
รู้ทันกฎหมาย - ลาไม่ออก
ทำงานด้วยกันก็ย่อมต้องมีวันเลิกรา หาได้ไม่มากนักที่ทำงานเอกชนแล้วก็อยู่จนเกษียณหรือตายในหน้าที่ วิธีที่ลาจากกันกฎหมายจะให้หลักประกันความมั่นคงแก่ลูกจ้างมากกว่านายจ้าง เพราะเห็นว่าลูกจ้างเสียเปรียบหรือมีอำนาจต่อรองน้อยกว่า
ว่ากันเรื่องนี้ก็หลายทีแล้ว แต่คราวนี้นายจ้างตกเป็นผู้มีความเดือดร้อนบ้างเพราะเจอลูกจ้างอยากลาแต่ว่านายยังเสียดายไม่อยากให้ออก
การจ้างงานเป็นสัญญาอย่างหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ เมื่อตกลงกันจ้างกันนานแค่ไหนก็ถือว่าเป็นอายุสัญญาว่านานแค่นั้น เว้นแต่จะมีการขยายเวลาหรือจ้างกันต่อมาโดยไม่มีกำหนด
หากลูกจ้างหรือนายจ้างจะเลิกสัญญาก็ต้องบอกร่ำลากันล่วงหน้าอย่างน้อยก็หนึ่งระยะเวลาจ่ายค่าจ้าง เพื่อจะได้เคลียร์งานส่งมอบกันและเพื่อมีโอกาสหางานใหม่ได้ หากไม่ทำตามนี้มีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างไร อีกฝ่ายก็ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ
สำหรับนายจ้างกฎหมายเขียนเป็นสูตรสำเร็จไว้ให้ว่ามีค่าชดเชยและค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าที่ต้องจ่ายกันเท่าไหร่ แต่ไม่ได้พิถีพิถันกับลูกจ้างสักเท่าไหร่
ดังนั้นลูกจ้างก็มักจะยื่นใบลาแล้วก็อาจใช้วันพักร้อนหยุดมันไปเสียเลยก็ได้ นายจ้างก็ต้องพิจารณาว่าจะให้ลาพักร้อนตอนที่บริษัทกำลังยุ่งหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ก็ยอมตามนั้นไปเพราะเมื่อใจไม่อยากทำงานให้แล้ว ขืนให้มาเพ่นพ่านก็รังแต่จะไม่ได้งานอีกต่างหาก
แม้จะบอกว่านายกั๊กไว้ได้ยังไม่ให้ลาพักร้อนก็ต้องนับวันคืนกันให้ดี เพราะเขามีหนังสือลาออกบอกเลิกสัญญามาเป็นทางการแล้วหากไม่ให้เขาลาตามสมควรก็จะมีปัญหา แถมยังต้องจ่ายเงินค่าจ้างสำหรับวันพักร้อนที่ลูกจ้างไม่ได้ใช้ในปีนั้นอีกด้วย
นั่นก็เรื่องหนึ่งแล้ว เจ้านายอีกหลายคนก็บ่นไม่อยากให้ออก เรียกมาพูดโอ้โลมปฏิโลมสารพัด จัดสวัสดิการเพิ่มอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนใจลูกจ้างได้ ก็เลยใช้ไม้ตายเก็บจดหมายไว้ไม่เซ็นอนุญาตเสียที
ก็ไม่รู้ว่ามีอะไรที่ดึงดูดใจเจ้านายเสียขนาดนั้น งานนี้เจ้านายต้องมีลีลาที่กฎหมายพาให้ทำได้ด้วย หากการจ้างมีกำหนดเวลากันไว้ ฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดไม่ได้หากไม่ได้ตั้งเงื่อนไขไว้อย่างนั้น การที่เลิกจ้างหรือลาออกก่อนครบกำหนดเวลาถือว่าฝ่ายนั้นผิดสัญญา
ผลของการผิดสัญญาก็คือความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนั้นการดึงจดหมายลาออกเอาไว้ก็อาจทำได้ แต่ในวิธีที่ว่าต้องมีปฏิกิริยาต่อลูกจ้างอย่างชัดเจน
จะไม่ให้เขาลาออกก่อนครบกำหนด ก็แจ้งให้เขาทราบ แต่หากยอมเสี่ยงที่จะให้เขาอยู่ต่อไป ก็อาจไม่ได้งานที่ดีเท่าที่ควร แต่หากไม่อยากให้ต้องกระอักกระอ่วนใจ เจ้านายก็เซย์เยส อนุญาตให้ออกก็ได้
แต่ต้องแจ้งแถลงไขให้ชัดเจนว่า การที่เขาลาออกนั้น เป็นการผิดสัญญา ไม่ใช่ว่าตกลงเลิกแล้วต่อกันเท่านั้นเอง
ถ้าไม่มีกำหนดเวลากันไว้ ฝ่ายหนึ่งจะเลิกก็ได้ และอีกฝ่ายจะโยกโย้ไม่ยอมไม่ได้ โดยกฎหมายบอกเอาไว้ว่าการเลิกสัญญาไม่ตัดสิทธิของอีกฝ่ายในการเรียกค่าเสียหาย
ต่อให้โกรธเกลียดเจ้านายแค่ไหน ก็ต้องลาให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นถึงลาออกไปก็ยังไม่อาจตัดขาดความรับผิดชอบได้ ไม่เห็นใจเจ้านายก็เห็นแก่หน้าที่ตามกฎหมายของตัวเองเป็นดี
"ศรัณยา ไชยสุต"



