
กวนเพลง พฤหัส - ทอม เพ็ตตี เคี่ยวดนตรีจนได้ที่
รุ่นใกล้เคียงกับ หงา คาราวาน หนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันวัยย่าง 60 ทอม เพ็ตตี ร่วมกับผองเพื่อน เดอะ ฮาร์ทเบรคเกอร์ส มีอัลบั้ม โมโจ (Mojo) เป็นผลงานใหม่ที่กำลังได้รับเสียงตอบรับอย่างชื่นชมจากประชาคมดนตรีในเวลานี้
ทอม เพ็ตตี ให้สัมภาษณ์ “เดอะ ชิคาโก ทรีบูน” ว่า นี่คือผลพวงจากอาการ “ยิ่งแก่ยิ่งมัน” ตั้งแต่แนวคิดในการทำอัลบั้มที่พวกเขาเดินเข้าห้องอัดโดยไม่ต้องมี “เดโม” อะไรล่วงหน้า
หลังจากใช้เวลาแจมกันนานพอควร เรียกว่าเตรียมตัวมาอย่างดี ก็บันทึกเสียงสดๆ สื่อความหมายในแบบ “สบตา” แล้วบรรเลงกันเลย โดยไม่ต้องใส่เฮดโฟนให้เมื่อยตุ้ม
ทอม สารภาพตามตรงว่า เหตุที่ทำแบบนี้ได้ เพราะแก่แล้ว ฝีมือดีและเริ่มอยู่ตัว ครั้นจะให้ไปทำแบบนี้ตอนเป็นหนุ่มก็คงไม่ไหว เพราะยังเป็นละอ่อนที่เล่นดนตรีไม่เข้าที่นัก (ฮา)
“นี่คือผลงานที่เราไม่มีปัญญาทำได้ในยุคทศวรรษ 70-80 เพราะตอนนั้นความเป็นนักดนตรีของเรายังไม่เยี่ยมยุทธพอ ตอนนี้พวกเราใช้วัยเป็นส่วนเกินเพิ่มเติมเข้ามา ในแง่ที่ว่าเราค่อยๆ มีฝีมือดีขึ้น(ตามวันเวลาที่ผันผ่าน)นั่นเอง”
ทอม เพ็ตตี รับหน้าที่เขียนเพลง ร้องนำและเล่นกีตาร์ โดยหลักๆ ใช้กีตาร์เซมิ-อคูสติก “กิ๊บสัน อีเอส-335” รุ่นวินเทจ ปี 64 โดยมี ไมค์ แคมพ์เบลล์ มือกีตาร์คู่ของวง มากับกีตาร์โซลิด “กิ๊บสัน เลสพอล” ปี 59 สมาชิกคนอื่นๆ ประกอบด้วย เบนมอนท์ เทนช์ มือคีย์บอร์ด และ รอน แบลร์ มือเบส ซึ่งเป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งด้วยกันทั้งคู่ โดย รอน ออกจากวงไปนานแล้ว เพิ่งกลับมาแทนที่ โฮวี เอ็พสไตน์ มือเบสคนหลักที่เสียชีวิตลง
นอกจากนี้มี สตีฟ เธอร์สตัน มือฮาร์มอนิกา ริธึ่มกีตาร์ และเปียโน มาเสริมทีมอีกหนึ่งคน กับ สตีฟ เฟอร์โรน มือกลองที่อยู่มายาวนาน
ทั้งหมดนี้คือ “ดรีมทีม” ที่ถึงเวลาออกลุย พวกเขาก็บรรเลงกันได้อย่างเข้าขา
“เจฟเฟอร์สัน เจริโช บลูส์” (Jefferson Jericho Blues) เป็นบลูส์เปิดตัวอัลบั้มที่ดุดัน โดดเด่นทั้งเสียงฮาร์มอนิกากับการบรรเลงโซโลของกีตาร์คู่ ตามด้วยการเปิดตัวอินโทรอย่างอลังการ ใน “เฟิร์สท์ แฟลช ออฟ ฟรีดอม “ (First Flash of Freedom) ที่เบสวอล์กค่อนข้างฟรีออกไปทางฟิวชั่น สอดรับกับการควบซิมบอลของมือกลอง จากนั้นพากลับมาสู่มู้ดเท่ๆ ในบรรยากาศของแสงสียามค่ำคืนกับเพลงอย่าง “รันนิง แมนส์ ไบเบิล” (Running Man’s Bible) กับเสียงร้องเท่ๆ
“เดอะ ทริป ทู ไพเรทส์ เคฟ” (The Trip to Prirate’s Cave) นำเสนออย่างนุ่มเนียนราวไหม ก่อนจะเป็นร็อกโอลด์แฟชั่น ใน “แคนดี” (Candy) ที่ต่อเนื่องโดนใจ จากนั้นพลิกเฉดของซาวนด์ดนตรีให้เป็นป๊อปขึ้นหน่อยใน “โน รีซัน ทู คราย” (No Reason to Cry) ก่อนจะเปิดด้วยลิคกีตาร์ที่มีพลังใน “ไอ ชูลด์ แฮฟ โนว์น อิท” (I Should Have Known It )
โดยเนื้อแท้ อัลบั้ม “โมโจ” ไม่ใช่สไตล์ใหม่ กลิ่นอายหลักยังเป็นบลูส์ผสมร็อก พวกเขาอาจเจือสำเนียงท้องถิ่นแบบเคจันบ้าง ซัทเธอร์นบ้าง ร็อกอะบิลลีบ้าง บางคราวมีสำเนียงแจ๊สแฝงอยู่นิดๆ ระหว่างฟังเคลิ้มๆ คุณอาจจะนึกถึง “ดิ ออลแมน บราเธอร์ส” ขึ้นมา นั่นมิใช่เรื่องแปลก
แต่คุณค่าทางดนตรีที่คุณเสพฟังนั้น มันเหมือนการบริโภคอาหาร “ออร์แกนิก” ที่ปราศจากสารเร่ง จีเอ็มโอ ปุ๋ยเคมี หรือยาฆ่าแมลง มันจะค่อยๆ ซึมซาบไปในจิตวิญญาณ จนคุณตระหนักได้ว่า สารัตถะของดนตรีดีๆ เติมเต็มชีวิตคุณได้อย่างไร
"อนันต์ ลือประดิษฐ์"



