บันเทิง

การตั้งครรภ์ของหนังปี 2010

การตั้งครรภ์ของหนังปี 2010

19 พ.ย. 2553

ใครสักคนในแวดวงวิจารณ์หนังพูดเอาไว้เมื่อสัก 2 เดือนก่อนว่า แม้หนังไทยปีนี้จะมีมากขึ้นถึง 60 กว่าเรื่อง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ “สูงสุด” ในรอบ

  10 ปีที่ผ่านมา แต่การเลือกหนังที่ดีและโดดเด่นนั้น ยังคงเป็นเรื่องง่าย เหมือนปีก่อนๆ
 นี่หมายความว่า ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ หนังที่มี 40 กว่าเรื่องนั้น  ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากหนังที่มีเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ส่วน 3 ของอุตสาหกรรมหนังไทย (อย่างนั้นหรือ)

 ผมค่อนข้าง “เชื่อ” คำพูดนี้มากกว่า “ไม่เชื่อ” เพราะเมื่อลองเลือกหนังไทยที่ดีๆ สัก 5 เรื่อง มันไม่ใช่อุปสรรคขวากหนามที่จะต้องผจญภัยกับความยากลำบาก

 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหนังไทยจะไม่ได้แสดงความหวังอะไรในอนาคตมากนัก (แม้ว่าจะมีความพยายามกันอยู่ก็ตามนั้น) เมื่อเราลองชายตามองไปยังหนังเทศด้วย

 เราจะพบว่าปี 2010 นั้น มีหนังสายพันธุ์ต่างๆ ผุดขึ้นมาท้าทายบ็อกซ์ออฟฟิศอย่างน่าสนใจ
 นอกจาก paranormal ที่พยายามจะเป็นเรียลิตี้เล่นกับอารมณ์ของคนดูแล้ว เรายังมี jackless ที่นอกจากเล่นกับหนังสามมิติแล้ว ยังเป็นงานที่เอาความสนุกสนานแบบเกมโชว์ทีวีมาล่อหลอกคนดูอีกทาง

 แต่เมื่อมองไปยัง 11 เดือนที่ผ่านมาของปี 2010 นั้น หนังที่เป็นพระเอกขี่ม้าขาวในตอนต้นก็คือ หนังสามมิติ อันเกิดจากกระแสรุนแรงของ avatar ที่มีการวิเคราะห์จากหลายฝ่ายแล้วว่า ไม่สามารถที่จะกระตุ้นอุตสาหกรรมหนังแนวนี้ให้อยู่อย่างต่อเนื่อง ยาวนานได้

 ตัวอย่างข้างต้นนี้ ภาพยนตร์ทำราวกับว่าอุตสาหกรรมของพวกเขากำลังตั้งครรภ์ และมีฝาแฝดหลายคู่ในท้อง เพราะว่ามีหนังหลากหลายแนวทาง คลอดออกมาเพื่อพิสูจน์ความสนใจของคนดู อาทิ หนังอินดี้นอกกระแส หนังเกย์ที่เรียกกันว่า bromance หนังสมจริงเล่นกับตลกเจ็บตัว หนังเกี่ยวกับสัตว์

 หนังการ์ตูนที่เขียนขึ้นใหม่เพื่อเป็นงานที่เล่นกับ digital หนังสั้นก็ไม่ได้หายไปไหนนะครับ เพราะยังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาและน่าสนใจ

 แต่ที่น่าสนใจมากกว่าแนวอื่นๆ ก็คือ หนังแนว costume drama แบบไทยๆ ที่ชื่อว่า “ชั่วฟ้าดินสลาย” ซึ่งเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่มีความโดดเด่นพอสมควร เมื่อเทียบกับหนังไทยเรื่องอื่นๆ ในปีที่ผ่านมา

 หนังอีกกกลุ่มที่มาแรงมากก็คือ spectacle ซึ่งพยายามจะเดินตามรอยของหนังต่างประเทศ ด้วยการเล่นกับงานจัดต่อ แสงสีและเสียงที่อัดใส่คนดู

 แต่ถ้าคุณรู้สึกเบื่ออะไรแบบนี้ ผมจะบอกว่า ชายขอบของโรงหนังกลางเมือง ยังคงมีหนังนอกกระแสให้น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ที่เฮ้าส์และเอฟเอฟเอ็กซ์ ซีนีม่า เซ็นทรัลเวิลด์ เพราะสองที่นี้เขาเทพื้นที่ให้แก่หนังทางเลือก

 และแน่นอนว่า ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกจริงไม่จริงแค่ไหน แต่รสชาติของหนังไทยที่ไม่มีชาติตระกูลดีๆ ก็มีเซ็นทรัลเวิลด์ นี่แหละที่พยายามจะให้โอกาสคนดู ท่ามกลางสายพันธุ์ต่างๆ ที่หนังไทยและหนังเทศบ้านเราพยายามกันในปี 2010 นั้น ตรงกับฮอลลีวู้ดในปี 2001 ที่อเมริกันพยายามจะหากลุ่มหนังและสไตล์ใหม่ๆ

 เพื่อเปิดเพดานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่อไป เช่น ตลาดหนังของคนดำ หรือตลาดหนังของเพศหญิง สิ่งที่อาจจะรู้สึกเสียใจอยู่บ้างก็คือ หนังหลายกลุ่มนั้นประสบกับภาวะขาดทุน เจ็บตัวมากกว่าหนังที่ไม่ต้องเสี่ยงอะไร แบบที่เราเรียกกันว่า ไฮ-คอนเซ็ปต์

 ซึ่งใช้ผู้กำกับและดารานักแสดงที่มีชื่อเสียงมาการันตี ไม่ต้องสงสัยว่า ปีนี้อุตสาหกรรมหนังมีคำตอบเป็นอย่างไร
 หลังจากเลือกแนวทางที่หลากหลายให้แก่ตัวเองมาตลอด 1 ปี แต่ในปี 2011 แนวหนังและความกว้างของพื้นที่ต่างๆ จะลดลง
 เพราะคนทำหนังและค่ายหนังทราบแล้วว่า หนังที่ได้เงินจริงๆ ในสังคมไทยนั้น มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม
 และไม่กี่กลุ่มที่ว่านี้แหละ คือกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมหนังไทยและเทศมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

"นันทขว้าง สิรสุนทร"