
มองผ่านเลนส์คม - ดารา กันละยา แม่หญิงซีไรต์ลาว
ในวันพระราชทานรางวัลซีไรต์ ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน นอกจากได้พบปะนักเขียนและคนในแวดวงวรรณกรรมทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่แล้ว ยังมีโอกาสสัมภาษณ์ซีไรต์หลายประเทศ
ที่อยากพูดถึงคือ คุณดารา กันละยา นักเขียนซีไรต์จากลาว
ที่เอ่ยถึงก็เพราะประทับใจในสุนทรพจน์ของเธอ ที่แม้ใช้เวลาเพียงแค่ 2 นาที แต่สิ่งที่เธอพูดนั้นน่าฟัง และสะท้อนถึงปัญหา "แม่หญิงลาว" ในขณะนี้ได้ดียิ่งนัก
เธอเรียกตัวเองว่า "เอื้อย" ซึ่งหมายถึง พี่สาว กับดิฉัน เอื้อยดาราบอกว่า แม้เดี๋ยวนี้แม่หญิงลาวได้รับการศึกษาและมีความก้าวหน้าในหลายด้าน แต่ก็ยังมีปัญหาในชนบท ที่แม่ยังไม่เข้าใจว่าการศึกษาสำคัญอย่างไร จึงไม่ค่อยให้ลูกสาวเรียนหนังสือ แต่จะส่งเสริมให้ลูกชายเรียนอย่างเต็มที่ เธอจึงใช้โอกาสนี้เขียนและพูดเพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง
สำหรับบทกวีที่ได้รับรางวัล หรือที่เธอเรียกว่า "คำกลอน" ในบท "แม่" เธอได้เขียนเชิงเปรียบเทียบแม่ 2 คน ที่เหมือนอยู่กันคนละชนชั้น
คนหนึ่งอยู่ในเวียงจันทน์ เป็นผู้หญิงมีฐานะดี เลี้ยงลูกได้อย่างสบาย ไม่ทุกข์ร้อนเรื่องเงินทอง ขณะเดียวกันคนที่อยู่ชนบทต้องประสบความทุกข์ยากลำบากในการเลี้ยงดูลูกมาก
เปรียบแล้ว ความรักของสองแม่ที่มีต่อลูกนั้นมีมากมายมหาศาลไม่ต่างกันเลย
แต่เวลาสูญเสียลูก ผู้หญิงในเมืองก็มักจะบ่นว่าตัวเองทุกข์หลายนัก แต่กลับไม่รู้ว่าแม่ที่อยู่ชนบท ที่เสียลูกไปกับระเบิดที่ฝังดิน ซึ่งเป็นปัญหามาเนิ่นนาน แต่ไม่ได้รับการแก้ไขเลย จึงน่าจะเห็นใจมากกว่า
นี่คือสิ่งที่แม่หญิงนักเขียนลาวได้บอกเล่าให้เราฟัง ยิ่งได้ยิน แคน สาลิกา พูดถึงเอื้อยดารา ในแง่ที่ว่า คนนี้คือนักเขียนตัวจริงของประเทศลาว ยิ่งน่าสนใจ
เพราะบ้านนี้เป็นครอบครัวนักเขียนตัวจริง
เอื้อยดารา เป็นพี่สาวของคุณดวงเดือน บุนยาวง นักเขียนที่ได้ซีไรต์ไปก่อนหน้านี้ ในรอบปีการประกวด "เรื่องสั้น"
การเข้าร่วมเวทีประกาศรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียน หรือ ซีไรต์ ได้ทำให้เราเห็นภาพของมิตรประเทศในหลายๆ ด้าน ซึ่งเอื้อยดาราเองก็บอกเช่นเดียวกันว่า ทำให้บ้านเธอตื่นตัวขึ้นเหมือนกัน
13 ปีที่บ้านพี่เมืองน้องอย่างลาวร่วมสังฆกรรมซีไรต์ ได้ทำให้วงการขีดๆ เขียนๆ ของเขาคึกคักขึ้น เห็นได้ชัดว่ามีนักเขียนหลายคนอยากที่จะอวดฝีไม้ลายมือกันมากขึ้น
ที่สำคัญเราได้เห็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ สภาพสังคม ความรู้สึกนึกคิด และสิ่งต่างๆ ที่เกิดในแต่ละบ้านเมืองได้...
โดยการบอกล่า ผ่านงาน "วรรณกรรม" ที่อยู่ในมือเรานี้เอง
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์ "



