
ศิลป์แห่งแผ่นดิน - กะโล้บติงต็อง
ผ่านอำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ตั้งใจจะแวะกินขนมจีน แต่รถก็แล่นเข้าสู่เขตป่าน้ำหนาวเสียแล้ว
เดินทางพร้อม “เจ้าชายโรแมนติก” พิบูลศักดิ์ ละครพล ที่อายุล่วงวัยเกษียณ ตามระบบราชการ และมีสิทธิ์ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละครึ่งพันบาท ทว่าหน้าตาของเขายังดูอ่อนกว่าวัย สุขภาพร่างกายยังแข็งแรงทะมัดทะแมง เช่นเดียวกับสุขภาพฝันที่ยังเรืองรอง แม้ว่าสุขภาพ “ฟัน” จะคลอนแคลนไปบ้างก็ตาม อีกคนคือ สุธน สุขพิทักษ์ หรือ ตุ๊ แครี่ออน ศิลปินเพลงคนโปรดของผม ที่ผมยอมรับนับถือในความเป็นนักร้อง นักดนตรี และความเป็นนักคิด ผู้ดำเนินและดำรงชีวิตไปในทิศทางเดียวกับบทเพลงของตน
เราสามคนไปปฏิบัติหน้าที่วิทยากรในโครงการอบรมครูใช้เพลง และดนตรี เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย พูดง่ายๆ คือสอนครูแต่งเพลงสำหรับเด็กเล็ก ช่วงชั้นที่ 1-2 โดยผู้เข้าอบรมเป็นครูชนเผ่าต่างๆ เช่น บรู ส่วย กุย โป เป็นต้น
ด้วยประสบการณ์อันแก่กล้าในด้านการทำเพลง แต่อ่อนด้อยในประสบการณ์การเป็นครู ทำให้เราต้องแบ่งรับแบ่งสู้ เป็นทั้งผู้ให้ความรู้ และเป็นเหมือนนักเรียนที่ต้องเรียนรู้จากเพื่อนครู
ในการอบรมครั้งนี้ เราได้รู้จัก “กันตรึม” ดีขึ้น ได้เห็นและสัมผัสกลองกันตรึม ที่ขึงหน้าด้วยหนังงูเหลือม ซอกันตรึมที่ทำด้วยไม้พะยูง ให้เสียงกลางระหว่างซอด้วง และซออู้ การตั้งสาย “คู่ 4” แทนที่จะเป็น “คู่ 5” อย่างซอดนตรีไทยมาตรฐาน เช่นเดียวกับพิณอีสาน ที่ทำจากไม้ขนุน รูปร่างหน้าตา และวิธีเล่นก็ต่างจากซึงของล้านนา
ครูชนเผ่าต่างๆ ได้ใช้ภาษาของตน ร้อยเรียงเป็นบทเพลง ขับร้อง บรรเลง ประกอบการร่ายรำ ทำให้เราตื่นตาตื่นใจในลีลา ท่าทาง ตลอดจนการแต่งกายในชุดประจำเผ่าชาติพันธุ์
“กะโล้บติงต็อง” แปลตรงตัวว่า “ตั๊กแตนตำข้าว” เป็นเพลงทำนองกันตรึมรูปแบบหนึ่ง ประพันธ์เนื้อร้องใหม่โดยคุณ “อติภรณ์ ลิขสิทธิ์” ผู้เป็นศิษย์ของตาเหือน แห่งสุรินทร์ ชาวบ้านหัวหน้าคณะกันตรึม ผู้ล่วงลับ
การฟ้อนรำประกอบดนตรี คำร้อง ทำนองกันตรึมชุดนี้ เคยแสดงต่อหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งหนึ่งในชีวิต ทั้งท่ารำ และคำร้องสมบูรณ์งดงาม โดยเฉพาะคำร้องไพเราะเหมือนคำกวีเชียวครับ ยังความภาคภูมิใจใหญ่หลวงแก่ตัวผู้ประพันธ์ ผู้แสดง ผู้เกี่ยวข้องทุกผู้ทุกนาม
ในวันสุดท้ายของการอบรม คุณครู “อติภรณ์ ลิขสิทธิ์” และเพื่อนร่วมสร้างสรรค์ของท่าน ได้แสดงชุด “กะโล้บติงต็อง” บนเวทีอีกครั้ง อย่างสนุกสนาน สวยงาม และอย่างเต็มหัวจิตหัวใจ ยังความบรรเจิด บันเทิง รื่นเริง สุนทรียอารมณ์ แก่เพื่อนพ้องน้องพี่ ตลอดจนคณะวิทยากรอย่างพวกเรา 3 คนเป็นยิ่งนัก
สิ่งที่เรานำมาให้เทียบกันไม่ได้กับสิ่งที่เราได้รับจากพวกท่าน
ขอบคุณคุณพี่บุษบา ประภาสพงษ์ และเจ้าหน้าที่จากสำนักวิชาการ สพฐ. ที่ทำให้เราได้พบกัน ขับรถผ่านบ้านไผ่ แวะเยี่ยมเยือน กวีม้าก้านกล้วย ไพวรินทร์ ขาวงาม แวะจิบกาแฟยามค่ำ ที่ร้านกาแฟข้างทาง สายชัยภูมิ-นครสวรรค์ ขับรถยามค่ำคืนบนถนนสายเล็กๆ ที่ว่างร้างท่วงทำนองเพลงกันตรึมกะโล้บติงต็องยังก้องกังวานอยู่ภายใน
"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"



