บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - ร้านค้ากับอวสานซีดีเพลง ?

กวนเพลงให้น้ำใส - ร้านค้ากับอวสานซีดีเพลง ?

02 ธ.ค. 2553

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีเสวนาเรื่อง “The Death of CD ?” ซึ่งจัดโดย คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องในวงการเพลงทั้งศิลปินและนักธุรกิจมาระดมสมองกัน

 แต่ข้อสรุปวันนั้น ยังค่อนข้างคลุมเครือ เพราะไม่มีใครบ่งชี้ได้ว่า ซีดีจะอยู่หรือตาย แต่ที่แน่ๆ ทุกคนยืนยันร่วมกันตรงข้อเท็จจริงที่ว่า ทุกวันนี้ เราฟังเพลงกันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพียงแต่เราอาจไม่ได้จ่ายเงินเหมือนแต่ก่อน

 ช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2010 ขณะที่ผมเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกา ที่นั่นมีวัน “เร็คคอร์ด สโตร์ เดย์” หรือ “วันร้านขายเพลง” ซึ่งเริ่มเมื่อ 2 ปีก่อน และพยายามมีขึ้นทุกปีเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนได้ตระนักถึงบทบาททางวัฒนธรรมของร้านค้าเพลง
 ร้านค้าเพลงในสหรัฐอเมริกาล้มหายตายจากไปเยอะ เช่นเดียวกับแผงเทปร้านซีดีในบ้านเรา

 เซลส์ขายเทปคนหนึ่งบอกผมว่า เฉพาะร้านเทปซีดีในกรุงเทพฯ หดหายไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จาก 300 กว่าร้าน เหลือเพียง 30 ร้าน และส่วนมากที่เหลือรอด เป็นร้านขายหนังแผ่นมากกว่าเพลงด้วยซ้ำ

 ผมพาเซลส์คนนี้ ไปชมโลกตัวอย่างของ “ทอร์เรนท์” ในเว็บไซต์บางแห่ง ที่ทุกอย่างมีไว้ให้แบ่งปันกัน ทั้งหนัง เพลง หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ เขาเกิดอาการตื่นตะลึง และอดอุทานมาไม่ได้ว่า แล้วต่อจากนี้จะมีใครเสียเงินซื้อเพลง (หรือหนัง) ในเมื่อดาวน์โหลดได้ฟรีๆ เช่นนี้

 0 0 0 0 0
 ประเด็น “ความตายของซีดีเพลง” ค่อนข้างท้าทายมุมมองของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดนตรี ตั้งแต่ศิลปิน ค่ายเพลง ไปจนถึงคนฟัง หลังจากเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเพิ่งบอกลาเทปคาสเซ็ทไปได้ไม่นานนัก

 ซีดีเพลงจะหมดสิ้นบทบาทเมื่อใด อย่างไร อาจจะเป็นเรื่องที่มีมุมมองแตกต่างกันออกไป ตามฐานข้อมูลของแต่ละภาคส่วน

 จากการสำรวจความเห็นของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผมพบว่านักการตลาดค่ายเพลงบางคนเห็นว่าช่องทางการสร้างรายได้ต้องหันเหไปสู่ธุรกิจใหม่ ไปสู่เรื่องของการบริหารจัดการศิลปิน การแสดงสด หรือแม้กระทั่งธุรกิจดิจิทัลที่เน้นการดาวน์โหลดในแบบต่างๆ

 แต่ผู้บริหารค่ายเพลงบางรายก็ออกมายืนยันว่า ซีดีเพลง (physical product) น่าจะยังมีบทบาทต่อไปในวัฒนธรรมการฟังเพลงสื่อผลิตซ้ำ อย่างน้อยๆ อีกระยะเวลาหนึ่ง แม้แนวโน้มของรายได้จาก “ดิจิทัล” กำลังแซงหน้า “physical” ไปแล้วในปี ค.ศ.2009 (ในเมืองไทย) ก็ตาม

 แม้จะมีความเห็นแตกต่างกัน ทว่า หากพิจารณาจากข้อเท็จจริง เราพบว่าด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สิ่งหนึ่งที่เดินหน้า “คู่ขนาน” ไปกับการฟังซีดี คือการใช้คอมพิวเตอร์ ทั้งในแบบเดสท็อปและแล็ปท็อป เพื่อใช้ในการทำงานและสร้างความบันเทิง

 นักฟังที่เป็นนักสะสมซีดีจำนวนไม่น้อย เรียนรู้ที่จะ “อิมพอร์ตซีดี” หรือ “ริป” เพลงจากซีดี เพื่อเปลี่ยนเป็น “ข้อมูลดิจิทัล” ใส่ลงฮาร์ดดิสก์หรือคอมพิวเตอร์ แล้วใช้โปรแกรมการฟังเพลงยอดนิยมที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วินโดว์ มีเดีย เพลเยอร์, เจ็ท ออดิโอ, วินด์แอมป์, พูบาร์ แต่ที่กำลังมาแรงที่สุด เพราะตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้ดีกว่า และมีลักษณะเป็น friendly user มากกว่า เห็นจะหนีไม่พ้น ITUNES ที่สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี

 การรวมเพลงจำนวนมหาศาล เป็นพันๆ หมื่นๆ เพลง ลงใส่ฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุมหึมา แม้ด้านหนึ่งจะไม่ “รื่นรมย์” หรือ “ให้อารมณ์แบบจับต้องได้” เท่ากับปกแผ่นเสียงหรือปกซีดี แต่ก็มี “มูลค่าบางอย่าง” มาทดแทน ทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย ความคล่องตัว ยิ่งเมื่อผนวกกับไลฟ์สไตล์ของนักฟังซีดีแบบคู่ขนาน ที่ “ริป” เพลงใส่ฮาร์ดดิสก์ แล้วเอาซีดีตัวจริงเก็บไว้เป็น “แบ็กอัพ” นั่นย่อมไม่ต่างจากการประกาศถึงการมาถึงของยุคสมัย “ดิจิทัล” อย่างเต็มรูปแบบเท่าใดนัก

 ล่าสุด นอกจากค่าย “ยูทูเพลย์” แล้ว ยังมีค่าย “มิวสิค วัน” ที่ออกมาเล่นบทบาท ดิจิทัล ไฟล์ กันอย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในปีนี้

 ปีหน้า 2011 เดือนมีนาคม ในงาน Bangkok Hifi ของสมาคมผู้ค้าเครื่องเสียงแห่งประเทศไทย ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ประเด็นว่าด้วย “ความตายของซีดี ?” จะกลับมาเป็นหัวข้อที่ต้องถกเถียงแลกเปลี่ยนกันต่อไป เพื่อมองหาทางออกในเรื่องนี้
 
 คอเพลงทั้งหลาย อย่าลืมเตรียมตัวไปฟังกันแต่เนิ่นๆ

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"