
คิดสวนทาง - เพลง ชเวดากอง เพลง บิน
ครับ ตอนนี้ผมกำลังซ้อมเพลงต่างๆ เพื่อจะเล่นในคอนเสิร์ต ต้นสาย ปลายเสียง จัดโดยสมาคมอัสสัมชัญเนื่องในโอกาสที่โรงเรียนมีอายุครบ 125 ปี คอนเสิร์ตจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หอใหญ่ เวลา 19.00 น.
แล้วก็มาถึงคิวเพลง "ชเวดากอง” ที่จะต้องเล่นกับวง "ฟองน้ำ” ก็รีบหาต้นแบบมาฟังเพื่อที่จะ ทบทวนและฝึกซ้อม เมื่อเปิดเพลงขึ้นมาก็ได้ยินเสียงไวบราโฟนที่ครูบุญยงค์ เกตุคง เป็นผู้เล่นนำขึ้นมาก็ต้องรีบยกมือไห้ว คิดถึงครู ตามมาด้วยเสียงระนาดทุ้มของครูบุญยัง เกตุคง ที่ตอบรับกันเสมือนหนึ่งเป็นคนคนเดียวกัน ก็ต้องรีบยกมือขึ้นไหว้อีกครั้ง เสียงกลองยาวที่ตอบรับในจังหวะและน้ำเสียง หรือรสมือที่คนระดับครูเท่านั้นที่จะทำได้ เป็นทีมเครื่องหนังของครูมาแต่ไหนแต่ไร จ่าไก่(ประยงค์ กิจ นิเทศน์) และ พี่อู๊ด (สกล อ่องเอี่ยม) ผมก็ต้องยกมือขึ้นไหว้อีกครั้ง อาจารย์บรู๊ซ แกสตัน เล่นเปียโน และผมเล่นกีตาร์ไฟฟ้า
ผมยังเห็นภาพวันที่บันทึกเสียงเพลงนี้ได้อย่างชัดเจน เราไปอัดเสียงกันที่ห้องบันทึกเสียง "เสียงทอง” คืนเดียวอัดเพลงยาวๆ ประมาณเพลงละ 8 นาทีได้สองเพลงคือ "เพลงชุดชเวดากอง” และ "เพลงชุดต้นวรเชษฐ์” ที่มีเพลง Jingle Bell อยู่ในนั้นด้วย ทั้งสองเพลงอยู่หน้า B ในเทป "ฟองน้ำ 1" ส่วนหน้า A คือ "เพลงชุดฟองน้ำ” ยาว 22 นาที พวกครูทำงานกันอย่างสนุกสนาน และรวดเร็วมาก เนื่องจากทุกท่านรู้จักเพลงเป็นอย่างดี ครูทั้งหลายท่านเลยคำว่า ซ้อมไปนานแล้ว เพราะท่านมีชีวิตอยู่กับเพลงตลอด 24 ชม.จนอยู่ในวิญญาณและสายเลือด จะเล่นอะไรลูกเล่นแบบไหนก็หยิบฉวยมาใช้ได้ทันที เราจะเล่นเพลง "ชเวดากอง” ในคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่า ปีที่ผมจะได้มีโอกาสเล่นกับอาจารย์บรู๊ซอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากแยกกับวงฟองน้ำมาทำอะไรๆ ส่วนตัวมาเป็นเวลา 20 กว่าปี ผมก็ไม่ได้หยิบเพลงนี้ขึ้นมาฟังอีกเลย เมื่อได้ฟังใหม่ก็ต้องบอกว่าตัวเองก็ตกใจว่าในสมัยนั้นเรามีพลังมากมายขนาดไหน ไม่ได้หมายความถึงผม แต่หมายถึงผลงานที่ผลิตออกมาจากฝีมือของทุกๆ คน และที่สำคัญคือความกล้าหาญที่จะทำงานแบบนี้ออกสู่ตลาดที่ขณะนั้นคิดว่าวง Grand-X วงชาตรี กำลังดัง ยอดขายไม่ต้องพูดถึง ไม่พูดดีกว่า แต่พลังของเพลงได้ส่งต่อไปยังนักดนตรีรุ่นน้องๆ อีกหลายท่าน ก่อให้เกิดเป็นวงดนตรีและงานในรูปแบบที่เรียกว่า "ดนตรีไทยประยุกต์” ขึ้นมาอีกหลายวง "กอไผ่” ก็วงหนึ่งละ และแน่นอน ผมและคุณ "สินนภา สารสาส” ก็รับมาเต็มๆ และก็ผลิตผลงานออกมาภายใต้ชื่อ "เอกรงค์”
“เอกรงค์” เป็นผลงานร่วมกันของผมกับคุณ "สินนภา สารสาส” เธอมีพื้นความรู้ทางคลาสสิก เปียโนและรำไทย ส่วนผมก็ได้ความรู้ด้านดนตรีไทยมาจากวงฟองน้ำและประสบการณ์ในดนตรีร็อก และดนตรีแจ๊ส และความที่เสียงกีตาร์ที่เป็นลักษณะเสียงแตก (Distortion) ในดนตรีร็อกยังฝังใจไม่ลืม ซึ่งเมื่อตอนเล่นกับวง "ฟอง” น้ำก็ไม่ค่อยจะกล้านำเสนอเพราะเกรงใจครูและอาจารย์บรู๊ซ คราวนี้ออกมาทำงานเองก็รู้สึกว่ามีอิสระมากขึ้นและก็ใช้เสียงกีตาร์แบบนี้อยู่ในหลายเพลง
เรามีผลงานออกมา 3 อัลบั้มซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานที่ทำให้กับงานต่างๆ ในรูปแบบที่เรียกว่า "ผสมไทย” ในคอนเสิร์ตครั้งนี้จะนำเพลงชื่อว่า "บิน” มาบรรเลง เพลงนี้ถ้าไม่ใช่เป็นแฟนเพลงกันมาก่อนก็คงไม่เคยได้ยินและก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายเท่าไหร่ เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพ ที่มีชื่อว่า "บิน” ของอาจารย์ประเทือง เอมเจริญ ได้แสดงครั้งแรกในงาน The First Asean Creative Interaction ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อ 10 กว่าปีก่อน คราวนี้จะเล่นร่วมกับวงออเคสตร้าของกองทัพเรือ อำนวยเพลงโดย อาจารย์ดนู ฮันตระกูล
คอนเสิร์ตครั้งนี้ต้องยอมรับว่าหนักหนาสาหัสจริงๆ แม้แต่พิธีเปิดและปิดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพฯ ที่เคยทำมาว่าหนักหนาแล้ว งานนี้หนักกว่าเยอะเพราะต้องออกหน้าด้วย จบงานนี้แล้วงานช้างที่ไหนก็ทำได้
ได้อ่านบทความของคุณนิธิ เอียวศรีวงศ์ เรื่อง “ดนตรีไทยในวัฒนธรรมป๊อป” กับบทความ เรื่อง “ลาโรง” ของคุณศิลา โคมฉาย ในคอลัมน์ “แตกกอ-ต่อยอด” ในมติชนสุดสัปดาห์ ทั้งสองบท ความออกแนวเป็นห่วงว่างานดีๆ ในประเทศนี้นับวันจะมีน้อยลงๆ
ครับ ผมก็พยายามทำอยู่ ก็คงจะเป็นแรงปลายๆ หมัดแล้วเพราะอายุก็มากขึ้นทุกวัน แต่ยังแข็งแรงอยู่นะครับ ไม่เชื่อก็ไปชมคอนเสิร์ตสิครับ เรียนเชิญท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านด้วยครับ
"จิรพรรณ อังศวานนท์"



