บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - รำวงชาวบ้าน

คมเคียวคมปากกา - รำวงชาวบ้าน

08 ธ.ค. 2553

กลับบ้านวันหยุดยาว โฉบเข้าไปดูงานบอลลูนนานาชาติที่หน้าเขื่อน ก็เห็นการออกร้านของทางราชการ คล้ายงานกาชาด ยินเสียงเพลงรำวงดังมาจากเวทีของอำเภอหนึ่ง จึงรู้ว่ามีการแสดง "รำวงย้อนยุค" ของกลุ่มแม่บ้าน

  เจอหน้าคนแถวบ้านเล่าให้ฟังว่า "รำวงชาวบ้าน" กำลังได้รับความนิยม เมื่อลอยกระทงที่ผ่านมา กลุ่มแม่บ้าน อสม. จัดกิจกรรมรำวงเป็นครั้งแรกได้รับความนิยมจากคนที่มาเที่ยวงาน จึงคิดกันว่า งานปิดทองประจำปีกลางเดือนห้าหน้าแล้ง ไม่ต้องจ้างมหรสพ จ้างหนัง จ้างดนตรีให้เสียตังค์

 ฟื้นรำวงชาวบ้านให้กลับมาครึกครื้นเหมือนในอดีต ซึ่งนางรำสมัครเล่น ล้วนแต่เป็นสาวรุ่นเมื่อ 40 ปี แต่ถึงกระนั้น หัวใจที่รักเสียงเพลงบ้านนา ไม่เคยราโรยไปตามช่วงวัย

 แสดงว่า "ปรากฏการณ์รำวงชาวบ้าน" ยังเป็นความบันเทิงทางเลือก และเป็นความอยู่รอดของนักร้องลูกทุ่งจำนวนไม่น้อย  

 ผมเห็นโฆษณารำวงย้อนยุคในโลกออนไลน์ หลายคณะจากหลายท้องถิ่น อาทิเช่น โฆษณาชิ้นนี้ "รำวงย้อนยุคจันทร์เพ็ญ อุตรดิตถ์ รับงานแสดงรำวงย้อนยุค (แสดงสด) เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมแบบโบราณทั่วราชอาณาจักร (วันหยุดราชการ หรือช่วงปิดภาคเรียน) ด้วยผลงานมาตรฐาน เครื่องเสียง ไฟ-แสง-สี-เวที ทันสมัย นางรำสาวสวยสดุดตา"

 แถมมีลิ้งค์ตัวอย่างการแสดงที่ผ่านมาในเวบดัง http://www.youtube.com/ อันสะท้อนให้เห็นว่า นิวมีเดียเป็นช่องทางเผยแพร่วัฒนธรรมบันเทิงชาวบ้านได้อย่างลงตัว

 รำวงชาวบ้านทางภาคใต้ เรียกว่า "รำวงเวียนครก" ก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างกว้างขวาง จนนักเพลงเพื่อชีวิตต้องนำเขียนเป็นเพลงบันทึกความเปลี่ยนแปลงย้อนอดีตแห่งยุคสมัย

 งานเดือนสิบ ผมได้ข่าวว่า รำวงชาวบ้านของ "อ๊อด โฟร์เอส" ยกวงใหญ่ไปเปิดทำการแสดงที่ตลาดใหม่ชานเมืองนครศรีธรรมราช มันบ่งบอกถึงกระแสรำวงที่ยังแรงไม่หยุด

 อัลบั้มรำวงชาวบ้านของ "อ๊อด" ก็ยังขายได้เรื่อยๆ สังเกตจากการขอเพลงทาง SMS ผ่านคลื่นวิทยุ MOL แฟนเพลงภูธรยังขอฟังเพลงในชุดรำวงชาวบ้านไม่เคยขาด

 ตอนที่ผมข้ามไปเที่ยวเวียงจันทน์ ได้เห็นวีซีดีเพลงประกอบการเต้น "บัดสะโล้ป" วางขายอยู่หลายสิบชุด คนขายบอกว่าขายดี มีคนลาวซื้อไปเต้นรำกันตามงานบุญงานเลี้ยง

 การเต้นบัดสะโล้ป เป็นส่วนผสมระหว่างรำวงมาตรฐานกับจังหวะบีกิน ซึ่งนิยมเต้นกันมากในงานกินดองหรืองานแต่งงาน

 ความนิยมในการเต้นบัดสะโล้ปของคนฝั่งซ้าย ก็ไม่ต่างจากคนฝั่งขวาที่หันกลับมาเปิดเวทีรำวงชาวบ้านกันมากขึ้น
 จึงประเมินว่า รำวงคนบ้านๆ คงยืนยงอยู่ในตลาดบ้านนอกไปอีกนาน เพราะมันเป็น "ของสด" แต่ราคาถูก

 ส่วนเพลงฮิตติดชาร์ตที่เป็น "ของแห้ง" เหมาะกับการเป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของบริษัทห้างร้าน มากกว่าจะมาอยู่ในเวทีงานวัด

 จะว่าไปแล้ว กิจกรรมส่งเสริมการตลาดทุกวันนี้ อาจเป็นแหล่งรายได้หลักของค่ายเพลงและนักร้อง แต่มันไม่ใช่การส่งเสริมนักร้องและวงการเพลงลูกทุ่ง

 นักร้องและเพลงลูกทุ่ง มีคุณค่าแค่ "หางเครื่อง" ของขบวนการขายสินค้า และที่แย่ไปกว่านั้น ศิลปินลูกทุ่งเกรดเอ ต้องร้องเพลงโฆษณาแบบฮาร์ดเซลล์ ดูแล้วหดหู่หัวใจยิ่งนัก

 ด้วยเหตุนี้กระมัง ชาวบ้านร้านถิ่นจึงลุกขึ้นมาเป็นศิลปินเสียเอง ด้วยการปัดฝุ่นรำวงชาวบ้าน ร้องเองรำเอง สนุกสนานประสาคนลูกทุ่ง

 ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยสีสันการตลาดใดๆ พวกเขาก็รื่นเริงบันเทิงใจได้ชนิดเกินร้อย!

"บรรณวัชร"