บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - ตลาดลูกทุ่งลาว (2)

คมเคียวคมปากกา - ตลาดลูกทุ่งลาว (2)

17 พ.ย. 2553

20 ปีที่แล้ว ข้ามโขงไปทำข่าวที่เวียงจันทน์ใหม่ๆ มักจะแวะไปซื้อเทปเพลงที่ตลาดเช้า ซึ่งในปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นช็อปปิ้งมอลล์แล้ว สมัยนั้นมีแผงขายเทปหลายสิบเจ้า แต่มีค่ายเพลงใหญ่แห่งเดียวคือ ศูนย์รวมเพลงลาว

 นัยว่านับแต่ ส.ป.ป.ลาว เปิดประเทศด้วยนโยบายจินตนาการใหม่ "ศูนย์รวมเพลงลาว" เป็นเจ้าแรกที่จับธุรกิจเพลงลูกทุ่ง โดยมีสองพี่น้อง สอนสัก สิริมะโนไท และ หลักแก้ว สิริมะโนไท เป็นผู้บริหาร

 ตอนหลัง สองพี่น้องแยกทางกันเดิน "สอนสัก" เปิด บริษัท ส.ส.ส.ส. ส่วนหลักแก้ว ก็ตั้ง บริษัทส่งเสริมเพลงลาว
 ทั้งคู่ถือว่าเป็น "ขาใหญ่" ในตลาดเช้า โดยเฉพาะที่แผงขายเพลงในช็อปปิ้งมอลล์ชั้น 2 ของค่ายเพลง ส.ส.ส.ส. ใหญ่โตมาก

 ราวปี 2535 สมัยที่ยังเป็นค่ายศูนย์รวมเพลงลาว อัลบั้มเพลง "สาวบ้านเกิน" ร้องโดยบุนค้ำ สิดทิเดด ดังระเบิด ทำสถิติขายทะลุเกือบแสนตลับ และทำรายได้ให้สองพี่น้องมากมาย

 จากความดังของ "สาวบ้านเกิน" เลยกลายเป็นวัฒนธรรมลูกทุ่งลาว ที่ต้องแต่งเพลงแนวฝากรักฝากใจ โดยมีคำว่า "สาว" ขึ้นต้นทุกเพลง อาทิ สาวสีเมือง, สาวดงโดก, สาวบ้านมะนาว, สาวพันไซ ฯลฯ

 ปี 2539 เพลงฮิตสะท้านเมือง "สาวสีเมือง" ร้องโดยบุนเกิด หนูห่วง ทำให้ บริษัทพีเคโปรโมชั่น ของแม่ดู๋ ตลาดเช้า แจ้งเกิดอย่างงดงาม และกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของสองพี่น้อง

 กลยุทธ์ของแม่ดู๋ คล้ายกับนายห้างลูกทุ่งไทยหลายคนที่ใช้วิธีซื้อ "มาสเตอร์" ในราคาเหมาชุด อันส่งผลให้นักร้อง-นักปั้นแห่ทำอัลบั้มเพลงมา "ขายขาด" ให้แม่ดู๋

 ระหว่างนั้น สุรสีห์ ผาธรรม ได้ข้ามไปทำธุรกิจบันเทิงที่เวียงจันทน์ จึงร่วมทุนกับนักธุรกิจลาว ก่อตั้งบริษัทลาวเอนเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งนำเอากลยุทธ์ด้านการตลาดเข้าไปใช้ในการโปรโมทเพลง ทำให้วงการเพลงลูกทุ่งลาวคึกคัก แต่น่าเสียดายที่ไม่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากนัก

 ปัจจุบัน มีค่ายเพลงใหม่มาแรงอยู่ 2 ค่ายคือ บริษัททะวีเสิด สตูดิโอ ที่มีแผงขายเพลงขนาดใหญ่อยู่ตลาดเช้า (ศาลาหลังเก่า)

 ค่ายทะวีเสิดกำลังเป็นที่หมายปองของนักร้องระดับแม่เหล็ก เพราะผลตอบแทนสูง และค่ายนี้พร้อมจะจ่ายราคามาสเตอร์ที่สูงกว่าค่ายอื่น

 อีกบริษัทหนึ่งที่พยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้วงการลูกทุ่งลาวคือ บริษัทสะบายดี มีเดีย ที่มีการคัดเลือกศิลปิน และคัดสรรเพลงที่ทันสมัย แถมเอ็มวีเพลงก็ตั้งใจทำ ฝีมือไม่แพ้ฝั่งไทย

 เพลงลูกทุ่งลาวยังเป็นตลาดใหญ่ในประเทศ กินส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 95% เหลือให้เพลงสตริงแค่ 5%
 ราคาขายในตลาดเช้าก็ถูกแสนถูก วีซีดีเพลงแผ่นหนึ่งก็ 50-60 บาท แพงกว่านี้ก็ขายยาก
 เสียดายที่ช่องทางเผยแพร่มีน้อย ทีวีดาวเทียมก็มีอยู่ 3 ช่อง แยกเป็นรัฐบาล 1 ช่อง เอกชน 2 ช่อง ซึ่งเวลานี้ การใช้เงินซื้อเวลาเปิดเอ็มวีทางทีวีเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ

 เนื่องจากทีวีทุกช่องต้องอยู่รอดในทางธุรกิจ ฝ่ายการตลาดของช่อง จึงมีบทบาทกำหนดว่าจะนำเพลงใดมาเปิดในรายการ

 ด้วยเหตุนี้ ผู้ชมจึงต้องดูเอ็มวีเพลงภาคบังคับวันละหลายรอบ และที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็คือ เพลงจากค่าย ส.ส.ส.ส. ทั้งที่เพลงของค่ายนี้ เอ็มวีคุณภาพต่ำ แต่ทำไงได้ เจ้าของทีวีต้องการรายได้ ชาวบ้านก็เลยต้องหันไปดูช่องแฟนทีวีของแกรมมี่ หรือช่องสบายดีของอาร์สยามแทน 

 ในทางธุรกิจโดยภาพรวม อาจดูเล็กกว่าบ้านเราหลายเท่า แต่มันก็มีเสน่ห์แบบคนบ้าน-บ้าน และเพลงแนวนี้ฟังแล้วไม่ "เลี่ยนหู" เหมือนลูกทุ่งไทย พ.ศ.นี้

 ลองหาเพลงตระกูล "สาว" ของฝั่งซ้ายมาฟังดูสิครับ เหมือนย้อนยุคได้กลิ่นทุ่งกลิ่นนาทีเดียวเชียวแหละครับ

"บรรณวัชร"