
ท่องอารยธรรม'อียิปต์'กับ'ดีเจบอล'แห่งคลื่น'เก็ท'
ตื่นตาตื่นใจกันเลยทีเดียวกับทริป เพื่อย้อนรอยอารยธรรมโบราณ ดินแดนแห่งตำนานลี้ลับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก กับกิจกรรม "เก็ท โกอิ้ง นัมเบอร์ 9 : ฟอลลิ่ง อิน เลิฟ วิท อียิปต์ (GET GOING NO.9 : FALLING IN LOVE WITH EGYPT)
ของคลื่นเพลงสากลสุดฮิต "เก็ท 102.5" ซึ่งเป็นการเดินทางระหว่างวันที่ 7-14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นำทีมโดยบอสใหญ่ แห่ง คลิก เรดิโอ "วาส" วาสนพงศ์ วิชัยยะ พร้อมด้วยดีเจอารมณ์ดี "บอล" จารุลักษณ์ ชยะกุล หรือ ดีเจบอล จารุเลิฟ ที่มาสร้างความสนุกให้แก่ทริปนี้ และผู้โชคดีจากทางบ้าน 1 ท่าน คือ "หมอเนศ" ผู้ที่รอบรู้เรื่องประเทศอียิปต์เป็นอย่างดี
วันแรกทุกคนก็รวมพลกันที่สนามบินสุวรรณภูมิที่สายการบินคูเวต พร้อมเหินฟ้าสู่ประเทศคูเวตในเวลาตีสาม (โอ้ว...ว) เพื่อเปลี่ยนเครื่องไปยังประเทศอียิปต์ รวมแล้วใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง จากนั้นก็มาถึงเมืองอเล็กซานเดรีย ภาคเหนือของประเทศอียิปต์ และแล้วทุกคนก็เริ่มปรับเวลาที่นาฬิกาข้อมือ เนื่องจากดินแดนลี้ลับช้ากว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง
งานนี้หนุ่มบอลไม่รอช้า เริ่มสตาร์ทชมเมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งเป็นเมืองเก่าที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อีกทั้งเมืองนี้เป็นสถานที่สำคัญในตำนานรักอันยิ่งใหญ่ของราชินีเลอโฉมชื่อดัง พระนางครีโอพัตรา และนายทหาร มาร์ค แอนโทนี จากนั้นเดินทางมาชม หลุมฝังศพใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย สุสานของชาวโรมันในอดีตที่มีกว่า 50,000 ศพ มุดอุโมงค์ใต้ดินแล้ว คราวนี้มาชม เสาปอมเปย์ สิ่งสำคัญในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ ซึ่งเป็นเสาแกรนิตสูง 27 เมตร แต่ถูกทำลายโดยพวกคริสเตียน ปัจจุบันจึงเหลือเพียงแค่เสาแบบกรีก และสฟิงซ์อีกสองตัว จากนั้นก็แชะภาพกับป้อมปราการซิทาเดล ซึ่งในอดีตเป็นที่ตั้งของประภาคารฟาโรส
วันที่สาม ดีเจบอลถึงกับตื่นเต้น เพราะได้เดินทางไปยังเมืองกีซ่า เพื่อชม มหาพีระมิด เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งองค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์สร้างขึ้นเพื่อฝังพระศพของพระองค์เอง ซึ่งใช้เวลาสร้างทั้งสิ้น 30 ปี และใช้แรงงานกว่าแสนคน พร้อมกับชมตัวสฟิงซ์ ที่แกะสลักจากเนินหินธรรมชาติ ที่มีส่วนหัวเป็นพระพักตร์ฟาโรห์ และลำตัวเป็นสิงโต งานนี้หนุ่มบอลไม่พลาดที่จะถ่ายภาพเป็นที่ระทึก เอ้ย ! ที่ระลึก แถมยังไม่พลาดกับการขี่อูฐ สัตว์ประจำประเทศอียิปต์ แต่งานนี้ดีเจหนุ่มก็แอบบ่นว่าร้อนสุดๆ แต่เมื่อได้ชมความงามของที่นี่ ก็ถือว่าคุ้มสุดๆ
ช่วงบ่าย บอลได้เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ เป็นสถานที่ที่รวมศิลปะวัตถุโบราณมากมายที่สุด แถมยังได้ชมโลงศพทองคำแท้พร้อมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมน และสมบัติส่วนตัวของพระองค์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเตียงบรรทม พัด ของเล่นต่างๆ เก้าอี้บัลลังก์ทองคำ แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี มาถึงช่วงเย็นทุกคนก็ถึงเวลาช็อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดข่านเอลคาลีลี ตลาดสินค้าที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงไคโร คราวนี้หนุ่มบอสก็ไม่พลาดที่จะช็อปปิ้งเช่นกัน เพลิดเพลินกับการใช้เงินกันแล้ว ทุกคนก็ได้สัมผัสกับการนั่งรถไฟ นอนบนรถไฟ เพื่อเดินทางไปยังเมืองอัสวาน
วันที่สี่ ชมเขื่อนยักษ์อัสวาน ก่อนจะเดินทางโดยรถบัสไปยังเมืองอาบูซิมเบล เพื่อชม มหาวิหารอาบูซิมเบล ซึ่งประกอบไปด้วยวิหารของฟาโรห์รามเซสที่ 2 และวิหารของพระนางเนเฟอร์ตารี แม้จะใช้เวลาเดินทางไปกลับ 8 ชั่วโมง แต่การเดินทางครั้งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางแล้ว คราวนี้หนุ่มบอลก็ได้มาหลับนอนกันบนเรือสำราญขนาดใหญ่ 4 ชั้น ซึ่งล่องไปตามแม่น้ำไนล์
วันต่อมาล่องเรือไปคอมออมโบ ซึ่งเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำไนล์ เพื่อชม วิหารคอมออมโบ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ เป็นวิหารของเทพเจ้าสององค์ คือ เทพโซเบค เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ มีรูปร่างเป็นมนุษย์แต่เศียรเป็นจระเข้ และเทพเจ้าฮาโรเอริส เทพเจ้าแห่งการแพทย์อียิปต์โบราณ จากนั้นล่องเรือไปต่อที่เมืองเอ็ดฟู เพื่อชม วิหารเอ็ดก-ฟู ส่วนในช่วงค่ำเรือสำราญได้จอดอยู่ที่ลักเซอร์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่า
ส่วนวันที่หกดีเจหนุ่มถึงกับตื่นเต้นอีกรอบ เมื่อได้เข้าชมความอลังการของ หุบผากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถานที่ฝังพระศพของฟาโรห์ 62 พระองค์ ซึ่งแยกตามสุสานต่างๆ ในบริเวณหุบผา โดยเฉพาะ สุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน ที่หลายคนให้ความสนใจ รอเข้าชมเป็นจำนวนมาก จากนั้นหนุ่มบอลก็ได้ชม วิหารฮัคเชฟซุต ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระศพของฟาโรห์หญิงฮัตเชฟซุต ฟาโรห์หญิงองค์เดียวในประเทศอียิปต์ ช่วงบ่ายได้เข้าชม วิหารลักซอร์ ภายในบริเวณวิหารประกอบด้วยซุ้มประตูขนาดใหญ่และรูปลลักหินแกรนิตขนาดใหญ่สลักเป็นรูปฟาโรห์ อีกทั้งในวิหารยังมีถนนสฟิงซ์ ยาวถึง 3 กิโลเมตร ทำเอาดีเจชื่อดังไม่พลาดที่จะเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกเช่นกัน มาต่อกันที่ วิหารคาร์นัค เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัววิหารหลังเดียวมีเนื้อที่ถึง 60 เอเคอร์ ทำเอาหนุ่มบอลถึงกับตื่นตาตื่นใจเลยทีเดียว
วันที่เจ็ด ถือเป็นวันเดินทางกลับ จากลักซอร์สู่สนามบินเมืองโซฮัก เพื่อกลับสู่สนามบินประเทศคูเวตอีกครั้ง และเปลี่ยนเครื่องเพื่อเหินฟ้ากลับสู่เมืองไทย งานนี้ทุกท่านพร้อมทั้งหนุ่มบอลก็เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ แม้ร่างกายจะอ่อนเพลียจากการเดินทาง ท่ามกลางแดดร้อน แต่ทุกคนก็มีรอยยิ้มและความประทับใจกลับบ้านจ้า...



