บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม  - แทนคุณแผ่นดิน

มองผ่านเลนส์คม - แทนคุณแผ่นดิน

17 พ.ย. 2553

ไม่ใช่รายการเรียลิตี้ ไม่ใช่การจัดเวิร์กช็อป แต่โครงการ "แทนคุณแผ่นดิน" ของเครือเนชั่นและผู้ร่วมสนับสนุน ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เราได้ "ต้นแบบ" แห่งการทำคุณงามความดี ตามหน้าที่ของแต่ละคน สืบเนื่องถึงวันนี้มี "คนดีต้นแบบ" หลายร้อยคนแล้ว

  คงไม่สายเกินไป ถ้าจะขอแสดงความยินดีกับ "คนดีมีเสน่ห์" ที่ทุ่มเททำงานเพื่อส่วนรวม ที่เพิ่งเขารับรางวัลเมื่อไม่กี่วันมานี้    

 แต่หากย้อนไปตั้งแต่ปีแรกที่ "ผู้ใหญ่" ของเครือ ริเริ่ม "คิดการใหญ่" ดิฉันได้ร่วมเป็นหนึ่งในฟันเฟืองเล็กๆ นั้นด้วย  
 ความยากเริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อ...ถ้าให้ตรงตามวัตถุประสงค์หลัก อย่างไรถึงจะให้รู้ว่าเป็นการตั้งโครงการเพื่อค้นหา "คนเก่งและดี"

 ซึ่งข้อหลังนี่ยากกว่า เพราะแค่เก่งอย่างเดียว รู้กันดีว่าคนในประเทศนี้ก็ไม่ได้เป็นรองชาติไหนในโลก
 แต่ถ้า "ดี" ด้วยนี่สิ ท่าจะลำบาก...
 ในปีแรก นอกจากเปิดโอกาสให้คนทั่วไปส่งข้อมูลคนดีที่อยากสนับสนุนแล้ว ยังได้ฐานข้อมูลหลักจาก "นักข่าวภูมิภาค" ที่ส่งรายชื่อพร้อมรายละเอียด ประวัติ การทำงาน และจากการสัมภาษณ์คนรอบข้างมาด้วย
 
 ปี 2550 "ผู้ได้รับรางวัล" แทนคุณแผ่นดิน มาจากคนดีและเก่งจาก 11 สาขาวิชาชีพ
 การเริ่มต้นเล็กๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นรากฐานที่ค่อยๆ มั่นคงไปเรื่อยๆ
 อย่างน้อย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ที่ได้รับรางวัลจากสาขาการศึกษาในปีแรก ท่านก็ให้เกียรติเป็นประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ในปีถัดมาจนถึงปัจจุบัน

 เพราะท่านมีความเข้าใจและอยากจะสนับสนุน "คนดี" ตามปณิธานผู้ร่วมก่อตั้งรางวัล...
 ใครก็ตาม ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ถ้าทำดี โดยเฉพาะต่อผู้อื่น โครงการนี้จะเชิดชูและยกย่องให้เป็นตัวอย่างแก่คนทั้งประเทศ
 ดังนั้นในปี 2551 เราได้ขยับขยายโครงการเป็นการเฟ้นหาคนดีและมีจิตสาธารณะจนครบทั้ง 76 จังหวัด
 ซึ่งเป็นการมอบรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและขลังที่สุดของเครือเนชั่น
 เพราะเราไม่ได้ตั้งรางวัลเพื่อ "ย้ายหิ้ง" คนเก่งและดีซ้ำซ้อนเหมือนรางวัลที่มีอยู่แล้ว แต่เรายังได้เสาะหาคนที่ว่านั้นในมุมต่างๆ ที่หลายคนไม่เชื่อว่าจะมีอยู่จริง

 ในปี 2552 ผู้บริหารและผู้ร่วมสนับสนุน ได้คิดที่จะขยายโครงการเพื่อหาคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงต่อยอดมาเป็น "รางวัลแทนคุณแผ่นดิน" และ "เยาวชนต้นแบบรุ่นใหม่"

 เป็นปีที่งอกเงยคนดีจาก 76 คน 76 จังหวัด มาเป็นน้องๆ อีก 6 คน แต่ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง
 ได้เห็นแววตาของผู้ได้รับรางวัลแล้ว อดปลื้มและภาคภูมิใจแทนไม่ได้
 หลายคนไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ ไม่นึกฝันว่าจะมีคนเห็น "ความดี" ที่เขาทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
 แต่อยากจะบอกแทนผู้จัดงานว่า ความดีที่พวกท่านทำนั้นไม่สูญเปล่า เพราะนอกจากได้รับการยกย่องแล้ว ยังจะเป็นแบบอย่าง และกำลังใจให้แก่คนอื่นๆ ในการทำความดีอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและสิ่งล่อใจต่างๆ

 ความรู้สึกไม่ต่างจากปีนี้....
 ขอแสดงความยินดีและคารวะด้วยหัวใจอีกครั้ง

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"