
มองผ่านเลนส์คม - สามงานดีๆ ที่ผ่านไป
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คนไทยส่วนใหญ่คงได้สนุกสนานกับเทศกาลลอยกระทงที่จัดกันอย่างคึกคักแทบจากทุกเขตอำเภอในประเทศไทย นับเป็นสิ่งดีที่ทำให้มีการกระจายคนไม่ต้องแออัดยัดเยียดในงานเดียว ซึ่งอาจทำให้เกิดเรื่องน่าเศร้าโศกแบบที่ประเทศกัมพูชาประสบมาหมาดๆ
แต่ในขณะเดียวกันได้มีงานดีๆ ที่จัดขึ้นพร้อมๆ กัน ทำให้หลายคนต้องพลาดไปอย่างน่าเสียดาย ผู้เขียนเองไม่นิยมการเที่ยวเทศกาลที่มีคนเบียดเสียดจึงมีโอกาสไปชมงาน 3 งานที่จัดขึ้นในช่วงนั้น
ข่าวจากกรมศิลปากรที่ว่า คนไทยเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ลดน้อยลงทุกปี อาจจะดีขึ้นได้บ้างเมื่อมีสถานที่แสดงงานถาวรแห่งใหม่ที่เรียกว่า อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง ดำเนินการโดย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงาน ”ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์” ชุด “ลูกทุ่ง ลูกกรุง สุนทราภรณ์” ศิลปินนักร้องลูกทุ่ง-ลูกกรุงยอดนิยมมาแสดงให้ชมฟรี
สิ่งที่น่าสนใจคือ ส่วนในห้องนิทรรศการหมุนเวียน ได้เสนอวิวัฒนาการของเพลงไทย ด้วยเทคนิคพลาสมาทัชสกรีน มีนิทรรศการเชิดชูครูเพลงคนสำคัญ และเรื่องราวเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีห้องฉายภาพยนตร์ขนาดย่อมที่มีระบบการฉายและเสียงที่สวยงามคมชัด ฉายภาพยนตร์สั้น 15 นาที เกี่ยวกับความเป็นมาวิวัฒนาการของเพลงไทยได้อย่างน่าสนใจ
ได้เห็นภาพประชาชนเข้าไปดูอย่างมีความสุขแล้ว ทำให้พอเห็นแสงสว่างจากปลายถ้ำว่า ถ้ามีการนำเสนอที่น่าสนใจด้วยเทคนิคสมัยใหม่ เราคงได้เห็นภาพครอบครัวคนไทยจัดตารางเวลาพากันมาดูนิทรรศการ นอกเหนือจากการเดินห้างหรืองานแฟร์ต่างๆ
อีกงานหนึ่งคือ คอนเสิร์ต “เดอะเลเจ้น ออฟ เดอะกีตาร์” ในโอกาสครบรอบ 40 ปีหนังสือเดอะกีตาร์ โดยนำศิลปิน ยุค 70 และยุคปัจจุบันขึ้นเวทีแบบไร้สังกัดที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีที่ไม่เพียงแต่ได้ชมและฟังนักร้องที่เราคิดคิดถึง ยังมีนิทรรศการย่อยๆ เกี่ยวกับเครื่องดนตรี หนังสือ เครื่องบันทึกเสียงส่วนตัวของคุณเล็ก วงศ์สว่างผู้ล่วงลับ งานนี้นอกจากจะได้สนุกสนานและได้ความรู้ติดหัวกลับบ้านไปบ้าง อีกทั้งต้องชื่นชมระบบระเบียบของการพื้นที่จัดโซนต่างๆ แต่ละเวทีเสียงไม่รบกวนกันมากนัก และเป็นงานคอนเสิร์ตที่ไม่ต้องห่วงว่า วัยรุ่นจะตีกัน เหยียบกัน เพราะระบบการรักษาความปลอดภัยได้มาตรฐานทีเดียว
น่าเสียดายที่จัดตรงกับเทศกาลลอยกระทง คนดูจึงบางตาบ้างเพราะถูกแบ่งไปในที่อื่นๆ เพราะ โอกาสของคนในวงการหลายยุคจะมารวมตัวแบบนี้ ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ ถ้าคนจัดไม่มีบารมีและความเป็นกลางเพียงพอ
อีกงานหนึ่งซึ่งจัดเป็นรอบสุดท้ายในคืนวันลอยกระทง ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าชมด้วยคือ การแสดง "วอล์กกิ้ง วิธ ไดโนซอร์ส” กับการกลับมาปรากฏตัวของฝูงไดโนเสาร์จากโลกล้านปีที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
ได้เห็นภาพครอบคัวทั้งคนไทย ลูกครึ่งและชาวต่างประเทศมาดูกันเนืองแน่น ได้ยินเสียงพ่ออธิบายเรื่องราวต่างๆให้ลูก (เพราะรอบนั้นเป็นเสียงภาษาอังกฤษแต่มีซับไตเติ้ลบรรยายไทยบนจอด้วย) ฟังดูอบอุ่นดี
สิ่งที่น่าชื่นชมคือวิธีการคิดของคนทำงานที่เนรมิตสัตว์ยักษ์ใหญ่ออกมาได้เหมือนจริงบวกเทคนิคที่สวยงาม แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมมากที่สุดคือ เวลาของการแสดงที่เริ่มต้นตรงเป๊ะ 19.30 น. ช่วงพักก็ตรงเวลา แตกต่างจากคอนเสิร์ตต่างประเทศที่หลายครั้งที่ต้องปรับเวลาตามนิสัยของคนไทย
อย่างน้อยๆ ผู้เขียนหวังว่า เด็กๆ กับครอบครัวจะได้รู้ถึงวินัยของการตรงต่อเวลา การเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ที่ไม่เดินตัดแถวคนดูในขณะที่การแสดงกำลังดำเนินอยู่
และอยากให้เป็นบรรทัดฐานสำหรับผู้จัดงานรายอื่นๆ ว่า เมื่อเขียนเวลาแสดงในโฆษณาหรือบัตรก็ควรจะตรงต่อเวลา ไม่ใช่รอให้คนดูมากันเต็มโรง ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความหงุดหงิดให้คนที่มาก่อนเวลา
ผู้เขียนฝันเหลือเกินที่จะเห็นภาพ คนที่มาดูคอนเสิร์ตหรือการแสดงช้า จะต้องถูกกักตัวรอจนจบการแสดงครึ่งแรกเสียก่อน ในระหว่างช่วงพักครึ่งจึงจะสามารถเข้าไปนั่งในที่นั่งของตนเองได้
ไม่รู้ว่าจะมีงานใหนกล้าทำให้เป็นจริงเป็นจังเพื่อฝึกวินัยคนไทยในการดูมหรสพอย่างที่ต่างประเทศเขาทำกัน
"



