
มองนอกดูใน - วันแห่งอิสรภาพ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกคือ นางอองซาน ซู จี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2553
ด้วยความเป็นนักสู้ นางอองซาน ซูจี จึงเป็นขวัญใจของคนมากมาย และในวันเดียวกันนั้นเอง ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งชื่นชมในความเป็นนักสู้ของเธอได้แลกเปลี่ยนกับข้าพเจ้าว่า ทุกครั้งที่เธอได้เห็นนางซูจีปรากฏกายในภาพข่าว เธอจะได้เห็นความนิ่ง ได้เห็นความมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามอุดมการณ์ของตัวเอง เธอจึงอยากรู้ว่าเหตุใดผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจึงสามารถเผชิญกับความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงถึงเพียงนี้ หรือเป็นเพราะไม่มีทางเลือก
สำหรับข้าพเจ้าแล้ว การที่นางอองซาน ซูจีถูกกักพื้นที่ให้อยู่ในบ้านเป็นเวลานาน แต่เธอยังคงสงบเย็นได้ในทุกครั้งที่ปรากฏกายนั้น แสดงว่ากายที่ถูกกักกัน เป็นทุกข์ภายนอกที่ไม่สำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือเธอไม่ทุกข์ใจในช่วงที่ถูกกักกัน เธอจึงยังเป็นอิสระเสมอ
และข้าพเจ้าได้ทิ้งท้ายไว้กับเธอผู้นั้นว่า ให้คอยดูว่าหากมีการปราศรัย ท่าทีของนางอองซาน ซูจีจะเป็นเช่นไร สิ่งที่เธอพูดกับผู้คนที่สนับสนุนคืออะไร เธอชวนผู้สนับสนุนเธอทำอะไร ซึ่งถ้าไม่ได้พูดถ้าไม่ได้ชวนผู้สนับสนุนเธอให้สนับสนุนในสิ่งที่เป็นกิเลสของเธอ ไม่บ่มเพาะให้เกิดความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในใจของพวกเขาเหล่านั้น ก็ถือว่าอองซานซูจีเป็นบุคคลหนึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
เพราะตัวตนที่แท้จริงของคนเราคือปัจจุบันขณะ ถ้าเราตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความเกลียดชัง ตัวตนเราจะใหญ่ เมื่อตัวตนใหญ่ งานก็จะเล็กเป็นธรรมดา แต่ถ้าอยู่บนพื้นฐานที่ไม่เบียดเบียน ไม่เกลียดชัง แต่เพียรทำให้คนต่อสู้กับกิเลสในใจของตัวเอง ตัวตนก็จะเล็ก และงานก็จะใหญ่เป็นเงาตามตัว
วันที่ 14 พฤศจิกายน วันรุ่งขึ้นของการถูกปล่อยตัว นางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า วัย 65 ปี ซึ่งถูกกักบริเวณอยู่ในบ้านพักมานานกว่า 7 ปี ได้เดินทางไปที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ในกรุงย่างกุ้ง ท่ามกลางฝูงชนนับหมื่นคนที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ เพื่อรอฟังคำปราศัยของนาง
ข้าพเจ้ามีโอกาสได้อ่านนิตยสาร มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 19-25 พฤศจิกายน ซึ่งได้ลงคำปราศรัยครั้งแรกหลังจากได้รับอิสรภาพ ความว่า...
หากพวกเราอยากได้ในสิ่งที่ต้องการ เราจะต้องทำให้ได้มาด้วยวิถีทางที่ถูกต้อง พื้นฐานของเสรีภาพภายใต้หลักการประชาธิปไตย คือเสรีภาพของการพูด ของการแสดงความคิดเห็น ข้าพเจ้าอยากให้พวกท่านบอกข้าพเจ้าว่าพวกท่านต้องการอะไร พวกท่านคิดอะไรอยู่ในใจ”
“ได้โปรดอย่าละทิ้งความหวัง ไม่มีเหตุผลที่พวกเราจะถอดใจ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สนใจการเมือง แต่การเมืองก็จะมาหาคุณเอง”
“ข้าพเจ้าไม่มีความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับผู้ที่กักบริเวณข้าพเจ้าเลย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติต่อข้าพเจ้าเป็นอย่างดี ข้าพเจ้าต้องการที่จะเรียกร้องให้พวกเขา (รัฐบาลทหาร) ปฏิบัติต่อประชาชนเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน”
“หากประชาชนต้องการให้การคว่ำบาตรถูกยกเลิกไป ข้าพเจ้าจะพิจารณา นี่เป็นเวลาที่พม่าต้องการความช่วยเหลือจากชาติตะวันตก ชาติตะวันออก โลกทั้งโลก ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นได้ด้วยการเจรจา ข้าพเจ้าสนับสนุนการปรองดองภายในชาติ ข้าพเจ้าสนับสนุนการเจรจา และไม่ว่าอำนาจใดก็ตามที่ข้าพเจ้าพอมีอยู่ ข้าพเจ้าจะใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น และข้าพเจ้าหวังว่าประชาชนจะให้การสนับสนุนข้าพเจ้า”
เมื่อได้อ่านแล้ว ทำให้เห็นว่า นางอองซาน ซูจี มีจุดยืนในการใช้ชีวิตเพื่อเป้าหมาย คือ อิสระภาพของพี่น้องชาวพม่าของเธอ แต่ไม่ละเลยก้าวย่างแห่งสติปัญญาในแต่ละก้าวที่จะนำพาชีวิตของเธอให้รอดพ้นจากการเบียดเบียน อันเป็นเหตุให้เธอรอดพ้นจากความทุกข์และนี่คือ อิสระภาพภายในที่ผู้นำทางสติปัญญาของโลกต้องแสดงไว้ในขณะที่ยังต้องต่อสู้เพื่อความรอดของชาวโลกอย่างแท้จริง
ธรรมสวัสดี
"แม่ชีศันต์สนีย์ เสียถรสุต"
***ขอเชิญร่วมฟังธรรมบรรยายสไตล์ธรรมะทอล์ก โดย ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต และศิลปินจิตอาสา ชมการแสดงจากอลังการ ชุด รัก โลภ โกรธ หลง และคอนเสิร์ต ตั้งแต่เวลา 13.30 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 ณ โรงละครไทย อลังการ พัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้โครงการธรรมะเดินทาง เพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างอาคารสาวิกาสิกขาลัย
มหาวิชชาลัยธรรมะเพื่อเยียวยาสังคม สนใจ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2510-6697 หรือ www.sdsweb.org



