
มองนอกดูใน - หนังสือเล่มนอก...หนังสือเล่มใน
เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก (BOOK FOR CHILDREN FOUNDATION) ได้จัดทำโครงการจัดหาหนังสือสำหรับสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จำนวน 83 แห่ง เพื่อสนับสนุนสามเณรที่บวชเรียนให้ได้รับ
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ประธานมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก เป็นประธานเปิดงาน และปาฐกถาเรื่อง อ่านหนังสือ อ่านชีวิต มีความตอนหนึ่งว่า สำหรับเด็กที่ยังไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต หนังสือคือเครื่องมือที่เปิดไปสู่โลกกว้าง จากผลการสำรวจที่ว่า เด็กไทยอ่านหนังสือน้อยนั้น ไม่ได้เป็นเพราะเด็กไม่อยากอ่าน แต่เป็นเพราะไม่มีหนังสือให้อ่าน สำหรับกลุ่มพระภิกษุ-สามเณรก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกมองข้ามไป เพราะคนมักคิดว่าศึกษาทางธรรมก็เพียงพอแล้ว แต่บ่อยครั้งสามเณรที่เติบโตในแวดวงวัดจะไม่ค่อยรู้ว่าคนข้างนอกคิดอะไร อย่างไร ทำให้การเทศนาธรรมเข้าไม่ถึงใจคนฟังเท่าที่ควร การที่มีคนช่วยบริจาคหนังสือถวายพระภิกษุสามเณรเหล่านี้จะเป็นการสืบทอดศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทางหนึ่ง
ในวันนั้น ข้าพเจ้าได้รับเชิญให้ไปบรรยายในเรื่อง หนังสือเล่มนอก หนังสือเล่มใน และก็ได้นำปฏิทินและหนังสือ "พุทธะพุทธสาวิกา" ไปมอบให้คณะสามเณรด้วย
หนังสือ "พุทธะพุทธสาวิกา" เป็นการเล่าด้วยภาพและบทธรรม ถึงการบวชพุทธสาวิกาภาคฤดูร้อนกว่า 90 ชีวิต เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสถียรธรรมสถานจัดการบวชแม่ชีศีล 10 มาตั้งแต่ครั้งที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน โดยมี พระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) เป็นพระอุปัชฌาย์องค์แรก ปัจจุบัน พระปัญญานันทมุนี (พระอาจารย์สง่า สุภโร) เจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยไม่เคยนำเสนอเรื่องเหล่านี้ออกมาเป็นรูปธรรม แต่สังคมปัจจุบันที่อุดมไปด้วยความวุ่นวาย ทำให้กลับมาคิดว่า เราคงต้องให้ความสำคัญกับการสอนเรื่องการอ่าน
การอ่านหนังสือมีอยู่สองอย่าง คือ การอ่านหนังสือเล่มนอก และ การอ่านหนังสือเล่มใน หนังสือเล่มนอก...ชอบเล่มไหน สนใจเล่มใด ก็เลือกเล่มนั้นมาอ่าน แต่สำหรับการอ่านหนังสือเล่มใน...คือการอ่านใจของตัวเอง ที่หากอ่านบ่อยๆ จะทำให้เรารู้ทันไหว เห็นทันสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้น เห็นสภาวะเกิดดับอย่างฉับพลัน...เมื่อเห็นทันไหว รู้ทันไหว ใจจึงตื่น และเมื่อหนังสือเล่มใน หรือใจ...รู้ ตื่น และเบิกบานเสียแล้ว จิตไม่ขุ่นมัวเสียแล้ว ไม่ว่าเราจะอ่านหนังสือเล่มนอกเล่มไหน การอ่านนั้นก็ศักดิ์สิทธิ์
หนังสือ "พุทธะพุทธสาวิกา" เป็นหนึ่งในหนังสือเล่มนอกที่ชวนให้คนอ่านกลับมาอ่านหนังสือเล่มใน คือใจของตัวเอง หากเราช่วยกันปลูกฝังเด็กๆ และเยาวชน ซึ่งหมายรวมถึงสามเณรน้อยให้อ่านทั้งหนังสือเล่มนอกและหนังสือเล่มในไปพร้อมกันได้ ซึ่งก็เท่ากับเราได้ให้ทั้งความรู้ที่จะเสริมให้พวกเขากลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาสังคมโลกควบคู่ความรู้ที่จะทำให้พวกเขาอยู่ในโลกได้อย่างมีภูมิคุ้มกันและมีความสุขไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร
ถ้าเราทุกคนต้องการจะปฏิบัติงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราต้องทำให้คลื่นการเต้นของหัวใจของคนไทยทุกคนเป็นคลื่นของสัมมาทิฐิ ให้มีความเห็นชอบร่วมกันว่า ความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันนั้น เป็นเพียงปรากฏการณ์ที่มาให้เห็น จงอย่าวิพากษ์วิจารณ์แล้วจมจ่อมอยู่กับความทุกข์นั้น ถ้าสังคมไม่จิกตีหรือจมจ่อมกับเรื่องที่จบไปแล้ว เราก็จะได้สัมมาทิฐิของสังคมกลับมา คลื่นของสัมมาทิฐิเช่นนี้จะทำให้เรื่องที่จบ...จบจริงๆ และเมื่อใจจบ เพราะเรื่องจบ เราก็ตื่นและเบิกบาน เป็นมหาชนที่มีความสุข...สมดังพระบรมราชโองการของพระองค์ท่านในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ที่ว่า
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ธรรมสวัสดี
"แม่ชีศันสนีย์ เถสียรสุต"



