บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - มอง The Lion King สิงคโปร์
คิดถึง “โครงสร้างพื้นฐาน” บ้านเรา

กวนเพลงให้น้ำใส - มอง The Lion King สิงคโปร์ คิดถึง “โครงสร้างพื้นฐาน” บ้านเรา

11 พ.ย. 2553

เพิ่งแถลงข่าวไปเมื่อเร็วๆ นี้ สำหรับมิวสิคัลเรื่อง The Lion King ที่จะเปิดตัวแสดงเป็นโปรดักชั่นที่ 7 ของโลก ณ โรงละครของ มารินา เบย์ แซนด์ส สิงคโปร์ ในเดือนมีนาคม ปีหน้า โดยมีกำหนดที่จะแสดงอย่างต่อเนื่องราว 1 ปี

ในช่วงการแถลงข่าววันนั้น มีคนตั้งคำถามว่า ทางทีมโปรดักชั่นของเดอะ ไลอ้อน คิง มีโอกาสที่จะเดินทางมาเปิดการแสดงที่เมืองไทยหรือไม่ คำตอบง่ายๆ ของทีมงานคือ น่าจะเป็นการสะดวกกว่า หากคนไทยจะเดินทางมาดูการแสดงที่สิงคโปร์ (ฮา) ปัญหาหนึ่งที่ทีมงานโปรดักชั่นไม่ได้ตอบตรงๆ ก็คือ ประเทศไทย (ที่ปากก็ร้องแรกแหกกระเชอจะชูธง “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” นั้น) ยังขาดความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างมโหฬาร จะจัดการแสดงที่มีโปรดักชั่นอลังการ ก็ต้องมีสถานที่สำหรับแสดง แต่ปัญหาอยู่ตรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรม แทบจะไม่ลงทุนในเรื่องนี้เลย เท่าที่เห็น มีแต่ภาคเอกชนที่ดิ้นรนกันตามลำพัง เป็นโรงละครขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไป คือ นครินทร์ เธียเตอร์ โดย ฮาวเวิร์ด เฉิน นักลงทุนชาวต่างชาติ ซึ่งโดยสภาพของพื้นที่ เหมาะกับตลาด “อินดี้” เสียมากกว่า เท่าที่ผมทำข่าวด้านศิลปวัฒนธรรมมาตลอดกว่า 1 ทศวรรษ ผมได้ยินความเคลื่อนไหวว่ามีทีมงานละครเพลงบรอดเวย์ หรือมิวสิคัลจากที่ต่างๆ ทั่วโลกหลายรายด้วยกัน ที่ต่างแสดงความสนใจจะนำโปรดักชั่นการแสดงมาเปิดตัวในเมืองไทย แต่ทุกรายล้วนกลับไปด้วยความผิดหวัง เพราะประเทศเราไม่มีสถานที่แสดง จะเรียกว่า “เธียเตอร์” หรือ “ฮอลล์” หรืออะไรก็ตาม หลายคนอาจจะภาคภูมิใจตรงที่มี “หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย” ที่ใช้เงินรัฐบาลญี่ปุ่นสร้างให้ (ฮา) แต่ด้วยตารางการใช้งานที่แน่นขนัด จากกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ทำให้โอกาสที่โปรดักชั่นขนาดใหญ่เช่นนั้นจะมาเปิดการแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรม เป็นไปได้ยากมาก ที่เส้นใหญ่กว่าเพื่อนในการใช้ศูนย์วัฒนธรรม เห็นจะเป็นเทศกาล Dance and Music ของ อูเบอรอย นั่นแหละ ที่จองได้ยาวนานเป็นเดือนๆ เพราะหากโปรดักชั่นมิวสิคัลมาทั้งที หมายถึงพวกเขาต้องสร้างโปรดักชั่นใหม่ขึ้นมา เหมือนๆ กับการ “โคลนนิ่ง” อาจจะมีการปรับให้สอดคล้องกับพื้นที่ หรือลักษณะท้องถิ่น แต่มิใช่ขนทั้งหมดมาจากบรอดเวย์ของนิวยอร์ก หรือจากเวสต์เอนด์ของลอนดอน ดังนั้น ระยะเวลาแสดง จำนวนรอบ ก็ต้องมีความยาวที่เหมาะสมส่วนใหญ่ละครเพลงที่แสดงกันในโลก ก็ยาวนานกันหลายๆ ปีทั้งนั้น หลายเรื่องเล่นกันเป็น 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีคนดูอยู่ เปลี่ยนนักแสดงหลักไปหลายคนแล้ว แต่ก็ยังมีคนทยอยเข้าคิวซื้อตั๋วชมการแสดง เพราะมันกลายเป็นวงจรทางวัฒนธรรมที่ต่อเนื่องและยั่งยืนแล้ว ผมคิดว่า อีกไม่นาน เดอะ ไลอ้อน คิง จะเป็นโชว์ที่เรียกความสนใจจากผู้คนในภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน เรามักบอกว่าสิงคโปร์เป็นประเทศใหม่ ไม่มีรากเหง้าด้านจารีตประเพณีหรือวัฒนธรรม แต่น่าแปลกตรงประเทศที่เราดูถูกดูแคลนเขาในเรื่องประวัติศาสตร์นั้น กลับกลายเป็นแหล่งการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมบันเทิงที่ก้าวไกลไปกว่าเราในทุกด้าน ตั้งแต่ดนตรี ที่มีสถานที่แสดงอย่างเลิศหรู เช่น เอสพลานาด ซึ่งรองรับได้ทั้งคลาสสิก แจ๊ส ร็อก และป๊อป ปัจจุบัน เขามี ยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอ และเขากำลังเรียกความสนใจจากละครเพลงอีกต่างหาก โดยมี มารินา เบย์ แซนด์ส ที่ด้านหนึ่งเป็นกาสิโน แต่อีกด้านหนึ่งมีศักยภาพด้านโชว์บิซ พูดง่ายๆ เดินตามรอย “ลาสเวกัส” กันเลย สำหรับบ้านเรา คงต้องทำใจกันต่อไป เพราะเอาเข้าจริงๆ เมื่อตารางการใช้งานศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทั้งหอเล็ก หอใหญ่ แน่นขนัดข้ามปี มาเป็นเวลานมนามแล้ว ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องน่าจะมีดำริในการดำเนินการสร้าง “พื้นที่แสดง” เหล่านี้เพิ่ม เพื่อรองรับความต้องการมานานแล้ว ทว่า เรากลับไม่เห็นเรื่องนี้เป็นยุทธศาสตร์ ในการก่อร่างสร้างประเทศแต่อย่างใด "อนันต์ ลือประดิษฐ์"