บันเทิง

ไตรโทน - ยุโรป เหนื่อย

ไตรโทน - ยุโรป เหนื่อย

16 พ.ย. 2553

ดีใจอีกครั้งครับที่มีโอกาสพาวงดนตรีอีกวงของผมไปเล่นที่ยุโรป หลังจากกลับมาจากสหรัฐที่ไปกับ นูโว เมื่อเดือนที่แล้ว เที่ยวนี้ไปกับ ก้อง ในอัลบั้มโจก้อง ซึ่งเราทำมาด้วยกัน 3 อัลบั้ม ในระยะเวลาสิบกว่าปีมาเนี่ย จริงๆ อยากทำมากกว่านั้นเสียอีก แต่มีหลายปัจจัยที่ม

  บางครั้งผมชอบร้องเพลงของผมที่คนไม่ค่อยรู้จักบ้างในบางทีมันทำให้ผมรู้สึกเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง บางทีมีความสุขเวลาเดินลงจากเวทีมากกว่าเพลงที่ร้องแล้วร้องเล่ากับเสียงกรี๊ดเดิมๆ นึกออกไหมครับ ดีใจนะครับการที่ร้องเพลงให้คนฟังมีความสุข แต่คนเราต้องเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง เอาละแต่เมื่อคิดไม่เหมือนกันไปซะทุกอย่าง ก็เอาไว้วันหลังละกัน

 เที่ยวนี้เราไปในนาม วงโจก้อง กับวงดนตรีชื่อ "The  คณะ" ซึ่งประกอบไปด้วย  มือกลอง Bob dila, มือเบส พี่แมน พดลเดช บุนนาค และ  ruba mosan  เป็นมือคีย์บอร์ด เป็นวงที่เริ่มมาจากการชอบ แฮงก์เอาท์อยู่ด้วยกันแล้วเกิดเพลงจากการแจมเป็นหลัก ทำอัลบั้มออกมาหลังขายเหมือนกันครับ แต่มันไม่ค่อยได้ แต่สะใจ  อื่ม นั่นแหละครับ มาเลเซีย หนึ่ง อเมริกัน อีกหนึ่ง ไทยสาม รวมผมกับก้องด้วย ก็ว่ากันไป ไม่มีปัญหาอะไรในการเดินทาง เพียงแต่เราจะทำตัวเบาๆ ไป เอาไปแต่เสื้อผ้ากับเอฟเฟกท์กีตาร์ ก้อนเล็กๆ ติดกระเป๋าไปเท่านั้น เนื่องจากเหตุผลบางอย่างที่ไม่อยากพูดถึงเท่าไร แต่เราได้ส่งลิสต์ เครื่องดนตรีที่ต้องใช้ ซึ่งทั้ง Holland เละ german ตอบกลับมาในประโยคเดียวกันว่า ไม่มีปัญหา

 จริงๆ ก็ไม่น่ายาก แค่กลอง แอมป์กีตาร์ 2 ตัว แอมป์เบส เปียโน ซินติไซเซอร์หรือคีย์บอร์ด พร้อมชุดแอมป์ เวดโมนิเตอร์เพื่อฟังเสียงตัวเอง บนเวทีไมค์พร้อมขาตั้ง 5 ชุด ลำโพงด้านข้าง หรือที่เรียกว่าไซด์ฟิว ไม่ต้องครับ พวกเราคือเล่นอาการแบบผับบาร์มากกว่า ที่เหลือก็ภาคขยายให้คนดูฟัง เหรือที่เขาเรียกกันว่า พีเอ สุดท้ายคือ กีตาร์ 2 ตัว เบส 1 ซึ่งอันนี้สำคัญมาก

       ที่เขียนอุปกรณ์ละเอียดจนน่าเบื่อเนี่ยเพราะมันมีความพิลึกๆ เมื่อเราไปถึง ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังต่อไป ถ้าวันนี้ไม่ยาวเกินไป จนต้องอ่านต่อฉบับหน้านะครับ

 โอโห้พวกวงโจก้องชุดนี้พอเห็นจะได้ไปเล่นที่ยุโรป จัดเพลงกันสนุกเลยเอาให้สะใจตัวเองเลย อัลบั้มโจกัอง จัดไปเต็ม ไม่ว่าจะเป็น ดีกว่านี้, แปลกๆ, โลกว่างเปล่า, อีกแล้ว, รักด้วยน้ำตา, ไม่กล้าบอกเธอ,  ลึกสุดใจ รวมทั้งเพลงฝรั่งอย่างเพลงของ จิมมี่ เฮนดริก, เลด แซพพลิน, เลนนี คราวิส, เดอะ บิทเทิล และเพลงฟังกี้จำนวนหนึ่ง เรียกว่าโจก้องขนานแท้ เล่นนูโวให้น้อยที่สุดให้สมศักดิ์ศรีกับการนำโจก้องไปทัวร์ยุโรป

      ต้องขอออกตัวก่อนที่จะเขียนต่อไปก่อนเลยว่า การที่ไปเล่นให้คนไทยฟังถึงที่ที่พวกเขาได้ไปอยู่ ไม่ว่าจะสาเหตุใด ที่ทำให้พวกเขาเกิดการพลัดถิ่นไปอยู่ตามทวีป ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย หรือในเอเชียก็ตาม การไปแสดงดนตรีให้พวกเขาฟัง มีแต่ความยินดีและภูมิใจทั้งสิ้น ที่เรามีโอกาสและได้รับเกียรติ ถูกเชิญไปเยือนในค่าใช้จ่ายที่ไม่ถูกเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าผู้ชมจะเป็นใครก็ตาม รอยยิ้มของท่านคือความสำเร็จของเรา การร้องเพลงสิ่งที่เราได้คือรางวัลของเรา

        คนไทยส่วนใหญ่มักจะส่งลูกหลานไปเรียนประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ มีกี่ที่ครับ หลักๆ ก็อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ส่วนการที่มีชุมชนคนไทยมากมายในต่างแดนก็ไปคิดกันเองละกันครับว่าทำไม คงไม่ยากหรอก แต่ประเด็นผมก็คือ รุ่นนี้ชอบนักร้องไทย ไม่ว่าจะหมอลำ ลูกทุ่ง สตริง รุ่นหน้าจะยังมีอยู่รึเปล่า เพราะ เด็กที่เกิดที่โน่นไม่ค่อยสนเพลงไทยกันแล้วเนื่องจากเพื่อนในโรงเรียนเป็นชาวท้องถิ่นหมดแล้ว ก็คงชอบนักร้องระดับโลกอย่างเดียว อีกหน่อยของเราก็ไปในแนววงฟองน้ำ กระชับวัฒนธรรมอะไรๆ ก็ว่ากันไปแบบนานๆ ที 

 เอาเป็นว่าจนหมดรุ่นที่ชอบแนว รำวง ร็อกสะเด็ด หรือหมอลำเนี่ย ก็น่าจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะไปควงตะหลิวหรือเปิดร้านอาหาร ทั้งที่เป็นอดีตแฟนคลับของ แทททูคัลเลอร์ หรือ เรทโทรสเปค หรือ ทเวนตี้ไฟว์อาวส์ (25 hours) ถามว่าจะมีบทบาทในสังคมคนไทยที่สามารถนำวงเหล่านี้ไปได้หรือเปล่า ผมหมายถึงความเป็นรอยัลตี้ที่เหนียวแน่นแบบ พรศักดิ์ ส่องแสง "เบิร์ด" ธงไชย จะยังมีอยู่หรือไม่ เพราะความดาษดื่นใน impact point มันต่างจากยุคเรามาก

 และอีกปัจจัยหนึ่งผมว่าคนรุ่นนี้คือเด็กรุ่นนี้กับชาติไทยที่เติบโตขึ้น คงไม่อยากไปถือตะหลิวอยู่ตามกลุ่มร้านไทยตลาดไทยตามแอลเอ หรือลอนดอนล่ะมั้งครับ ส่วนใหญ่น่าจะโตที่โน่นตั้งแต่เด็กกันเลย ก็เป็นสิ่งที่น่าติดตามจนตายสำหรับผม
                ทีนี้ที่ผมไปเล่นมาเนี่ยเป็นสี่เมือง ประกอบไปด้วย Amsterdam, mahaim, essen และ berlin ตอนแรกก็งงครับ มันเมืองอะไรกันนักหนา แต่ก็ดีใจอ่ะครับ ไปเถอะพวกเรา ไปเก็บประสบการณ์

           ปรากฏว่าไม่ค่อยจะมีนักศึกษาแม้แต่น้อย เพราะมานึกดูดีๆ บ้านเราก็ไม่ได้ผลิตรถยนต์ เครื่องยนต์ระดับปอร์เช่ หรือเมอรซิเดส ที่เห็นอยู่ก็มีแค่ไทยรุ่งยูเนียนคาร์เนี่ยแหละ หรือจะไปเอาภาษาเยอรมันหรือดัตช์กลับมา ทำพระแสงคอง้าว ให้ลูกทำงานอะไรที่นี่เนี่ย ซึ่งผมเชื่ออีกแหละว่า ถึงจะมีนักศึกษาจริง ก็คนละกลุ่มกับพวกที่ไปใช้ชีวิตและเรียกวงไทยให้ไปแสดงแน่นอน พอไปถึงแอบตกใจนิดหน่อยว่าเฮ้ย เราอยู่ผิดที่ผิดทางแน่ๆ เลย ดูจากรูปที่ติดในร้านของผู้ว่าจ้าง จะประกอบไปด้วย ไมค์ ภิรมย์พร โปงลางสะออน และลูกทุ่งอีกหลายคน ดีใจคนที่นี่ชอบฟังเพลงหลากสไตล์จริงๆ และแล้วก็ใจชื้นเข้ามาหน่อย เมื่อเหลือบไปเห็นรูป ใหม่ เจริญปุระ เจ เจตริน อะอะมี พาเมล่า เบาว์เด้น ด้วย  

 คนไทยที่นี่ผู้หญิงล้วนเลยครับ ส่วนใหญ่เป็นภรรยาของฝรั่งทั้งสิ้น มีเด็กไทยไป ก็ตามแม่ไทยไป แล้วก็มีน้องเป็นลูกครึ่งนี่ก็แยะ บางคนจำชื่อพี่ก้องไม่ได้แล้วครับ แวะไปเยี่ยมร้านขายของไทย เรียกพี่ก้องเป็นชื่อในละคร คุณพระมั่ง ท่านขุนมั่ง ผมไม่รู้จักเพราะไม่ได้ติดตามผลงาน ผมขำ แถมมองหน้าพี่แมนกับพี่บ็อบว่า เราจะเฮนดริกกันไหวหรือว่ะเนี่ย นี่มันแฟนละครล้วนๆ เลยนิหว่า บางคนขอถ่ายรูปกับแบ็กอัพของผมเพราะนึกว่าเราเป็นวงนูโว ก็ผู้จ้างใช้วิชาอะไรก็ไม่ทราบ บอกเป็นวงนูโวเฉยเลย เริ่มเครียดล่ะ ลิสต์เพลงที่เตรียมเล่นต้องเปลี่ยนใหม่หมด เอิ่ม ที่ทำสัญญามาโรงแรมตามแบบในสัญญาก็เปลี่ยนไปเฉยเลย ดาวมันลดลงไปจนแทบอยู่ไม่ได้ เช่นอยู่ชั้น 4 ไม่มีลิฟต์ บันไดสูงชัน ไม่มีคนขนกระเป๋า อ้าว...เบี้ยวกันเลย บางที่เครื่องดนตรีที่พบก็พอรับได้ อาจไม่ตามสเปกนัก แต่บางที่นี่สิ ถึงกะงงเลย ว่าตอบมาก่อนเราเดินทางได้อย่างไรว่า ทุกอย่างเรียบร้อย คือ โอโห มันไม่ได้เลยครับ

 เราไม่ได้ต้องการเครื่องระดับห้าดาวหรอกครับ ขอเพียงแค่ถูกระเบียบผับบาร์ผมก็ดีใจแล้ว เราแค่ต้องการเครื่องดนตรีแบบคนเล่นแฮปปี้ คนดูก็แฮปปี้ ไหนจะต้องเอาใจแม่ยกพระเอกของผม คุณก้อง เจอประเภทแบบเพลงไม่ฟัง ถ่ายรูปอย่างเดียว โซโลกีตาร์อยู่ก็ขอจับมือ เรียกว่ากระโดดขึ้นมากอดไม่วางกันเลย ก็ดีใจครับเข้าใจได้ เราคนของประชาชน เพียงแต่เหนื่อย

 บางที่ถูกเบี้ยวเรื่องโรงแรม จะให้ไปอยู่เกสต์เฮ้าส์ แบบ 6 ห้อง โดยมีห้องน้ำรวมหนึ่ง หนักเข้าไปอีก แก้ปัญหากันจนหมดอารมณ์จะเล่นละ การเดินทางจากในสัญญาว่าเป็นรถแวน 2 คัน กลายเป็นจ้างๆ กันมา คนไทยที่พอมีรถ 3 คัน ดอกยางโกร๋นทุกคัน แล้วขับกันบนถนน โอตโตบาน แล้วไม่รู้จักกันมาก่อน หลงทางกันเละ หนาวก็หนาว อาหารก็กินกันเอง 60 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือกะเพราไก่

     นึกๆ ไปก็ไม่โกรธ เพราะถ้าคุณรู้ว่าแต่ละคนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร คุณก็จะไม่โกรธเขาเลยครับ ชีวิตพวกเขาผ่านอะไรมาหนักกว่าเราหลายเท่านัก ผมไม่เจอการเบี้ยวซึ่งๆ หน้าแบบนี้มาก่อนครับ จึงงง ไปหน่อย อยากไปมันก็ต้องงี้แหละ มันช่างต่างจากประเทศอื่นๆ อย่างมากเลย เที่ยบกันไม่ติด เช่น อเมริกา หรือ อังกฤษ        

 สรุป กลับมาพวกเราก็มีความสุขดี ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เล่นตามบาร์ หรืองานบ้านเพื่อนสมัยยังไม่อู้ฟู้โดนหนักกว่านี้มาแล้ว แค่เนี้ยเรื่องเล็ก แค่ขอบ่นให้ฟัง พวกเราไปมาสิบกว่าวัน ช่วงเล่นดนตรีไม่กี่ชั่วโมง ที่เหลือเราก็เที่ยวกันสนุกมาก แต่งงเพียงแค่ ว่าจิตใจของผู้จัดทำด้วยอะไร ถึงต้องทำขนาดนี้กับเรา

"จิรายุส วรรธนะสิน"