
มองผ่านเลนส์คม : ลมหายใจศิลปะที่เมืองนคร
เป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาจิตรกรรม ถ้าไม่ทำงานศิลป์บำรุงจิตใจตัวเอง ไม่แสดงทัศนคติต่อสังคมวัฒนธรรมผ่านงานศิลป์ให้สังคม โดยเฉพาะเหล่าศิษย์ได้เสพศึกษาเป็นแบบอย่าง อาจารย์ผู้สอนจะแก้ตัวให้รอดได้อย่างไร
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผศ.จตุรัตน์ กีรติวุฒิพงศ์, ผศ.ปริทรรศ หุตางกูร, อ.สมชาย สหวิศิษฏ์ และ อ.สุพจน์ แสงมณี คณาจารย์หลักสูตรจิตรกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พร้อมใจกันนำผลงานจิตรกรรม ชื่อ ศิลปะการเมือง หลังรัฐประหาร 2549 สะท้อนแนวคิดด้านการเมือง ทั้งภาพเขียนสีน้ำมัน อะคริลิก และงานเทคนิคสื่อประสมออกแสดง ณ อุทยานการเรียนรู้เมืองนครศรีธรรมราช บริเวณสนามหน้าเมือง��
�ศิลปินทั้ง 4 เสนอแนวคิดเรื่องประชาธิปไตยที่ต้องการยอมรับความแตกหลากหลาย เรื่องการใช้วาทกรรมครองเมืองเอาตัวรอดไปวันๆ ใช้ความลวงเป็นเครื่องมือปกครองและรักษาอำนาจ�
�วันเปิดนอกจากคุณหมอประทีป หุตางกูร กับ รศ.วิมล ดำศรี ให้เกียรติมาร่วมงาน ยังมีหมู่ศิลปินที่เป็นอาจารย์สอนศิลป์มากันหลายคน� เช่น ประยงค์ พรหมชาติ จากวิทยาลัยการต่อเรือฯ, ชูเกียรติ สุทิน และโชติ แก้วละเอียด จากวิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราช, ศิลปินอาวุโส สันติ แก้วจำนง
�อากร ศรีเอียด ศิลปินหนุ่มชาวท่าศาลา นุ่งผ้าขาวม้าเปิดแสดงสดโดยละเลงสีใส่ตัวเอง ให้สมกับเป็นยุคที่ผู้คนสาดสีใส่กัน เป็นเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่สร้างความงุนงงให้เด็กๆ มาเรียนจินตคณิตในอุทยานฯ� เพราะการแสดงออกเป็นการกระตุ้นให้จินตนาการไปอีกอย่างที่ไม่เป็นตัวเลข
��ศิลปินนักร้องนักดนตรี ตุด นาคร มาพร้อมซีต้าร์ของเล่นตัวใหม่� สุราษฎร์ วงราษฎร เล่นกีตาร์และร่วมขับร้องเพลง อาจารย์จากหมวดวิชาภาษาไทย 3-4 ท่าน สังกัดเดียวกับศิลปินมาให้กำลังใจ�
�เป็นลมหายใจทางศิลปะในต่างจังหวัดที่ระบายออกมาเบาๆ ไปตามข้อจำกัดอันเนืองนอง ไม่ออกตัวแรงเหมือนงานแสดงของพ่อค้าขาใหญ่ในกรุงเทพฯ ถ้ายังระบายลมให้ใจออกมาได้แม้เป็นห้วงๆ แสดงว่ายังไม่ตาย
�เป็นวันที่น่ายินดี ควรยกย่องชื่นชมไว้ตรงนี้ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช สมนึก เกตุชาติ ผู้ยินดีให้สถานที่จัดแสดงงานศิลปะเสมอมา ส่วนตัวยังเป็นนักสะสมงานศิลป์ ธิดาคนเดียวก็เล่าเรียนมาทางศิลปะจากมหาวิทยาลัยในโอเรกอน สหรัฐอเมริกา��
�นายกเทศมนตรีมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมนำข่าวประเสริฐมาแจ้งว่าเทศบาลเพิ่งอนุมัติงบฯ 4 ล้านบาทจัดสร้างหอศิลป์ตกแต่งอย่างสวยงาม ให้ศิลปินชาวนครฯ และใกล้เคียงได้มีที่ทางแสดงฝีมือของตนเอง ทำให้ได้สมหน้าสมตากับการเป็นเมืองใหญ่ ที่ผู้คนทั่วไป นักเรียนนักศึกษาสามารถเสพงานศิลปะได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ถัดจากหอศิลป์กระบี่ที่ก้าวล่วงหน้าไปในยุคที่ ชวน ภูเก้าล้วน เป็นนายกเทศมนตรี เรื่องเหล่านี้เป็นรสนิยมที่นักการเมืองนิสัยกระด้างรุ่นหลังยังไปไม่ถึง
�โปรดสังเกต ปริทรรศ หุตางกูร นักเขียนแนวโพสต์-โมเดิร์น เจ้าของรวมเรื่องสั้น แม่มดบนตึก และนิยาย กรูกันออกมา มี ผศ. ซึ่งนำหน้าชื่อ ตำแหน่งทางวิชาการระดับนี้เพิ่งได้รับมาไม่นานนี้เอง
�งานศิลปะ 4 คณาจารย์แสดงจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2553 ใครมีใจรักอยากชื่นชมก็ขอเชิญ
�จำลอง ฝั่งชลจิตร



