
พรมแดนของโลกมายา - ลมหายใจดนตรีของแจ็ค
ต้นสัปดาห์ก่อนเทศกาลลอยกระทงประจำปี ตอนพลบค่ำ ทิมมี่นักดนตรีรุ่นน้องโทรมาบอกว่า แจ็คเพื่อนนักดนตรีรุ่นน้องของเธอเปิดร้านอาหารอยู่ที่ถนนสายไหมชื่อร้าน Hi!Jack เธอเพิ่งไปเล่นมาเมื่อวานนี้เอง คืนนี้ บอยดี-เทรน เล่นช่วงหัวค่ำส่วน แจ็คเล่นช่วงดึกทุกคืน ถ
แม้วันเวลาจะผ่านไปไม่ถึง 10 ปีภาพของแจ็คปรากฏขี้นอย่างเลือนราง จำได้ว่าพบเจอเขาครั้งแรกที่ร้านคลอโรฟิล ลาดพร้าว 64 แจ็คกับเพื่อนชื่อหน่อยเล่นกีตาร์ร้องเพลงคู่กัน เขาเล่นที่ร้าน admaker ย่านหลังสวนมาหลายปีแล้ว พวกเขาวิ่งรอกมาเล่นที่นั่นในช่วงดึกของคืนศุกร์เสาร์ในช่วงแรกๆ ภายหลังบอย เรกเก้กับปู บ้านบุญเรือง ตามมาสมทบ ไม่อาจนับได้ว่าเราสนิทสนมกันแต่อย่างน้อยก็มีความคุ้นเคยกันพอสมควร ด้วยความสะดวกคุ้นเคยเป็นกันเองกับเจ้าของร้านและอยู่ใกล้บ้าน ที่นั่นผมไปนั่งดื่มกินได้อย่างสนิทใจ จำได้ว่าคืนหนึ่งพวกเขาเล่นดนตรีกันมันมากจนฝรั่งคนหนึ่งกระซิบกับผมว่าระดับเวิลด์คลาส หลังจาก หน่อย เพื่อนร่วมวงของเขาแยกวงออกไปเปิดบาร์อยู่อำเภอสูงเนิน โคราช แจ็คหันไปจับคู่ดนตรีกับสถาพรนักกีตาร์ฝีมือดีแนวอนุรักษ์ แต่โหงวเฮ้งของพวกเขาคงไม่ค่อยเข้ากัน แจ็คต้องกลับมาเล่นคนเดียว สถาพรภายหลังหันไปเอาดีในการสอนกีตาร์แนวฟิงเกอร์สไตล์
พบเจอกับแจ็คครั้งหลังสุดคงไม่น้อยกว่า 3 ปีที่ร้านบ้านดอกไม้เสนานิคม ตอนนั้น บอย ดี-เทรน เล่นอยู่ที่นั่น กลับมาสู่ปัจจุบันวันจันทร์คืนนั้นบอยคงแปลกใจไม่น้อยที่เจอผมก่อนเวลาเล่น ร้าน Hi!Jack อยู่ติดกับปั๊มน้ำมันเชลล์เป็นร้านอาหารสวยใสสะอาดตา มองจากข้างนอกเห็นข้างใน บาทวิถีหน้าร้านมีโต๊ะนั่งไม่น้อยกว่าสี่โต๊ะ ต่อลำโพงเล็กๆ ออกมาพอได้ยินเสียงเบาๆ ดนตรีที่แจ็คถนัดเป็นอะคูสติก เพลงที่เขาและเพื่อนๆ เล่นกันเรียกว่า lagendary song ด้วยเหตผลนี้แจ็คจึงเลือกที่จะชวนเพื่อนนักดนตรีรุ่นราวคราวเดียวกันและมีแนวทางใกล้เคียงกันมาเล่นในร้าน แทนที่เขาจะหาเอาจากนักดนตรีในพื้นที่ ซึ่งอาจจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า บรรยากาศบนเวทีคืนนั้นสวยงามทีเดียว บอย ดี-เทรน เล่นดนตรีคนเดียวแต่เหมือนเขามีเพื่อนเล่นด้วยอีกสองคน เขาใช้เครื่องมือที่เรียกว่า loop สำหรับบันทึกเสียงดนตรีที่เขาเล่นไว้ก่อน มันทำหน้าที่ได้อย่างแม่นยำ ช่วงแรกเขาเล่นเพลงฝรั่งอีกสักพักเล่นเพลงลูกทุ่งและเพลงไทยสากลในอดีต
จนอ๊อดชีพจร เพื่อนนักดนตรีรุ่นน้องที่ไปเที่ยวด้วยกันเกิดอารมณ์สุนทรีย์ยิบไวโอลินของเขาร่วมแจมด้วย ทุกคนในร้านต่างปรบมือกราวใหญ่ ได้คุยกับแจ็คเกี่ยวกับแนวคิดในการทำร้านอาหารของเขากับแนวเพลงที่เล่นในร้าน แจ็คต้องการให้ร้านของเขาแตกต่างจากร้านอื่นในย่านชานเมือง ผมเสนอว่าเขาต้องคิดค้นกลยุทธ์และทำให้ลูกค้าของเขาเข้าใจและหาทางเผยแพร่ข่าวสารให้ผู้คนในละแวกใกล้เคียงได้รู้ว่ายังมีร้านแนวนี้เล่นดนตรีแบบนี้ เหมือนยกเอามาจากกลางเมือง ระยะแรกๆ นี้คงต้องพยายามปรับตัวระหว่างคนทำร้านกับลูกค้าซึ่งคุ้นชินกับวัฒนธรรมสาธารณะ ตอนนี้ระหว่างคนเล่นดนตรีกับผู้ชมยังคงแปลกแยก
ร้านอาหารของแจ็ค เคยจัดคอนเสิร์ต ภูสมิงและอุ๊ หฤทัย มาแล้ว เข้าใจว่าคนในพื้นที่รู้จักร้านนี้ แต่นั่นก็เหมือนสายลมที่พัดผ่าน กว่าคนทั่วไปจะรู้จักและมาหาเขาพบต้องใช้เวลาและคิดค้นอีกมาก ผมเข้าใจความตั้งใจของเขาอยากให้ลมหายใจดนตรีของเขาและเพื่อนๆ สื่อไปถึงผู้คนที่มีวัฒนธรรมทางดนตรีและมีรสนิยมที่แตกต่างแวะเวียนมาทักทายเขาและเพื่อนๆ เขารอพวกเราอยู่ อย่าให้เขารอนานเกินไป
"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"



