
มองนอกดูใน - เท้าไม่เท่ากัน แต่ใจไม่เอียง
ข้าพเจ้าได้รับข้อความสั้นๆ จากกองเลขานุการว่า ช่างภาพของหนังสือพิมพ์เนชั่น ซึ่งเป็นอาสาสมัครท่านหนึ่งของเสถียรธรรมสถาน และก็เป็นคุณพ่อของเด็กนักเรียนในโครงการบ้านเรียนแห่งรักของเรา ได้เดินทางมาเชิญข้าพเจ้าให้ไปนำภาวนาในการเปิดงาน Photo for Friends หรือ "กองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน" ซึ่งเป็นงานที่บรรดาช่างภาพร่วมกันจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเพื่อนช่างภาพที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2554 พร้อมทั้งขอให้แสดงธรรมสักเล็กน้อยด้วย
กองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน For Friends Photo journalists นี้ คุณไชยวัฒน์ พุ่มพวง ช่างภาพของหนังสือพิมพ์เนชั่นและบรรดาเพื่อนช่างภาพผู้สื่อข่าวร่วมกันก่อตั้งขึ้น เป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือช่างภาพมืออาชีพในทุกสายข่าวและทุกสำนักข่าว ในกรณีได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยมีกรณีของคุณไชยวัฒน์เป็นกรณีตัวอย่าง คุณไชยวัฒน์ถูกยิงด้วยปืนทราโว่ที่ต้นขาขวา ทำให้กระดูกและเส้นเลือดแตก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ในช่วงวิกฤติทางการเมือง ที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง
วันที่ 25 พฤศจิกายน เมื่อไปถึงบริเวณงาน คือ ชั้น 3 Living Gallery 1 สยามพารากอน ข้าพเจ้าก็ได้พบกับคุณไชยวัฒน์ เมื่อข้าพเจ้าถามถึงสารทุกข์สุกดิบ เธอถ่ายทอดให้ฟังว่า แม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือนแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังไม่สามารถกลับไปทำงานตามปกติได้ เพราะยังมีอาการปวด ไม่สามารถลงน้ำหนักที่ขาได้ ต้องอาศัยไม้เท้าช่วยพยุงขณะเดิน ต้องทำกายภาพทุกวัน หมอบอกว่าต้องใช้เวลารักษาอีกอย่างน้อย 2 ปี และผลกระทบที่ตามมาซึ่งเห็นได้ชัดคือ ขาขวาสั้นกว่าข้างซ้าย 1 นิ้ว
ข้าพเจ้าจึงเอ่ยว่า...แม้เท้าจะไม่เท่ากัน แต่ใจของเราไม่เอียงใช่ไหม
คุณไชยวัฒน์ตอบรับพร้อมรอยยิ้ม ด้วยย่อมรู้ดีว่า
นักข่าว...ใจต้องไม่เอนเอียงไปด้วยอคติ!
ประธานเปิดงานคือ คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จากนั้นก็มีการบอกเล่าความเป็นมาของงาน ซึ่งเป้าประสงค์ของการจัดงานในวันนั้นก็คือ การสร้างสำนึกแห่งความรัก ความสามัคคี และความสุขให้แก่คนไทยทั้งชาติ นำเสนอเรื่องราว การเดินทาง ผ่านวิกฤติของคนไทยในช่วงปีวิกฤติที่ผ่านมา ด้วยแนวคิดที่สร้างสรรค์ เปิดนิทรรศการภาพถ่าย For Friend ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นฝีมือของบรรดาช่างภาพมืออาชีพ และเปิดตัวกองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน ด้วยเสื้อยืด For Friend สื่อสัญลักษณ์ จุดประกาย ในการสร้างกองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน โดยเสื้อยืดดังกล่าวมีรูปช่างภาพ 3 คน จับมือประสานกัน ที่ด้านหน้า แสดงให้เห็นว่าช่างภาพพร้อมช่วยเหลือเพื่อน ช่วยกันประคองเพื่อนที่ล้มอยู่ให้กลับยืนขึ้นมาได้ เงินที่ได้จากการจำหน่ายเสื้อจะสมทบกองทุนดังกล่าว
สำหรับข้าพเจ้า หลังจากได้นำภาวนาแล้ว ก็มีโอกาสได้สนทนากับเหล่าช่างภาพด้วย
“กองทุนเพื่อนช่วยเพื่อนจะสำเร็จได้ก็ด้วยหัวใจของเพื่อนที่เห็นว่าเพื่อนมีค่า ข้าพเจ้าในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องมาทำอะไรที่นี่ แต่คิดว่ามาเพื่อที่จะขอบคุณในความตั้งใจดีของพี่น้องสื่อมวลชน ขอให้ถนอมน้ำใจของเพื่อนให้ดี อย่าทำงานครั้งนี้แล้วเกิดการแย่งชิงกัน...มีความจริงมากมายบนโลกนี้ที่ปราศจากมายา ถ้าเราถ่ายเข้าไปถึงความจริงโดยไม่ผ่านเลนส์ของมายาเราจะเห็นสิ่งที่อัศจรรย์มาก คือโลกทั้งโลกกำลังแสดงอนิจจังคือการเปลี่ยนแปลงให้เราเห็น
ภาพทำให้เราหวนคิดถึงอดีต คิดถึงความงดงามที่ผ่านมา หากเราดูภาพด้วยตา แล้วประทับมันไว้ที่ใจ จากนั้นก็มองความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเป็นอนิจจัง แสดงว่านอกจากคนถ่ายภาพจะเป็นคนมีสติปัญญามากแล้ว คนดูก็มีสติปัญญาที่เห็นความเป็นอนิจจังในภาพด้วย ซึ่งนั่นก็แสดงว่าช่างภาพกำลังใช้ประสบการณ์จากการทำงานสะท้อนความเป็นอนิจจังออกมาทางภาพถ่าย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าภาพกำลังสร้างปาฏิหาริย์กับคนที่ดูภาพ ขอให้ท่านที่กำลังดูภาพมองเห็นความเป็นอนิจจัง ซึ่งคนที่ถ่ายภาพต้องการสื่อให้เห็น หวังว่าทุกภาพจะนำความสุขมาให้ผู้ที่ถ่ายภาพและผู้ชมภาพ และขอเชิญชวนทุกท่านให้การสนับสนุนกองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน เพราะเพื่อนของเราหลายคนกำลังเผชิญอยู่กับปัญหา จึงอยากให้สิ่งที่ดีงามเช่นนี้มีอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ ในโลก แต่ใจของเราไม่มีอุปสรรค ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสื่อมวลชนจะขยายความตั้งใจของพี่ๆ ช่างภาพในวันนี้ออกไปให้ไกลที่สุด...
ขอให้การทำงานครั้งนี้เป็นพลวปัจจัย เป็นนิสัยตามส่งให้พวกเราเดินอยู่บนหนทาง เห็นความเป็นอนิจจังเป็นธรรมชาติอยู่บนทางโดยแท้”
หลังจากนั้น คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์ ได้อ่านบทกวีซึ่งเธอเขียนขึ้น และก็ไพเราะ และสร้างความประทับใจแก่ผู้ฟังอย่างมากมายถ้วนหน้า
“สงบนิ่งในสนามความเคลื่อนไหว เก็บบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน...มิหลบเลี่ยงเสี่ยงสู้อยู่กับงาน สวมวิญญาณคนข่าวเข้าถึงคน…ทุกเหตุการณ์ผ่านเลนส์เป็นเรื่องร้อย ทุกซอกซอยจุดหมายปลายถนน...ทุกจังหวะกระชับกล้องต้องอดทน ทุกจังหวัดเสาะค้นสร้างผลงาน...ทุกเวลาสถานการณ์งานเรียกร้อง โฟกัสปรับจับจ้องส่องเลนส์ผ่าน...แทนดวงตาของประเทศมองเหตุการณ์ ภาพเล่าขานโลกรู้รับอย่างฉับไว...จะแล้งหนองน้ำท่วมก็ร่วมทุกข์ จะสนุกหรือสนั่นไม่หวั่นไหว...จะประท้วงหรือปะทะก็จะไป ด้วยหน้าที่และหัวใจสื่อมวลชน...ยามโลกลืมเราลำบากใครอยากช่วย? เมื่อเพื่อนเจ็บเราเจ็บด้วยจึงเริ่มต้น…“เพื่อนช่วยเพื่อน”
ผดุงค่าราคาคน ผลิตดอกผลเป็นภาพงามแห่งน้ำใจ”
บรรยากาศภายในงานน่ารักมาก มีเพื่อนๆ นักข่าวมาร่วมงานมากมาย และช่วยกันสนับสนุนเสื้อยืดกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง น้ำใจและความร่วมไม้ร่วมมือกันในวันนั้น ข้าพเจ้าสรุปเป็นคำพูดสั้นๆ ทว่ามากด้วยความหมายว่า
“เพื่อนมีค่า...เมื่อปัญหาเกิด”
ผู้สนใจที่จะสนับสนุนกองทุน ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 08-1839-9997 หรือ 08-9494-9182
"แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต"



