานเดินขายแบบทันทีทันใดใกล้ชิดตัวผู้ชม แถมด้วยการขอลายเซ็น ถ่ายรูปฟรีๆ หลังเวทีด้วย 

 ส่วนนักร้องใหม่ๆ เขาไม่มีช่องทางการจัดจำหน่าย ค่าตัวก็น้อยกว่านักร้องดัง การขายตรงเช่นนี้ก็ไม่น่าจะต่อว่ากัน อย่างน้อยเป็นการช่วยค่าน้ำมันในการเดินทางและพอเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 

 แต่สำหรับนักร้องที่ค่าตัวหลักหมื่นหรือบางคนเป็นแสนบาทต่อหนึ่งโชว์ เมื่อมีเจ้าภาพจ้างไปแสดงแล้วยังมีบางคนที่มีพฤติกรรมที่เรียกได้ว่าเอาเปรียบคนดู โดยการสอดแทรกขายแผ่นหน้างานไปด้วย...

 ตรงนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมนัก เพราะการที่เจ้าภาพต้องจ่ายเงินค่าตัวหลายหมื่นถึงแสนบาทเพื่อให้มาร้องเพลงแต่กลับถูกใช้เวลาไปพูดหาผลประโยชน์ใส่ตัวเพียงฝ่ายเดียว หรือนักร้องบางคนยัดเยียดขายแผ่นซีดีขายเสื้อยืดจนน่ารำคาญ 

 ถ้าเป็นงานการกุศล ขายแผ่นเพื่อช่วยเจ้าภาพหรือวัดก็ไม่น่าจะมีใครต่อว่า แต่นี่มีรายได้จากการรับค่าตัวเต็มราคาแล้วยังจะมาหาเศษหาเลยกับการขายแผ่น มองดูแล้วเหมือนคนไม่รู้จักคำว่าพอเพียง 

 นักร้องหรือค่ายเพลงควรมีจิตสำนึกที่ดีในการประกาศขายซีดีเพลงสอดแทรกในขณะขับร้องเพลง เพราะเขาได้จ่ายค่าตัวสำหรับการโชว์ไปแล้ว ก็ควรได้รับความบันเทิงเต็มๆ 

 ลำพังแค่การพูดโฆษณาขายอัลบั้มชุดใหม่บนเวทีก็เป็นเรื่องน่าอึดอัดใจสำหรับคนดูและเจ้าภาพอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเคยมีแม้กระทั่งนักร้องที่ไปช่วยงานการกุศลในสถานพักฟื้นคนพิการแล้วเคยชินในการร้องเพลง พูดบนเวทีฝากอัลบั้มชุดใหม่ โดยไม่รู้เลยว่า ชีวิตของคนดูในสถานที่เหล่านั้น เขาจะมีโอกาสหรือมีเงินออกไปซื้อแผ่นอุดหนุนได้อย่างไร 

 อย่างนี้ก็เรียกว่า ขายของไม่ดูตาม้าตาเรือและไม่รู้กาลเทศะ

"นคร ศรีเพชร"