บันเทิง

มองนอกดูใน - ลำบากกาย...แต่สบายใจ

มองนอกดูใน - ลำบากกาย...แต่สบายใจ

10 พ.ย. 2553

คลื่นยักษ์สึนามิ ธรณีพิบัติภัยครั้งยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ได้ทิ้งความเสียหายอย่างมหาศาลไว้กับสถานที่ที่คลื่นไหลผ่าน หลายพันครอบครัวไม่มีที่อยู่อาศัย เครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านถูกทำลายลงเป็นจำนวนมาก ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือผู้คนที่ประสบเคราะห์ก

 เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่จะตามมาคือสูญเสียความเชื่อมั่นและความเคารพในตนเอง และที่ตามติดมาคือความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวังอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังมีเด็กกำพร้าเกิดขึ้นอีกมากมาย ซึ่งนอกจากจะต้องการการดูแลและให้คำแนะนำทางด้านอารมณ์แล้ว ยังต้องการการเลี้ยงดูและการศึกษาจนกว่าจะเติบโตพอที่จะหาเลี้ยงชีพด้วยตนเองได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาทุกข์ของเพื่อน เสถียรธรรมสถานจึงจัดตั้งกองทุนขึ้น โดยข้าพเจ้าได้นำเงินติดกัณเทศน์ในการปฏิบัติธรรมช่วงวันหยุดปีใหม่ทั้งหมดซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์เข้าเป็นเงินเริ่มต้นของกองทุน แจกของส่องตะเกียง

 ภัยพิบัติของโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวาตภัย อุทกภัยนั้นป็นภัยภายนอก แต่เราคงจะต้องมีสติปัญญาที่จะทำให้จิตของเรารอดปลอดภัยจากภัยภายใน คืออำนาจของราคะ โทสะ โมหะ ฉะนั้น การแจกของส่องตะเกียงของเราจึงเป็นประเด็นที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับการเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ 

 การแจกของส่องตะเกียงคือการให้อย่างมีการเรียนรู้ร่วมกันที่จะกลับมาสู่การป้องกัน แก้ไขอย่างไร้ตัวตน การให้ที่จะไม่สร้างความประมาทให้เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง การให้ที่ให้อย่างไม่ผลักตกเหว คือการให้อย่างไม่ประมาทขาดสติ และให้มีกระบวนการการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อทำงานไปถึงการป้องกันในเหตุ แล้วเราก็รู้ว่าเมื่อใดที่ทำเหตุ ก็ปฏิเสธผลไม่ได้ กระบวนการเหล่านี้เป็นกระบวนการให้อย่างมีสติปัญญาทั้งสิ้น ไม่ได้ให้เพราะสงสาร ไม่ได้ให้อย่างมีอคติ ไม่ได้เพราะกลัว แต่ให้ด้วยจิตที่ประณีต มีความอลังการของจิต คือการให้อย่างถ่อมตัว ไร้ตัวตน และให้สติปัญญา ความรู้ และการเรียนรู้ไปด้วยในตัว ที่สำคัญ...อย่าให้การให้ครั้งนี้ยุติการเรียนรู้เด็ดขาด

 การให้อย่างมีจิตที่คิดจะให้ที่อลังการนั้นต้องเตรียมกายกรรม วจีกรรม ที่มาจากมโนกรรมที่บริสุทธิ์ ให้อย่างไม่ยกหูชูหางกร่างว่าแน่ ไม่ให้อย่างเหนือผู้รับ ไม่ให้อย่างไม่เคารพผู้รับ และให้พร้อมกับกระบวนการของการที่จะเรียนรู้ต่อไปว่าเราจะโยงไปถึงการป้องกันอย่างไร ไม่ประมาท ไม่ขโมยธรรมชาติ เราต้องลดละวิถีชีวิตบางอย่างที่ขโมยธรรมชาติของเราลง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าภัยพิบัติต่าง ๆ ทางธรรมชาตินั้นมาจากการที่เราขโมยธรรมชาติมากเกินไป เมื่อเราลดละเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเราลงแล้ว เราก็จะให้เหตุการณ์นี้ทำให้เรา ลดละเลิกการใช้ชีวิตที่ประมาทขาดสติ หันมาให้ความเคารพธรรมชาติมากขึ้น 

 หลังจากกลับจากธรรมยาตรา 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
 เส้นทางสร้างอริยชน จากเสถียรธรรมสถาน...สู่เกาะสมุย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พวกเราก็ได้ระดมกำลังคนจากอาสาสมัครและเหล่าเยาวชนคนหนุ่มสาว ที่แม้จะยังเหน็ดเหนื่อยจากการธรรมยาตรา ทว่าก็มารวมตัวลงแรงกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และตระเตรียมสิ่งของที่จำเป็นต่อการยังชีพด้วยการซื้อหาข้าวของและบอกบุญไปยังกัลยาณมิตรต่างๆ

 เช้ามืดของวันที่ 5 พฤศจิกายน คาราวานรถ 7 คันแล่นตามกันออกจากเสถียรธรรมสถาน มุ่งหน้าสู่ Tony Place จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดนัดพบแรกเพื่อแพ็กรวมของที่พวกเราเตรียมมาและสิ่งที่มีผู้ร่วมบริจาค แล้วก็มุ่งหน้าสู่สถานีตำรวจภูธรมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อลงเรือท้องแบนไปเยี่ยมขาวบ้านซึ่งนัดไว้ที่ สะพานประชาสามัคคี ศรีวัดอุโลม ตำบลมหาราข อำเภอมหาราช ตลอดทางของการนั่งเรือท้องแบนผ่านบริเวณที่ก่อนหน้านี้เป็นถนนในการสัญจรของชาวบ้าน แต่บัดนี้เนืองนองไปด้วยน้ำนั้น ชาวบ้านมากกว่าสิบหลังคาเรือนพายเรือเข้ามาเทียบเรือของเราเพื่อรับของจากการเชิญชวนของเหล่าอาสาสมัครชาวอยุธยาบนเรือ ข้าพเจ้าได้สนทนาถามสารทุกข์สุกดิบของชาวบ้าน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่แข็งแรง ยิ้มแย้มแจ่มใส ยอมรับและเผชิญหน้ากับความทุกข์อย่างกล้าหาญ ทุกคนยิ้มได้ เพราะทุกข์เพียงกาย แต่สบายใจ จากนั้นคณะของเราก็ได้เดินทางไปยังจุดหมายที่ได้นัดกับชาวบ้านไว้ ไม่ว่าจะเป็น...วัดกลางปากกราน (คลองตะเคียน) วัดท่าการ้อง เกาะเรียน เพนียดคล้องช้าง ซึ่งนอกจากชาวบ้านผู้ดูแลช้างจะได้รับความเดือดร้อนแล้ว บรรดาช้างใหญ่น้อยก็ประสบปัญหาเรื่องอาหารและที่อยู่อาศัยเช่นเดียวกัน กว่าจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ท้องฟ้าก็มืดมิดแล้ว

 งานของเราจะไม่จบลงที่การแจกของ ความจริงแล้วการแจกของเป็นเพียงจุดประสงค์หนึ่ง แต่การได้ไปสนทนาธรรมในฐานะเพื่อนร่วมทุกข์ การไปเข้าใจทุกข์ เพื่อโยงไปถึงการป้องกัน การเตรียมตัวรับมือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นอีกด้วยความไม่ประมาทนั่นต่างหากคือจุดประสงค์หลัก  

 ขณะนี้เสถียรธรรมสถานยังรอน้ำใจจากทุกท่านเพื่อเป็นตัวแทนส่งมอบแก่เพื่อนร่วมสังคมที่กำลังประสบความเดือดร้อนต่อไป
ที่ใดมีทุกข์...ที่นั่นมีเพื่อนร่วมทุกข์
ธรรมสวัสดี
"แม่ชีศันสนีย์"

 ***ขออนุโมทนาต่อกัลยาณมิตรทุกท่านที่ได้ร่วมทำกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ ได้แก่ มูลนิธิเสถียรธรรมสถาน ,บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ,บริษัท ห้างทองลายกนก จำกัด ,บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน),บริษัท พิบูลย์ชัย น้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด , บริษัท แลคตาซอย จำกัด , บริษัท สยามนิสสัน จำกัด,บริษัท วากิเวิลด์วายด์ จำกัด ฯลฯ